สวยงามมากๆ ประทับใจมาก!
ผมวางแผนมาเยือนศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ ตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจากไทยสักสามเดือน เพราะเห็นรูปประตูโทริอิสีแดงซ้อนกันยาวเป็นพันบานจากนิตยสารท่องเที่ยว แล้วก็ตัดสินใจเลยว่าชาตินี้ต้องได้มาสักครั้ง วันที่เลือกไปคือวันธรรมดาเช้าตรู่ประมาณหกโมงครึ่ง เพราะอ่านรีวิวมาว่าถ้ามาช่วงสายจะแออัดมากจนถ่ายรูปสวยได้ยาก
พอลงจากรถไฟที่สถานีอินาริ เดินไม่กี่ก้าวก็เห็นประตูโทริอิสีส้มแดงบานใหญ่ตระหง่านอยู่ด้านหน้า บรรยากาศยามเช้ายังมีหมอกบางลอยอยู่ กลิ่นธูปหอมโชยมาเบา ทำให้รู้สึกศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาทันที นักท่องเที่ยวยังน้อยมาก มีแค่คนญี่ปุ่นกลุ่มเล็กมาไหว้พระตอนเช้า กับช่างภาพชาวต่างชาติอีกสองสามคน
เส้นทางหลักของศาลเจ้าคือการเดินขึ้นเขาผ่านประตูโทริอิที่เรียงต่อกันเป็นอุโมงค์ยาวกว่าสี่กิโลเมตร ประตูทุกบานบริจาคโดยบริษัทและบุคคลทั่วไป ด้านข้างมีตัวอักษรคันจิระบุชื่อผู้บริจาคและวันที่ ผมเดินช้าๆ สัมผัสสีแดงสด ไม้เนื้อแข็งที่ถูกทาสีทับซ้ำมาหลายชั้น ยังเรียบเนียนสม่ำเสมอ แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านช่องโทริอิสร้างลวดลายแสงเงาสวยงาม ถ่ายรูปได้ทุกมุมเลย
ผมเดินขึ้นไปถึงจุด Yotsutsuji ซึ่งอยู่กึ่งกลางทางขึ้นเขา มีทางแยกสองทาง และมีจุดชมวิวเมืองเกียวโตที่สวยงามมาก นั่งพักที่ร้านชาเล็กๆ ข้างทาง สั่งมัทฉะไอศกรีมถ้วยเล็ก ราคาแค่สามร้อยห้าสิบเยน นั่งชมเมืองเกียวโตที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา แล้วก็ตัดสินใจเดินต่อขึ้นไปถึงยอด Inariyama ใช้เวลารวมประมาณสองชั่วโมงครึ่ง
สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดคือระหว่างทางจะมีศาลเจ้าย่อยๆ ของจิ้งจอก Kitsune กระจายอยู่มากมาย บางองค์มีผ้ากันเปื้อนสีแดงผูกไว้ บางองค์มีดอกไม้สดวางถวาย ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าจิ้งจอกเป็นผู้สื่อสารระหว่างเทพเจ้าอินาริกับมนุษย์ ได้รับการบูชาโดยเฉพาะจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่อยากให้ธุรกิจรุ่งเรือง
ยิ่งเดินขึ้นไปสูง ยิ่งเงียบสงบ นักท่องเที่ยวน้อยลง เหลือแต่คนที่ตั้งใจเดินขึ้นจริงๆ บรรยากาศป่าเขียวชอุ่ม เสียงนกร้องและเสียงลม รู้สึกห่างไกลจากความวุ่นวายของโลกภายนอก ที่ยอดเขามีศาลเจ้าเล็กๆ เงียบสงบ ไม่มีนักท่องเที่ยวมาก นั่งพักสูดอากาศบริสุทธิ์สักครู่ก่อนลงมา
ข้อเสียเดียวที่เจอคือช่วงที่ผมลงมาประมาณเก้าโมง นักท่องเที่ยวเริ่มหนาแน่นมาก โดยเฉพาะช่วงโทริอีล่างคนทยอยมาถ่ายรูปเต็มไปหมด ถ้าใครต้องการรูปที่ไม่มีคนจริงๆ ต้องมาก่อนเจ็ดโมงเช้าเท่านั้น นอกจากนั้นรองเท้าต้องสวมสบายด้วย เพราะพื้นบางจุดเป็นหินกรวดลื่นได้
สรุปคือคุ้มมากๆ ครับ ไม่มีค่าเข้าชม เดินได้ฟรีตลอด แนะนำให้มาคนที่รักการเดิน ชอบธรรมชาติ และอยากสัมผัสความศักดิ์สิทธิ์แบบญี่ปุ่นแท้ๆ ถ้ามีเวลาให้มาเช้าวันธรรมดา รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน
ต้องไปให้ได้!
เพื่อนๆ หลายคนถามฉันว่าถ้าไปเกียวโตครั้งแรก ต้องไปที่ไหนก่อน คำตอบของฉันไม่มีวันเปลี่ยน คือต้องไปฟุชิมิ อินาริก่อนเลย วันที่ไปคือเดือนเมษายน อากาศเย็นสบาย ต้นซากุระตามเส้นทางเขายังมีกลีบดอกสีชมพูค้างอยู่บ้าง สวยงามเป็นพิเศษมากๆ
ฉันตื่นเช้ามาก มาถึงศาลเจ้าตอนเจ็ดโมงครึ่ง ใส่ชุดกิโมโนที่เช่ามาจากร้านใกล้สถานีเกียวโตเมื่อวาน ราคาเช่าราวๆ หนึ่งพันห้าร้อยถึงสองพันเยน รวมการแต่งผมด้วย สีชุดเลือกเป็นสีชมพูอ่อนตัดกับสีแดงโทริอีได้สวยมาก ช่วงนั้นมีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก เลยได้ถ่ายรูปอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะมุมที่โทริอีเรียงต่อกันยาวไปสุดสายตาโดยไม่มีคนขวาง
สิ่งที่ทำให้ฟุชิมิ อินาริต่างจากศาลเจ้าอื่นๆ คือความรู้สึกที่ประตูทุกบานสร้างบรรยากาศล้อมรอบคุณเหมือนอยู่ในโลกคู่ขนาน เดินเข้าไปในอุโมงค์สีแดงแล้วเหมือนหลุดเข้าสู่มิติที่เงียบสงบกว่า กลิ่นไม้และธรรมชาติผสมกับกลิ่นธูปจางๆ โชยมาเรื่อยๆ เสียงเท้าเดินบนหินโบราณ ทุกอย่างช่วยสร้างประสบการณ์ที่จดจำได้ไม่ลืม
ฉันไม่ได้เดินขึ้นไปถึงยอดเขา เดินแค่ครึ่งทางแล้วกลับลงมา เพราะรองเท้าส้นสูงเล็กน้อยที่ใส่มากับชุดกิโมโนไม่ค่อยเหมาะกับการเดินเขายาวๆ แต่ก็ได้ภาพสวยๆ เยอะมาก ก่อนกลับแวะร้านข้าวโพดย่างหน้าศาลเจ้า กินร้อนๆ หอมมาก ราคาแค่สองร้อยเยน
อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดคือการซื้อ omamuri หรือของขลังจากร้านในศาลเจ้า มีทั้งแบบขอพรด้านการงาน ความรัก และสุขภาพ ราคาประมาณห้าร้อยเยน บรรจุในถุงผ้าสวยงาม เป็นของฝากที่ดีมากและเป็นของแท้จากศาลเจ้าดัง
ถ้าถามว่าแนะนำให้ใครมา ขอบอกเลยว่าทุกคนเลย ไม่ว่าจะเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกหรือครั้งที่สิบ ฟุชิมิ อินาริให้ความรู้สึกที่ไม่มีที่ไหนเหมือน และถ้าสวมชุดกิโมโนมาด้วยจะยิ่งได้อรรถรสญี่ปุ่นสุดๆ สิ่งที่ควรเตรียมก่อนมาคือรองเท้าเดินสบาย แบตเตอรี่โทรศัพท์เต็ม น้ำดื่ม และหมวกหรือร่มถ้ามาช่วงบ่าย เส้นทางเดินรวมสี่กิโลเมตรถ้าเดินขึ้นถึงยอด แต่หันกลับตอนไหนก็ได้ ไม่มีข้อบังคับ
บรรยากาศที่ฟุชิมิ อินาริตอนกลางวันจะแตกต่างจากตอนเช้าอย่างสิ้นเชิง ถ้าอยู่ถึงช่วงสาย จะเห็นนักท่องเที่ยวหลากหลายชาติ ทั้งชาวเอเชีย ยุโรป และอเมริกัน ทุกคนมาในชุดกิโมโนสีสันต่างกัน บางครั้งก็สนุกที่จะมองและถ่ายรูปบรรยากาศอันคึกคักนั้นด้วย แต่ถ้าต้องการรูปสวยเงียบสงบจริงๆ ต้องมาเช้า จากประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉันตัดสินใจว่าจะกลับมาอีกครั้งในฤดูใบไม้ร่วง เพราะเพื่อนบอกว่าช่วงนั้นใบไม้เปลี่ยนสีสวยมาก และบรรยากาศในป่าโทริอีจะมีความลึกลับสวยงามในอีกแบบหนึ่ง ร้านขายของรอบศาลเจ้ายังมีของฝากดีๆ อีกมาก เช่น ฉลากชื่อแบบญี่ปุ่น ตะเกียงโคมไฟ และหุ่น Kitsune เซรามิคน่ารักมาก ราคาเริ่มต้นไม่แพง เหมาะซื้อเป็นของฝากคนที่บ้าน