🌸 เว็บรีวิวท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยคนไทย สำหรับคนไทย
🌸 รีวิวโดยคนไทย · อัปเดตทุกสัปดาห์

เที่ยวญี่ปุ่น
อย่าง Chill Chill

รวมรีวิวสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และที่พักทั่วญี่ปุ่น จากนักท่องเที่ยวชาวไทยตัวจริง

190+ สถานที่
43+ รีวิว
20 เมือง

เมืองยอดนิยม

เลือกเมืองที่คุณอยากไป แล้วค้นหาสถานที่น่าสนใจ

ดูทั้งหมด →

เที่ยวญี่ปุ่นตามฤดูกาล

ทุกฤดูมีเสน่ห์ที่ต่างกัน วางแผนให้ตรงกับช่วงที่คุณอยากไป

🌸

ฤดูใบไม้ผลิ

มีนาคม – พฤษภาคม
ซากุระบาน • ทิวลิป • อากาศเย็นสบาย

🎆

ฤดูร้อน

มิถุนายน – สิงหาคม
เทศกาลดอกไม้ไฟ • ทะเล • ฮาแนบิ

🍁

ฤดูใบไม้ร่วง

กันยายน – พฤศจิกายน
โคโยมิจิ • ใบไม้เปลี่ยนสี

❄️

ฤดูหนาว

ธันวาคม – กุมภาพันธ์
หิมะ • ออนเซ็น • อิลลูมิเนชั่น

สถานที่แนะนำ

คัดมาให้แล้ว สถานที่น่าไปที่ได้รับรีวิวดีที่สุด

ดูทั้งหมด →
สวนชิจูกุ เกียวเอน 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ
📍 โตเกียว

สวนชิจูกุ เกียวเอน

สวนชินจูกุ เกียวเอน (Shinjuku Gyoen National Garden) เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะขนาดใหญ่และสวยงามที่สุดของกรุงโตเกียว ตั้งอยู่บริเวณเขตชินจูกุและชิบูย่า มีพื้นที่รวมกว่า 58.3 เฮกตาร์ เดิมเป็นที่ดินของตระกูลซามูไรในยุคเอโดะ ต่อมาถูกดัดแปลงเป็นสวนของราชวงศ์ในยุคเมจิ ก่อนจะเปิดเป็นสวนสาธารณะแห่งชาติให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1949 จุดเด่นที่ทำให้สวนชินจูกุ เกียวเอนแตกต่างจากสวนญี่ปุ่นทั่วไปคือ การผสมผสานสวนสามรูปแบบไว้ในพื้นที่เดียวกัน ได้แก่ สวนภูมิทัศน์แบบฝรั่งเศส (French Formal Garden) ที่มีการจัดแปลงดอกไม้เป็นรูปทรงเรขาคณิตอย่างเป็นระเบียบ สวนภูมิทัศน์แบบอังกฤษ (English Landscape Garden) ที่มีสนามหญ้าโล่งกว้างและต้นไม้ใหญ่ และสวนญี่ปุ่นดั้งเดิม (Japanese Traditional Garden) ที่มีบ่อน้ำ สะพานไม้ และศาลาชมวิวตามแบบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณ ในด้านพันธุ์ไม้ สวนนี้ขึ้นชื่อเรื่องต้นซากุระที่มีความหลากหลายมากกว่า 1,000 ต้น จากกว่า 65 สายพันธุ์ ทำให้ฤดูชมซากุระที่นี่ยาวนานกว่าที่อื่น เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงปลายเดือนเมษายน โดยพันธุ์ Somei Yoshino สีขาวอมชมพูจะบานก่อน ตามด้วยพันธุ์ Yaezakura ดอกซ้อนสีชมพูเข้มที่บานทีหลังและบานได้นานกว่า นอกจากซากุระแล้ว สวนยังมีความสวยงามในทุกฤดูกาล ฤดูร้อนมีสนามหญ้าเขียวขจีให้นั่งพักผ่อน ฤดูใบไม้ร่วงมีต้นเมเปิ้ลและแปะก๊วยที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและสีทอง และฤดูหนาวมีต้นสนเขียวตัดกับฟ้าใส ภายในสวนยังมีเรือนกระจก (Greenhouse) ขนาดใหญ่ที่ปลูกพืชเขตร้อนและกล้วยไม้หลากสายพันธุ์ เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ข้อกำหนดที่สำคัญของสวนนี้คือ ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และห้ามเล่นกีฬาภายในสวน ทำให้บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบและเหมาะสำหรับการพักผ่อนมากกว่าสวนสาธารณะทั่วไปอย่าง Ueno Park ที่อนุญาตให้จัดปาร์ตี้ฮานามิแบบดื่มสุราได้ ค่าเข้าชมสวนอยู่ที่ 500 เยนสำหรับผู้ใหญ่ เปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00-16.00 น. (ปิดประตูเข้า 16.00 น. แต่อนุญาตให้อยู่ในสวนได้ถึง 16.30 น.) และปิดให้บริการในวันจันทร์ ยกเว้นช่วงฤดูซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีที่อาจเปิดทุกวัน การเดินทางสามารถเข้าทางประตู Shinjuku Gate ซึ่งใกล้กับสถานี Shinjuku Gyoenmae บนรถไฟใต้ดินสาย Marunouchi Line เพียงเดินไม่กี่นาที หรือเข้าทางประตู Okido Gate ใกล้สถานี Shinjuku San-chome สวนชินจูกุ เกียวเอนจึงเป็นสถานที่พักผ่อนใจกลางเมืองที่เหมาะสำหรับทุกฤดูกาล ทั้งสำหรับการปิกนิก เดินเล่น หรือถ่ายภาพธรรมชาติ

พิพิธภัณฑ์ทีมแล็บ ทีมเลสส์ 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ
📍 โตเกียว

พิพิธภัณฑ์ทีมแล็บ ทีมเลสส์

teamLab Borderless เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลแบบอินเตอร์แอคทีฟที่ก่อตั้งโดยกลุ่มศิลปินและนักออกแบบ teamLab จากญี่ปุ่น ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ Mori Building Digital Art Museum บนเกาะโอไดบะ (Odaiba) กรุงโตเกียว เปิดให้บริการตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 ที่เดิมในย่าน Toyosu ก่อนย้ายมาที่ Azabudai Hills ในปี ค.ศ. 2024 ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบัน แนวคิดหลักของ teamLab Borderless คือการสร้างพื้นที่ศิลปะที่ไม่มีขอบเขตระหว่างห้องต่างๆ งานศิลปะแต่ละชิ้นสามารถ "ไหล" ออกจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่งได้ และตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของผู้ชมในแบบเรียลไทม์ ทำให้ไม่มีผู้ชมคนใดเห็นภาพเดียวกันซ้ำสองครั้ง เป็นการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล แสง เสียง และการเคลื่อนไหวเข้ากับพื้นที่ทางกายภาพอย่างไร้รอยต่อ ห้องจัดแสดงที่มีชื่อเสียงที่สุดได้แก่ Forest of Resonating Lamps ห้องที่มีโคมไฟแก้วหลายร้อยดวงแขวนเป็นแถวยาว แต่ละดวงจะเปลี่ยนสีและส่งสัญญาณแสงไปยังโคมไฟดวงใกล้เคียงเมื่อมีคนเดินผ่าน สร้างคลื่นแสงที่กระจายไปทั่วทั้งห้องอย่างต่อเนื่อง อีกห้องที่โดดเด่นคือ Crystal World ที่เต็มไปด้วยแท่งแสง LED หลายหมื่นแท่งที่เปลี่ยนสีตามจังหวะดนตรี สร้างบรรยากาศคล้ายอยู่ในจักรวาลแห่งแสง ห้อง Athletics Forest เป็นโซนที่ออกแบบมาสำหรับครอบครัวและเด็ก มีการผสานองค์ประกอบของสนามเด็กเล่นเข้ากับงานศิลปะดิจิทัล เช่น ตาชั่งแสงที่เปลี่ยนสีตามน้ำหนัก หรือ Trampoline ที่มีภาพดิจิทัลตอบสนองต่อการกระโดด ส่วนห้อง En Tea House เป็นพื้นที่พักผ่อนที่เสิร์ฟชาในถ้วยพิเศษ เมื่อเทน้ำชาลงในถ้วย จะมีดอกไม้ดิจิทัลบานขึ้นรอบถ้วยบนโต๊ะ ตั๋วเข้าชม teamLab Borderless ต้องซื้อล่วงหน้าทางออนไลน์เท่านั้น ไม่มีจำหน่ายหน้างาน ราคาสำหรับผู้ใหญ่ประมาณ 3,200-3,800 เยน ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่จอง เนื่องจากความนิยมสูงมาก ตั๋วในวันหยุดและช่วงเทศกาลอาจขายหมดล่วงหน้าหลายสัปดาห์ ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินชมทั้งหมดประมาณ 2-3 ชั่วโมง ข้อแนะนำสำหรับผู้เข้าชมคือควรสวมเสื้อผ้าสีขาวหรือสีอ่อน เนื่องจากภาพดิจิทัลจะ Projection ลงบนตัวผู้ชมด้วย ทำให้ภาพถ่ายดูสวยงามมากขึ้น บางโซนจำเป็นต้องถอดรองเท้าเนื่องจากพื้นเป็นกระจกสะท้อนหรือมีน้ำ จึงควรสวมถุงเท้าหรือเตรียมไว้ การเดินทางมา Azabudai Hills สามารถลงสถานีรถไฟใต้ดิน Kamiyacho หรือ Roppongi-itchome แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที teamLab Borderless จึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก ครอบครัวที่มีเด็ก หรือผู้ที่สนใจศิลปะและเทคโนโลยี เป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากพิพิธภัณฑ์รูปแบบดั้งเดิม

วัดเซ็นโซจิ อาซากุซะ 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ
📍 โตเกียว

วัดเซ็นโซจิ อาซากุซะ

เซ็นโซจิ อาซากุซะ (Senso-ji Asakusa) เป็นชื่อเรียกของวัดเซ็นโซจิที่ตั้งอยู่ในย่านอาซากุซะ ซึ่งเป็นชื่อที่นักท่องเที่ยวมักใช้เพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้งของวัดให้ชัดเจน วัดแห่งนี้คือวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโตเกียว มีประวัติยาวนานกว่า 1,400 ปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 645 และเป็นศูนย์กลางของย่านอาซากุซะที่ยังคงรักษาบรรยากาศแบบโตเกียวยุคเก่าไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ย่านอาซากุซะรอบวัดเซ็นโซจิเป็นพื้นที่ที่สะท้อนวิถีชีวิตแบบเอโดะ (Edo) ได้ดีที่สุดในโตเกียว ตึกอาคารส่วนใหญ่ยังคงความสูงไม่เกิน 4-5 ชั้น แตกต่างจากย่านธุรกิจสมัยใหม่อย่างชินจูกุหรือชิบูย่า ถนนสายหลักที่นำไปสู่วัดคือถนน Nakamise Dori ความยาวประมาณ 250 เมตร มีร้านค้ากว่า 90 ร้านจำหน่ายสินค้าหัตถกรรม เครื่องประดับ ชุดยูกาตะ และอาหารว่างแบบดั้งเดิม อาคารสำคัญของวัดเริ่มจากประตู Kaminarimon หรือประตูสายฟ้า ที่มีโคมไฟกระดาษสีแดงขนาดใหญ่แขวนตรงกลาง จากนั้นเป็นถนน Nakamise นำไปสู่ประตู Hozomon ซึ่งเป็นประตูชั้นสองที่มีรูปปั้นเทพผู้พิทักษ์สององค์ ก่อนถึงวิหารหลัก Hondo ที่ประดิษฐานรูปปั้นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ด้านข้างมีเจดีย์ห้าชั้นสูง 53 เมตรซึ่งเป็นจุดสังเกตสำคัญของย่าน ในวันธรรมดาวัดเซ็นโซจิเปิดให้เข้าชมวิหารหลักตั้งแต่ 6.00 น. ส่วนวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เปิดตั้งแต่ 6.30 น. ปิดเวลา 17.00 น. ทุกวัน แต่บริเวณลานวัดและประตูต่างๆ เปิดให้เข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้สามารถมาเยือนได้ทุกช่วงเวลาของวัน ช่วงเช้าตรู่ก่อน 7 โมงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายภาพ เนื่องจากนักท่องเที่ยวยังน้อย และยังสามารถเห็นภาพพระสงฆ์ทำวัตรเช้าในวิหารหลัก ส่วนช่วงหลัง 17.00 น. ที่ร้านค้าบน Nakamise ปิดแล้ว วัดจะมีการเปิดไฟประดับบริเวณประตูและเจดีย์ สร้างบรรยากาศที่สวยงามแตกต่างจากกลางวัน นอกจากวัดแล้ว ย่านอาซากุซะยังมีสถานที่น่าสนใจใกล้เคียงอีกมาก เช่น Asakusa Culture Tourist Information Center ที่มีจุดชมวิวชั้น 8 สามารถมองเห็นวัดและตึก Tokyo Skytree ในมุมเดียวกัน หรือแม่น้ำสุมิดะที่มีเรือสำราญล่องไปยังโอไดบะ การเดินทางมาอาซากุซะสามารถใช้รถไฟใต้ดินสาย Ginza Line, Asakusa Line หรือ Tobu Skytree Line ลงที่สถานี Asakusa แล้วเดินเพียง 5 นาทีถึงประตู Kaminarimon เซ็นโซจิ อาซากุซะจึงเป็นจุดหมายที่ทุกคนที่มาเยือนโตเกียวควรมาสัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่หาได้ยากในเมืองใหญ่

พิพิธภัณฑ์ teamLab Planets 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ
📍 โตเกียว

พิพิธภัณฑ์ teamLab Planets

teamLab Planets TOKYO เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัลแบบอินเตอร์แอคทีฟ ตั้งอยู่ในย่านโทโยสุ (Toyosu) กรุงโตเกียว เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2018 โดยกลุ่มศิลปิน teamLab ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันที่สร้าง teamLab Borderless แต่ teamLab Planets มีแนวคิดที่แตกต่างออกไป โดยเน้นการให้ผู้ชมเดินเท้าเปล่าลุยน้ำและสัมผัสกับงานศิลปะโดยตรงผ่านประสาทสัมผัสทั้งร่างกาย จุดเด่นที่ทำให้ teamLab Planets แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะทั่วไปคือ ผู้เข้าชมต้องถอดรองเท้าและถุงเท้าตั้งแต่ทางเข้า เพื่อเดินผ่านพื้นที่จัดแสดงที่มีทั้งน้ำลึกระดับเข่าและพื้นผิวสัมผัสต่างๆ ทำให้ประสบการณ์การชมงานศิลปะกลายเป็นการมีส่วนร่วมทางกายภาพอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่เพียงการมองดูเฉยๆ ห้องจัดแสดงที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Drawing on the Water Surface ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำตื้นที่มีภาพปลาคาร์พดิจิทัลแหวกว่ายไปมา เมื่อผู้ชมเดินผ่าน ปลาเหล่านี้จะแตกกระจายเป็นดอกไม้ดิจิทัลที่บานออกรอบเท้า สร้างเอฟเฟกต์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามการเคลื่อนไหวของผู้ชม อีกห้องที่ได้รับความนิยมคือ Floating Flower Garden ห้องที่มีดอกไม้สดจริงนับพันดอกแขวนลงมาจากเพดาน ดอกไม้เหล่านี้จะถูกยกขึ้นและลงโดยอัตโนมัติตามการเคลื่อนไหวของผู้ชม ทำให้บางครั้งดอกไม้จะอยู่เหนือศีรษะ และบางครั้งจะลอยลงมาใกล้ใบหน้า สร้างบรรยากาศราวกับเดินอยู่ในสวนดอกไม้ที่มีชีวิต ห้อง Infinite Crystal Universe เป็นห้องที่ประกอบด้วยหลอด LED นับหมื่นดวงแขวนเป็นโครงสร้างสามมิติ แสงไฟจะเปลี่ยนสีและรูปแบบตามการเคลื่อนไหวและการสัมผัสของผู้ชมผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ สร้างความรู้สึกเหมือนอยู่ในจักรวาลที่เต็มไปด้วยดวงดาว เนื่องจากต้องเดินลุยน้ำ ผู้เข้าชมจึงควรเตรียมตัวด้วยการสวมกางเกงที่สามารถพับขาขึ้นได้ หรือสวมกางเกงขาสั้น พิพิธภัณฑ์มีจุดให้เช็ดเท้าและทำความสะอาดก่อนออกจากแต่ละโซน ใช้เวลาเดินชมทั้งหมดประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง ตั๋วเข้าชมต้องซื้อล่วงหน้าทางออนไลน์เท่านั้น ราคาประมาณ 3,200-3,800 เยนสำหรับผู้ใหญ่ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่จอง เนื่องจากความนิยมสูง ตั๋วในช่วงวันหยุดอาจขายหมดล่วงหน้าหลายสัปดาห์ การเดินทางมา teamLab Planets สามารถนั่งรถไฟสาย Yurikamome หรือรถไฟใต้ดินสาย Yurakucho Line ลงที่สถานี Shin-Toyosu แล้วเดินต่ออีกประมาณ 3 นาที teamLab Planets จึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ศิลปะดิจิทัลที่แตกต่างจากการชมงานศิลปะแบบดั้งเดิมโดยสิ้นเชิง

ปราสาทโอซาก้า 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ
📍 โอซาก้า

ปราสาทโอซาก้า

ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) เป็นหนึ่งในปราสาทที่มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของเมืองโอซาก้า สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1583 โดย Toyotomi Hideyoshi ผู้นำคนสำคัญในยุคเซ็นโกกุที่รวบรวมแผ่นดินญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่น ปราสาทแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองและการทหารของญี่ปุ่นมาหลายศตวรรษ ตัวปราสาทปัจจุบันที่เห็นเป็นอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1931 เนื่องจากปราสาทเดิมถูกทำลายจากสงครามและไฟไหม้หลายครั้ง ตัวอาคารหลักสูง 5 ชั้นภายนอกแต่มี 8 ชั้นภายใน ผนังด้านนอกตกแต่งด้วยกระเบื้องสีทองและสีดำที่โดดเด่น ปัจจุบันชั้นต่างๆ ภายในปราสาทถูกดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์ของปราสาทและตัว Toyotomi Hideyoshi รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ ชุดเกราะซามูไร ดาบ และแผนภาพการรบในยุคนั้น ชั้นบนสุดหรือชั้นที่ 8 เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพ 360 องศาของเมืองโอซาก้า ในวันที่อากาศดีจะสามารถมองเห็นไปได้ไกลถึงตึกสูงในย่านใจกลางเมือง ค่าเข้าชมตัวปราสาทอยู่ที่ 600 เยนสำหรับผู้ใหญ่ บริเวณรอบปราสาทเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Osaka Castle Park ครอบคลุมพื้นที่กว่า 105.6 เฮกตาร์ ภายในมีคูเมืองล้อมรอบปราสาทซึ่งยังคงสภาพเดิมจากยุคเอโดะ มีกำแพงหินขนาดใหญ่ที่ก่อด้วยหินขนาดมหึมาโดยไม่ใช้ปูน ซึ่งเป็นเทคนิคการก่อสร้างที่น่าทึ่งของยุคนั้น จุดที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษคือ Nishinomaru Garden สวนซากุระทางทิศตะวันตกของปราสาท ซึ่งปลูกต้นซากุระกว่า 600 ต้น ในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนของทุกปี ดอกซากุระจะบานสะพรั่งทั่วทั้งสวน ทำให้เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่สวยงามที่สุดของโอซาก้า มีค่าเข้าชมสวนเพิ่มเติม 200 เยน นอกจากซากุระแล้ว สวนรอบปราสาทยังปลูกต้นบ๊วยกว่า 1,200 ต้นในบริเวณ Osaka Castle Plum Grove ซึ่งจะออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม และต้นแปะก๊วยที่ใบจะเปลี่ยนเป็นสีทองในช่วงเดือนพฤศจิกายน ทำให้ปราสาทโอซาก้าเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล การเดินทางมาปราสาทโอซาก้าสามารถใช้รถไฟใต้ดินสาย Tanimachi Line ลงที่สถานี Tanimachi 4-chome หรือสาย JR Loop Line ลงที่สถานี Osakajokoen แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10-15 นาที ปราสาทเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 9.00-17.00 น. ทุกวัน ยกเว้นช่วงปลายปีบางวัน บริเวณใกล้เคียงยังมี Osaka Museum of History ที่อยู่ตรงข้ามปราสาท ซึ่งจัดแสดงประวัติศาสตร์ของเมืองโอซาก้าตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาประวัติศาสตร์เพิ่มเติมหลังจากเยี่ยมชมปราสาท ปราสาทโอซาก้าจึงเป็นจุดหมายที่ผสมผสานทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ ⛩️ วัด & ศาลเจ้า ⭐ แนะนำ
📍 เกียวโต

ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ

ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ ไทฉะ (Fushimi Inari Taisha) เป็นศาลเจ้าชินโตที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองเกียวโต เชิงเขาอินาริยามะ ศาลเจ้านี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 711 เพื่อบูชาเทพอินาริ เทพแห่งข้าว ความอุดมสมบูรณ์ การค้า และธุรกิจ จึงเป็นที่นิยมของบรรดาพ่อค้านักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่มาขอพรให้กิจการเจริญรุ่งเรือง จุดที่ทำให้ฟุชิมิ อินาริโด่งดังไปทั่วโลกคือ เซ็มบงโทริอิ หรือประตูโทริอิสีแดงส้มหลายพันบานที่เรียงต่อกันเป็นอุโมงค์ยาวทอดตัวขึ้นไปตามเส้นทางบนภูเขาอินาริ ความสูงของภูเขาอยู่ที่ประมาณ 233 เมตร หากเดินขึ้นไปจนถึงยอดเขาจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ระยะทางรวมไปกลับประมาณ 4 กิโลเมตร ประตูโทริอิแต่ละบานถูกบริจาคโดยบุคคลหรือบริษัทที่ต้องการขอพร โดยจะมีชื่อผู้บริจาคและวันที่บริจาคสลักอยู่ด้านหลังของเสาแต่ละบาน ตลอดเส้นทางเดินขึ้นเขาจะพบศาลเจ้าขนาดเล็กของเทพจิ้งจอก หรือ Kitsune กระจายอยู่เป็นระยะ ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าจิ้งจอกเป็นทูตของเทพอินาริ ทำหน้าที่สื่อสารระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้า รูปปั้นจิ้งจอกหลายตัวจะมีลูกข้าวคาบอยู่ในปาก สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ บางตัวมีผ้าพันคอสีแดงผูกไว้ ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพ จุดสำคัญตามเส้นทางได้แก่ Romon Gate ประตูใหญ่ทางเข้าหลักที่สร้างโดย Toyotomi Hideyoshi ในปี 1589 และ Honden หรือศาลเจ้าหลักที่ตั้งอยู่ด้านในสุด เมื่อเดินขึ้นไปถึงจุด Yotsutsuji ซึ่งอยู่ประมาณครึ่งทางของภูเขา จะพบจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองเกียวโตได้อย่างกว้างไกล เป็นจุดพักที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมแวะถ่ายรูปและพักดื่มน้ำ ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ เปิดให้เข้าชมตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และไม่มีค่าเข้าชม ทำให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับงบประมาณมากที่สุดในเกียวโต การเดินทางสะดวกมาก โดยนั่งรถไฟสาย JR Nara Line จากสถานีเกียวโตเพียง 5 นาที ลงที่สถานี Inari ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับทางเข้าศาลเจ้าโดยตรง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือช่วงเช้าตรู่ก่อน 8 โมงเช้า เพราะนักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่น ทำให้สามารถถ่ายภาพอุโมงค์โทริอิที่ปราศจากคนผู้คนได้ ส่วนช่วงเย็นและกลางคืนก็มีความสวยงามในแบบที่แตกต่าง เนื่องจากมีไฟส่องสว่างตามทางเดิน ทำให้บรรยากาศดูลึกลับและน่าค้นหา นอกจากศาลเจ้าแล้ว บริเวณรอบทางเข้ายังมีร้านค้าและร้านอาหารมากมายที่จำหน่ายอาหารท้องถิ่น เช่น Inari Sushi ข้าวห่อเต้าหู้ทอดที่ได้แรงบันดาลใจจากตำนานจิ้งจอก รวมถึงข้าวโพดย่างและไอศกรีมมัทฉะ ฟุชิมิ อินาริจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับทุกคน ทั้งผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ศาสนา ผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าเขา และผู้ที่ต้องการถ่ายภาพสถานที่ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

รีวิวล่าสุด

จากนักท่องเที่ยวไทยที่เพิ่งกลับมา

สมหญิง ท่องเที่ยว
11 มิ.ย. 2569
📍 วัดเซ็นโซจิ อาซากุซะ · โตเกียว
วัดเก่าแก่สวยงาม ต้องมาให้ได้
วัดเซ็นโซจิในย่านอาซากุสะเป็นสถานที่ที่ฉันมาทุกครั้งที่ไปโตเกียว ครั้งล่าสุดตั้งใจมาตอนเช้ามืดเป็นพิเศษ ตีห้าครึ่ง ตื่นแล้วเดินมาจากโรงแรมที่พักอยู่ในย่านอาซากุสะเหมือนกัน เดินประม...
วิชัย เที่ยวแล้วบอกต่อ
11 มิ.ย. 2569
📍 พิพิธภัณฑ์ teamLab Planets · โตเกียว
ประสบการณ์ที่ไม่มีที่อื่นเหมือน
teamLab Planets ที่ย่านโทโยชิ โตเกียว เป็นประสบการณ์ดิจิตัลอาร์ตที่ทำให้ผมตะลึงมากที่สุดในชีวิต ซื้อตั๋วล่วงหน้าสามสัปดาห์ทางออนไลน์ เพราะได้ยินว่าตั๋วขายหมดเร็วมาก ราคาผู้ใหญ่ประม...
นภาพร รักเที่ยว
11 มิ.ย. 2569
📍 ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ · เกียวโต
โทริอีสวยงามมากๆ ประทับใจสุดๆ
ฉันมาเยือนศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริเป็นครั้งแรก และตั้งใจมาตอนเช้ามืดเป็นพิเศษ ออกจากที่พักในเกียวโตตอนตีห้า นั่งรถไฟมาลงสถานีอินาริตอนห้าโมงครึ่ง พอเดินถึงบริเวณศาลเจ้า แทบไม่มีคนเลย ม...

ไปเที่ยวมาแล้ว? มาแชร์ประสบการณ์กัน!

รีวิวของคุณจะเป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ

✍️ เขียนรีวิวเลย