広島 · เมืองแห่งสันติภาพ ประวัติศาสตร์และการฟื้นฟูอันน่าทึ่ง
🏛️ ที่เที่ยว
⭐ แนะนำ
อนุสรณ์สถานสันติภาพฮิโรชิมา หรือ A-Bomb Dome (Genbaku Dome) เป็นซากอาคารที่ตั้งอยู่ในเมืองฮิโรชิมา ซึ่งรอดพ้นจากการถูกทำลายโดยสมบูรณ์เมื่อระเบิดปรมาณูถูกทิ้งลงเหนือเมืองในวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 อาคารนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1996 ในฐานะสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและการต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ อาคารนี้เดิมมีชื่อว่า Hiroshima Prefectural Industrial Promotion Hall ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเช็ก Jan Letzel สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1915 เพื่อใช้เป็นศูนย์จัดแสดงสินค้าและศิลปะ ตัวอาคารมีรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรปผสมกับองค์ประกอบบาโรก มีโดมเหล็กที่โดดเด่นอยู่ตรงกลาง ในวันที่ระเบิดปรมาณูถูกทิ้ง จุดศูนย์กลางการระเบิดอยู่สูงเหนืออาคารนี้ในระดับความสูงประมาณ 600 เมตร และอยู่ในแนวตรงเกือบเป็นแนวดิ่ง ทำให้แรงระเบิดที่กระทำต่ออาคารมาจากทิศทางด้านบนเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้โครงสร้างกำแพงบางส่วนและโดมเหล็กยังคงตั้งอยู่ได้ แม้ว่าทุกคนที่อยู่ในอาคารขณะนั้นจะเสียชีวิตทันที หลังจากสงครามสิ้นสุดลง มีการถกเถียงกันอย่างมากว่าควรรื้อถอนซากอาคารนี้หรือไม่ เนื่องจากเป็นเครื่องเตือนความทรงจำที่เจ็บปวด แต่ในที่สุดเมืองฮิโรชิมาได้ตัดสินใจอนุรักษ์ไว้ในสภาพที่เป็นซากปรักหักพัง เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจมนุษยชาติถึงผลกระทบของอาวุธนิวเคลียร์ และเริ่มมีการอนุรักษ์โครงสร้างอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1966 A-Bomb Dome ตั้งอยู่ในบริเวณ Hiroshima Peace Memorial Park ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นบนพื้นที่ที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าของเมืองก่อนสงคราม ภายในสวนมีอนุสรณ์สถานหลายแห่ง รวมถึง Cenotaph for the A-bomb Victims ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ทรงโค้งที่ออกแบบให้มองเห็น A-Bomb Dome ผ่านซุ้มประตู และ Children's Peace Monument ที่อุทิศให้กับ Sadako Sasaki เด็กหญิงที่เสียชีวิตจากผลกระทบของรังสี ซึ่งเป็นที่มาของธรรมเนียมการพับนกกระเรียนกระดาษพันตัวเพื่อขอพร Hiroshima Peace Memorial Museum ที่อยู่ภายในสวนจัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ภาพถ่าย และสิ่งของที่หลงเหลือจากเหตุการณ์ระเบิด รวมถึงคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิต ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์อยู่ที่ 200 เยน เปิดให้บริการตั้งแต่ 8.30-18.00 น. ในฤดูร้อน และ 8.30-17.00 น. ในฤดูหนาว การเดินทางมา A-Bomb Dome สามารถนั่งรถรางสาย 2, 6 หรือ 1 จากสถานีฮิโรชิมา ลงป้าย Genbaku Dome-mae ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ตัว A-Bomb Dome เปิดให้ชมจากภายนอกได้ตลอดเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในซากอาคารเพื่อความปลอดภัย
🏛️ ที่เที่ยว
⭐ แนะนำ
ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ มิยาจิมะ (Itsukushima Shrine, Miyajima) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ตั้งอยู่บนเกาะมิยาจิมะ ในจังหวัดฮิโรชิมา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1996 และถือเป็นหนึ่งในสามทัศนียภาพที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นตามธรรมเนียม Nihon Sankei ที่กำหนดขึ้นในยุคเอโดะ ร่วมกับ Matsushima ในจังหวัดมิยางิ และ Amanohashidate ในจังหวัดเกียวโต จุดเด่นที่ทำให้ศาลเจ้านี้มีชื่อเสียงระดับโลกคือ ประตูโทริอิสีแดงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในทะเล ห่างจากตัวศาลเจ้าประมาณ 200 เมตร ความสูงของประตูอยู่ที่ประมาณ 16 เมตร เทียบเท่าตึก 5 ชั้น สร้างจากไม้การบูรซึ่งมีความทนทานต่อสภาพอากาศทางทะเลและแมลง ประตูที่เห็นในปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 8 สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1875 โดยใช้เทคนิคการก่อสร้างที่ให้ตัวประตูยืนหยัดอยู่ได้ด้วยน้ำหนักของตัวเองโดยไม่ต้องฝังฐานลงดิน ศาลเจ้าอิสึคุชิมะมีประวัติยาวนานกว่า 1,400 ปี โดยมีบันทึกครั้งแรกในปี ค.ศ. 593 รูปแบบสถาปัตยกรรมที่เห็นในปัจจุบันได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1168 โดย Taira no Kiyomori ผู้นำที่มีอำนาจสูงสุดในยุคปลายเฮอัน ลักษณะเด่นคือการสร้างอาคารศาลเจ้าบนเสาที่ปักลงในทะเล ทำให้ตัวอาคารดูเหมือนลอยอยู่บนผิวน้ำเมื่อน้ำขึ้น ภายในศาลเจ้าประกอบด้วยอาคารหลักหลายส่วนเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินไม้ยาวกว่า 275 เมตร ได้แก่ Honden (ศาลเจ้าหลัก) Haiden (ห้องสวดมนต์) และเวทีแสดง Noh ซึ่งเป็นเวทีการแสดงศิลปะดั้งเดิมที่ตั้งอยู่บนน้ำ ถือเป็นเวที Noh แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่สร้างบนทะเล ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจที่สุดของศาลเจ้าคือความเปลี่ยนแปลงตามระดับน้ำทะเล ในช่วงน้ำขึ้น (Mansion) ระดับน้ำจะสูงขึ้นมาจนถึงเสาของอาคารศาลเจ้าและประตูโทริอิ ทำให้ดูเหมือนทั้งหมดลอยอยู่บนทะเล ส่วนในช่วงน้ำลง (Kanchō) น้ำจะลดลงจนเห็นพื้นทรายโดยรอบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปสัมผัสฐานของประตูโทริอิได้โดยตรง ทั้งสองช่วงเวลาให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เกาะมิยาจิมะยังเป็นที่อยู่อาศัยของกวางป่าซิกะที่เดินเสรีคล้ายที่นารา รวมถึงเป็นที่ตั้งของภูเขา Misen ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สูง 535 เมตรที่มีกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปชมทัศนียภาพ และวัด Daisho-in วัดพุทธนิกายชินงอนที่มีอายุกว่า 1,200 ปี ค่าเข้าชมศาลเจ้าอิสึคุชิมะอยู่ที่ 300 เยน เปิดให้บริการตั้งแต่ 6.30-18.00 น. โดยเวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล การเดินทางต้องนั่งรถไฟ JR Sanyo Line จากฮิโรชิมาลงสถานี Miyajimaguchi แล้วต่อเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากใช้เวลาประมาณ 10 นาที ค่าเรือประมาณ 200 เยน
🏛️ ที่เที่ยว
⭐ แนะนำ
ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine) ตั้งอยู่บนเกาะมิยาจิมะ (Miyajima) จังหวัดฮิโรชิมา เป็นหนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1996 จุดเด่นที่ทำให้ศาลเจ้านี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกคือ ประตูโทริอิสีแดงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในทะเล ซึ่งเป็นหนึ่งในสามทัศนียภาพที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น (Nihon Sankei) ร่วมกับ Matsushima และ Amanohashidate ศาลเจ้าอิสึคุชิมะมีประวัติยาวนานกว่า 1,400 ปี โดยมีการบันทึกครั้งแรกในปี ค.ศ. 593 รูปแบบสถาปัตยกรรมปัจจุบันถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1168 โดย Taira no Kiyomori ผู้นำตระกูล Taira ซึ่งมีอำนาจในยุคเฮอัน ลักษณะพิเศษของศาลเจ้าคือถูกสร้างบนเสาที่ปักลงบนพื้นทะเล ทำให้ในช่วงน้ำขึ้นตัวศาลเจ้าและประตูโทริอิจะดูเหมือนลอยอยู่บนผิวน้ำ ประตูโทริอิหลักมีความสูงประมาณ 16 เมตร สร้างจากไม้การบูร (Camphor Wood) ซึ่งทนทานต่อการกัดกร่อนของน้ำเค็ม ประตูปัจจุบันที่เห็นเป็นโครงสร้างที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1875 ซึ่งเป็นรุ่นที่ 8 ของประตูโทริอิที่ถูกสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งตลอดประวัติศาสตร์ น้ำหนักของประตูทำให้สามารถยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่ต้องใช้ฐานยึดในดิน เพียงอาศัยน้ำหนักของตัวเองในการทรงตัว ปรากฏการณ์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมคือความแตกต่างระหว่างช่วงน้ำขึ้นและน้ำลง ในช่วงน้ำขึ้น ประตูโทริอิและศาลเจ้าจะดูเหมือนลอยอยู่บนทะเล สร้างภาพที่งดงามและเป็นที่นิยมในการถ่ายภาพมากที่สุด ส่วนในช่วงน้ำลง นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปสัมผัสฐานของประตูโทริอิได้โดยตรงบนพื้นทรายที่โล่งออกมา ซึ่งเป็นอีกประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบตารางน้ำขึ้นน้ำลงล่วงหน้าเพื่อวางแผนการมาเยือน นอกจากศาลเจ้าแล้ว เกาะมิยาจิมะยังเป็นที่อยู่อาศัยของกวางป่าซิกะที่เดินอย่างเสรีคล้ายกับที่นารา แต่มีจำนวนน้อยกว่า บนเกาะยังมีภูเขา Misen ซึ่งเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มีกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปยังยอดเขาเพื่อชมทัศนียภาพรอบเกาะ และมีวัด Daisho-in ซึ่งเป็นวัดพุทธนิกายชินงอนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ การเดินทางมาเกาะมิยาจิมะ ต้องนั่งรถไฟสาย JR Sanyo Line จากสถานีฮิโรชิมา ลงที่สถานี Miyajimaguchi แล้วต่อเรือเฟอร์รี่ที่ดำเนินการโดย JR หรือ Miyajima Matsudai Kisen ใช้เวลาข้ามฟากประมาณ 10 นาที ค่าเรือประมาณ 200 เยน ค่าเข้าชมศาลเจ้าอิสึคุชิมะอยู่ที่ 300 เยน เปิดให้บริการตั้งแต่ 6.30-18.00 น. โดยเวลาเปิดปิดอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล เกาะมิยาจิมะจึงเป็นจุดหมายที่ผสมผสานความสวยงามทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมไว้ในที่เดียว การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Sanyo Line จากสถานี Hiroshima ลงสถานี Miyajimaguchi แล้วต่อเรือข้ามฟาก JR Ferry ใช้เวลา 10 นาที ถึงเกาะ Miyajima
🏛️ ที่เที่ยว
⭐ แนะนำ
อนุสรณ์สถาน A-Bomb Dome มรดกโลก UNESCO สัญลักษณ์แห่งสันติภาพและความหวัง ห้ามลืม การเดินทาง: นั่งรถราง Hiroshima Electric Railway สาย 2 หรือ 6 จากสถานี Hiroshima Station ลงป้าย Genbaku Dome Mae แล้วเดินต่อ 5 นาที
อาคาร 4 ชั้นรวม 25 ร้านโอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิมา ต่างจากโอซาก้าตรงที่ใส่เส้นสปาเก็ตตี้/อุด้งในแป้ง ชั้นๆ ทั้งหมู อาหารทะเล ผัก เซี่ยงซ่าง
อาคาร 3 ชั้นรวม 25 ร้านโอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิมา (เส้นสปาเก็ตตี้ในแป้ง) ต้องลอง การเดินทาง: นั่งรถราง Hiroshima Electric Railway ลงป้าย Hatchobori แล้วเดินเท้าประมาณ 5 นาที
🏛️ ที่เที่ยว
ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ มิยาจิมะ (Itsukushima Shrine, Miyajima) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ตั้งอยู่บนเกาะมิยาจิมะ ในจังหวัดฮิโรชิมา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1996 และถือเป็นหนึ่งในสามทัศนียภาพที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นตามธรรมเนียม Nihon Sankei ที่กำหนดขึ้นในยุคเอโดะ ร่วมกับ Matsushima ในจังหวัดมิยางิ และ Amanohashidate ในจังหวัดเกียวโต จุดเด่นที่ทำให้ศาลเจ้านี้มีชื่อเสียงระดับโลกคือ ประตูโทริอิสีแดงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในทะเล ห่างจากตัวศาลเจ้าประมาณ 200 เมตร ความสูงของประตูอยู่ที่ประมาณ 16 เมตร เทียบเท่าตึก 5 ชั้น สร้างจากไม้การบูรซึ่งมีความทนทานต่อสภาพอากาศทางทะเลและแมลง ประตูที่เห็นในปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 8 สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1875 โดยใช้เทคนิคการก่อสร้างที่ให้ตัวประตูยืนหยัดอยู่ได้ด้วยน้ำหนักของตัวเองโดยไม่ต้องฝังฐานลงดิน ศาลเจ้าอิสึคุชิมะมีประวัติยาวนานกว่า 1,400 ปี โดยมีบันทึกครั้งแรกในปี ค.ศ. 593 รูปแบบสถาปัตยกรรมที่เห็นในปัจจุบันได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1168 โดย Taira no Kiyomori ผู้นำที่มีอำนาจสูงสุดในยุคปลายเฮอัน ลักษณะเด่นคือการสร้างอาคารศาลเจ้าบนเสาที่ปักลงในทะเล ทำให้ตัวอาคารดูเหมือนลอยอยู่บนผิวน้ำเมื่อน้ำขึ้น ภายในศาลเจ้าประกอบด้วยอาคารหลักหลายส่วนเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินไม้ยาวกว่า 275 เมตร ได้แก่ Honden (ศาลเจ้าหลัก) Haiden (ห้องสวดมนต์) และเวทีแสดง Noh ซึ่งเป็นเวทีการแสดงศิลปะดั้งเดิมที่ตั้งอยู่บนน้ำ ถือเป็นเวที Noh แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่สร้างบนทะเล ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจที่สุดของศาลเจ้าคือความเปลี่ยนแปลงตามระดับน้ำทะเล ในช่วงน้ำขึ้น (Mansion) ระดับน้ำจะสูงขึ้นมาจนถึงเสาของอาคารศาลเจ้าและประตูโทริอิ ทำให้ดูเหมือนทั้งหมดลอยอยู่บนทะเล ส่วนในช่วงน้ำลง (Kanchō) น้ำจะลดลงจนเห็นพื้นทรายโดยรอบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปสัมผัสฐานของประตูโทริอิได้โดยตรง ทั้งสองช่วงเวลาให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เกาะมิยาจิมะยังเป็นที่อยู่อาศัยของกวางป่าซิกะที่เดินเสรีคล้ายที่นารา รวมถึงเป็นที่ตั้งของภูเขา Misen ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สูง 535 เมตรที่มีกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปชมทัศนียภาพ และวัด Daisho-in วัดพุทธนิกายชินงอนที่มีอายุกว่า 1,200 ปี ค่าเข้าชมศาลเจ้าอิสึคุชิมะอยู่ที่ 300 เยน เปิดให้บริการตั้งแต่ 6.30-18.00 น. โดยเวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล การเดินทางต้องนั่งรถไฟ JR Sanyo Line จากฮิโรชิมาลงสถานี Miyajimaguchi แล้วต่อเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากใช้เวลาประมาณ 10 นาที ค่าเรือประมาณ 200 เยน
🏛️ ที่เที่ยว
สวนสันติภาพฮิโรชิมาตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหยื่อระเบิดปรมาณูในปี ค.ศ. 1945 มีโดมปรมาณูที่ยังคงซากให้เห็น พิพิธภัณฑ์สันติภาพที่น่าสะเทือนใจ และเปลวไฟนิรันดร์