เกี่ยวกับสถานที่
อาราชิยาม่า บัมบู โกรฟ (Arashiyama Bamboo Grove) คือเส้นทางเดินผ่านป่าไผ่ในเขตอาราชิยาม่า ทางตะวันตกของเกียวโต ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น เส้นทางหลักมีความยาวประมาณ 500 เมตร เชื่อมต่อระหว่างบริเวณวัดเทนริวจิและศาลเจ้าโนโนะมิยะ
ไผ่ที่ปลูกในป่าแห่งนี้เป็นสายพันธุ์ Moso Bamboo (Phyllostachys edulis) ซึ่งเป็นไผ่สายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สามารถเจริญเติบโตได้สูงถึง 20-25 เมตร และมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วมาก ในบางช่วงสามารถเติบโตได้มากกว่า 1 เมตรต่อวัน ลำต้นไผ่ที่หนาแน่นและสูงทำให้เกิดเอฟเฟกต์การบังแสงที่สร้างบรรยากาศเฉพาะตัว
คุณค่าทางวัฒนธรรมของป่าไผ่อาราชิยาม่าได้รับการยอมรับในระดับประเทศ โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นได้บรรจุเสียงลมพัดผ่านป่าไผ่นี้ไว้ในรายการ "100 Soundscapes of Japan" ซึ่งเป็นโครงการอนุรักษ์เสียงที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมของประเทศ เสียงที่เกิดจากการเสียดสีของลำไผ่เมื่อมีลมพัดถือเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางเสียงของญี่ปุ่น
บริเวณทางเข้าด้านหนึ่งของป่าไผ่เชื่อมต่อกับวัดเทนริวจิ (Tenryu-ji) วัดเซนอันดับหนึ่งในห้าวัดเซนสำคัญของเกียวโต (Kyoto Gozan) ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1339 โดยโชกุน Ashikaga Takauji สวนของวัดที่เรียกว่า Sogenchi Garden ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์และทัศนียภาพพิเศษของญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในสวนเซนที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงสภาพสมบูรณ์
อีกฝั่งของป่าไผ่เชื่อมต่อกับศาลเจ้าโนโนะมิยะ (Nonomiya Shrine) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในวรรณกรรมคลาสสิกเรื่อง Tale of Genji ในฐานะสถานที่ที่เจ้าหญิงในราชวงศ์ต้องมาทำพิธีชำระล้างก่อนเข้ารับหน้าที่ในศาลเจ้าอิเสะ ปัจจุบันศาลเจ้านี้เป็นที่นิยมของผู้ที่มาขอพรด้านความรักและการแต่งงาน
นอกจากการเดินชมป่าไผ่แล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมี Okochi Sanso Villa ซึ่งเป็นบ้านพักของนักแสดงภาพยนตร์ชื่อดังในอดีต ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีสวนญี่ปุ่นสวยงามและจุดชมวิวภูเขา Arashiyama
การเดินทางมาป่าไผ่อาราชิยาม่าสะดวกที่สุดโดยนั่งรถไฟ JR Sagano Line จากสถานีเกียวโต ลงสถานี Saga-Arashiyama ใช้เวลาประมาณ 15 นาที หรือรถไฟ Randen Tram ลงสถานี Arashiyama ป่าไผ่ไม่มีค่าเข้าชมและเปิดให้เดินผ่านได้ตลอดเวลา แนะนำให้มาเยือนในช่วงเช้าตรู่ก่อน 8 โมงเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดของนักท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวที่มีเวลามากสามารถต่อกระเช้าลอยฟ้า Arashiyama Monkey Park Iwatayama จากบริเวณใกล้สะพาน Togetsukyo ขึ้นไปชมลิงป่าญี่ปุ่นและทัศนียภาพของเกียวโตจากมุมสูง ทำให้การมาเยือนป่าไผ่อาราชิยาม่าสามารถผสมผสานกับกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างหลากหลายในพื้นที่เดียวกัน
รีวิวจากนักท่องเที่ยว (2)
ป่าไผ่งดงามกว่าที่คิด
ป่าไผ่อาราชิยาม่า เป็นสถานที่ที่ฉันฝันมาเยือนมานานมาก วันที่ไปเป็นช่วงต้นเดือนเมษายน ซากุระยังบานอยู่บ้าง ผสมกับสีเขียวของไผ่ สวยงามพิเศษมาก
ตื่นเช้ามาก นั่งรถไฟจากเกียวโตมาลงที่ Saga-Arashiyama ตอนหกโมงครึ่ง เดินไปสวนไผ่ไม่กี่นาที บรรยากาศตอนนั้นเงียบสงบมาก มีนักท่องเที่ยวน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นช่างภาพที่มาจับแสงยามเช้า
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านใบไผ่สร้างลวดลายสวยงาม บางแสงกรองลงมาเป็นลำๆ เหมือนแสงศักดิ์สิทธิ์ ฉันยืนอยู่กลางทางเดินแล้วมองขึ้นไป ลำไผ่สูงชะลูดโน้มมาบรรจบกันด้านบน เหมือนอยู่ในอุโมงค์สีเขียว ลมพัดเบาๆ ทำให้ไผ่โยกตัวและเสียดกัน เกิดเสียงไพเราะน่าฟัง
หลังเดินป่าไผ่แล้ว เดินต่อไปยังสะพาน Togetsu-kyo สะพานไม้เก่าข้ามแม่น้ำ Katsura วิวภูเขาที่ปกคลุมด้วยซากุระเบื้องหลังสะพานสวยงามมาก รอสักพักจนมีแสงดีแล้วถ่ายรูป ได้ภาพสวยงามมาก
แวะกินข้าวเช้าที่ร้านอาหารเล็กๆ ริมน้ำ สั่ง Tofu Kaiseki ชุดอาหารเต้าหู้ที่อาราชิยาม่าขึ้นชื่อ อร่อยมากแบบที่ไม่เคยกินที่ไหนเหมือน จากนั้นซื้อ matcha สด และขนม yatsuhashi ของฝากเกียวโต ก่อนนั่งรถไฟกลับ แนะนำทุกคนมาเที่ยวที่นี่โดยเฉพาะตอนเช้า
นอกจากป่าไผ่และวัด Tenryu-ji แล้ว ฉันยังแวะไปที่ Otagi Nenbutsu-ji Temple ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน วัดเล็กๆ ที่มีรูปปั้น Rakan ห้าร้อยองค์ แต่ละองค์หน้าตาและท่าทางต่างกัน บางองค์ยิ้มกว้าง บางองค์ทำหน้าตลก น่ารักและน่าสนใจมาก ค่าเข้าชมสามร้อยเยน ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก เลยได้บรรยากาศเงียบสงบดีมาก ก่อนกลับซื้อ tofu ice cream จากร้านข้างทาง รสชาติเบาสะอาด ไม่หวานมาก เหมาะมากสำหรับช่วงอากาศร้อน อาราชิยาม่าเป็นพื้นที่ที่มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง แนะนำใช้เวลาทั้งวันสำรวจให้ครบ
เกียวโตมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่ต้องใช้เวลาหลายวันจึงจะสำรวจได้ครบ แต่ถ้าเวลาจำกัด แนะนำให้ไป Arashiyama ป่าไผ่ คินคาคุจิ และฟุชิมิ อินาริ เป็นสามสถานที่ที่ฉันแนะนำมากที่สุด ทั้งสามแห่งให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ล้วนสะท้อนถึงความงดงามและลึกซึ้งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เกียวโตจะยังคงอยู่ในความทรงจำของฉันตลอดไป
ประสบการณ์การเดินทางครั้งนี้ทำให้ฉันตระหนักว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความงดงามและความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมที่หาได้ยากมากในโลกสมัยใหม่ ทั้งความพิถีพิถัน ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความอบอุ่นของผู้คน ล้วนทำให้ทุกการเดินทางมายังญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและน่าจดจำ ฉันจึงมักแนะนำให้เพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเร่งวางแผนไปสักครั้ง เพราะรับรองว่าจะไม่ผิดหวังเลย และใครที่เคยไปแล้วก็มักจะอยากกลับไปอีกเสมอ นั่นคือเสน่ห์ที่แท้จริงของญี่ปุ่นที่ทำให้ใครก็ตามที่ได้สัมผัสแล้วต้องติดใจ
ป่าไผ่งดงามกว่าที่คิด
ป่าไผ่อาราชิยาม่า เป็นสถานที่ที่ฉันฝันมาเยือนมานานมาก วันที่ไปเป็นช่วงต้นเดือนเมษายน ซากุระยังบานอยู่บ้าง ผสมกับสีเขียวของไผ่ สวยงามพิเศษมาก
ตื่นเช้ามาก นั่งรถไฟจากเกียวโตมาลงที่ Saga-Arashiyama ตอนหกโมงครึ่ง เดินไปสวนไผ่ไม่กี่นาที บรรยากาศตอนนั้นเงียบสงบมาก มีนักท่องเที่ยวน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นช่างภาพที่มาจับแสงยามเช้า
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านใบไผ่สร้างลวดลายสวยงาม บางแสงกรองลงมาเป็นลำๆ เหมือนแสงศักดิ์สิทธิ์ ฉันยืนอยู่กลางทางเดินแล้วมองขึ้นไป ลำไผ่สูงชะลูดโน้มมาบรรจบกันด้านบน เหมือนอยู่ในอุโมงค์สีเขียว ลมพัดเบาๆ ทำให้ไผ่โยกตัวและเสียดกัน เกิดเสียงไพเราะน่าฟัง
หลังเดินป่าไผ่แล้ว เดินต่อไปยังสะพาน Togetsu-kyo สะพานไม้เก่าข้ามแม่น้ำ Katsura วิวภูเขาที่ปกคลุมด้วยซากุระเบื้องหลังสะพานสวยงามมาก รอสักพักจนมีแสงดีแล้วถ่ายรูป ได้ภาพสวยงามมาก
แวะกินข้าวเช้าที่ร้านอาหารเล็กๆ ริมน้ำ สั่ง Tofu Kaiseki ชุดอาหารเต้าหู้ที่อาราชิยาม่าขึ้นชื่อ อร่อยมากแบบที่ไม่เคยกินที่ไหนเหมือน จากนั้นซื้อ matcha สด และขนม yatsuhashi ของฝากเกียวโต ก่อนนั่งรถไฟกลับ แนะนำทุกคนมาเที่ยวที่นี่โดยเฉพาะตอนเช้า
นอกจากป่าไผ่และวัด Tenryu-ji แล้ว ฉันยังแวะไปที่ Otagi Nenbutsu-ji Temple ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน วัดเล็กๆ ที่มีรูปปั้น Rakan ห้าร้อยองค์ แต่ละองค์หน้าตาและท่าทางต่างกัน บางองค์ยิ้มกว้าง บางองค์ทำหน้าตลก น่ารักและน่าสนใจมาก ค่าเข้าชมสามร้อยเยน ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก เลยได้บรรยากาศเงียบสงบดีมาก ก่อนกลับซื้อ tofu ice cream จากร้านข้างทาง รสชาติเบาสะอาด ไม่หวานมาก เหมาะมากสำหรับช่วงอากาศร้อน อาราชิยาม่าเป็นพื้นที่ที่มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง แนะนำใช้เวลาทั้งวันสำรวจให้ครบ
เกียวโตมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่ต้องใช้เวลาหลายวันจึงจะสำรวจได้ครบ แต่ถ้าเวลาจำกัด แนะนำให้ไป Arashiyama ป่าไผ่ คินคาคุจิ และฟุชิมิ อินาริ เป็นสามสถานที่ที่ฉันแนะนำมากที่สุด ทั้งสามแห่งให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ล้วนสะท้อนถึงความงดงามและลึกซึ้งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เกียวโตจะยังคงอยู่ในความทรงจำของฉันตลอดไป
ประสบการณ์การเดินทางครั้งนี้ทำให้ฉันตระหนักว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความงดงามและความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมที่หาได้ยากมากในโลกสมัยใหม่ ทั้งความพิถีพิถัน ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความอบอุ่นของผู้คน ล้วนทำให้ทุกการเดินทางมายังญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและน่าจดจำ ฉันจึงมักแนะนำให้เพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเร่งวางแผนไปสักครั้ง เพราะรับรองว่าจะไม่ผิดหวังเลย และใครที่เคยไปแล้วก็มักจะอยากกลับไปอีกเสมอ นั่นคือเสน่ห์ที่แท้จริงของญี่ปุ่นที่ทำให้ใครก็ตามที่ได้สัมผัสแล้วต้องติดใจ