เกี่ยวกับสถานที่
ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ มิยาจิมะ (Itsukushima Shrine, Miyajima) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ตั้งอยู่บนเกาะมิยาจิมะ ในจังหวัดฮิโรชิมา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1996 และถือเป็นหนึ่งในสามทัศนียภาพที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นตามธรรมเนียม Nihon Sankei ที่กำหนดขึ้นในยุคเอโดะ ร่วมกับ Matsushima ในจังหวัดมิยางิ และ Amanohashidate ในจังหวัดเกียวโต
จุดเด่นที่ทำให้ศาลเจ้านี้มีชื่อเสียงระดับโลกคือ ประตูโทริอิสีแดงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในทะเล ห่างจากตัวศาลเจ้าประมาณ 200 เมตร ความสูงของประตูอยู่ที่ประมาณ 16 เมตร เทียบเท่าตึก 5 ชั้น สร้างจากไม้การบูรซึ่งมีความทนทานต่อสภาพอากาศทางทะเลและแมลง ประตูที่เห็นในปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 8 สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1875 โดยใช้เทคนิคการก่อสร้างที่ให้ตัวประตูยืนหยัดอยู่ได้ด้วยน้ำหนักของตัวเองโดยไม่ต้องฝังฐานลงดิน
ศาลเจ้าอิสึคุชิมะมีประวัติยาวนานกว่า 1,400 ปี โดยมีบันทึกครั้งแรกในปี ค.ศ. 593 รูปแบบสถาปัตยกรรมที่เห็นในปัจจุบันได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1168 โดย Taira no Kiyomori ผู้นำที่มีอำนาจสูงสุดในยุคปลายเฮอัน ลักษณะเด่นคือการสร้างอาคารศาลเจ้าบนเสาที่ปักลงในทะเล ทำให้ตัวอาคารดูเหมือนลอยอยู่บนผิวน้ำเมื่อน้ำขึ้น
ภายในศาลเจ้าประกอบด้วยอาคารหลักหลายส่วนเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินไม้ยาวกว่า 275 เมตร ได้แก่ Honden (ศาลเจ้าหลัก) Haiden (ห้องสวดมนต์) และเวทีแสดง Noh ซึ่งเป็นเวทีการแสดงศิลปะดั้งเดิมที่ตั้งอยู่บนน้ำ ถือเป็นเวที Noh แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่สร้างบนทะเล
ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจที่สุดของศาลเจ้าคือความเปลี่ยนแปลงตามระดับน้ำทะเล ในช่วงน้ำขึ้น (Mansion) ระดับน้ำจะสูงขึ้นมาจนถึงเสาของอาคารศาลเจ้าและประตูโทริอิ ทำให้ดูเหมือนทั้งหมดลอยอยู่บนทะเล ส่วนในช่วงน้ำลง (Kanchō) น้ำจะลดลงจนเห็นพื้นทรายโดยรอบ นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปสัมผัสฐานของประตูโทริอิได้โดยตรง ทั้งสองช่วงเวลาให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เกาะมิยาจิมะยังเป็นที่อยู่อาศัยของกวางป่าซิกะที่เดินเสรีคล้ายที่นารา รวมถึงเป็นที่ตั้งของภูเขา Misen ภูเขาศักดิ์สิทธิ์สูง 535 เมตรที่มีกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปชมทัศนียภาพ และวัด Daisho-in วัดพุทธนิกายชินงอนที่มีอายุกว่า 1,200 ปี
ค่าเข้าชมศาลเจ้าอิสึคุชิมะอยู่ที่ 300 เยน เปิดให้บริการตั้งแต่ 6.30-18.00 น. โดยเวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล การเดินทางต้องนั่งรถไฟ JR Sanyo Line จากฮิโรชิมาลงสถานี Miyajimaguchi แล้วต่อเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากใช้เวลาประมาณ 10 นาที ค่าเรือประมาณ 200 เยน
รีวิวจากนักท่องเที่ยว (2)
โทริอีลอยน้ำสวยที่สุดที่เคยเห็น
เกาะมิยาจิมะเป็นที่ที่ฉันมาครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง แต่ยังรู้สึกประทับใจได้เหมือนครั้งแรก ครั้งนี้ตั้งใจมาช่วงน้ำขึ้นพอดี ตรวจสอบตารางน้ำขึ้นน้ำลงล่วงหน้า แล้วเลือกวันที่น้ำขึ้นตอนสาย
เช่าชุดกิโมโนที่ร้านใกล้ท่าเรือฝั่งแผ่นดินใหญ่ แล้วนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามมา พอเรือเข้าใกล้เกาะ เห็นประตูโทริอียักษ์สีแดงตระหง่านอยู่กลางทะเล บรรยากาศสวยงามมากๆ มีแดดจ้าพอดี ทะเลสีน้ำเงินเข้ม โทริอีสีแดงสด ภูเขาหลังเกาะสีเขียว ตัดกันได้สวยงามมาก
เดินไปยังหาดทราย บางช่วงน้ำขึ้นสูงมากจนโทริอียักษ์ลอยเหมือนอยู่กลางทะเลจริงๆ ฉันถ่ายรูปกับโทริอีในชุดกิโมโน ได้ภาพสวยงามมาก เป็นภาพที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้เลย
กวางบนเกาะมิยาจิมะน่ารักมาก แต่ซุกซนกว่ากวางที่นาราเล็กน้อย เคยเจอตัวหนึ่งคาบแผนที่กระดาษไปเลย ระวังของที่วางไว้ในมือด้วย
ของกินที่แนะนำคือ โมมิจิมันจู ขนมรูปใบเมเปิ้ลสัญลักษณ์ของเกาะ ไส้หลายอย่าง ทั้งถั่วแดง ช็อกโกแลต ชีส และคัสตาร์ด กินอุ่นๆ อร่อยมาก นอกจากนั้นยังมีหอยนางรมย่างขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อของมิยาจิมะ ราคาประมาณห้าร้อยถึงหกร้อยเยนต่อตัว ใหญ่มาก อร่อยมาก ต้องลอง
หลังเที่ยวเกาะมิยาจิมะแล้ว ฉันยังแวะที่ฮิโรชิมาอีกครั้งก่อนกลับ ลองกิน Hiroshima Tsukemen บะหมี่จิ้มซอสที่เป็นเมนูพิเศษของฮิโรชิมา รสชาติเข้มข้นและเผ็ดเล็กน้อย อร่อยมาก แตกต่างจากราเมนธรรมดามาก ถนน Hondori เป็นย่านช้อปปิ้งหลักของฮิโรชิมา มีร้านค้ามากมายและคนพลุกพล่าน บรรยากาศชีวิตชีวาดีมาก ซื้อ Momiji Manju กลับมาฝากคนที่บ้านด้วย อร่อยทั้งไส้ถั่วแดง ช็อกโกแลต และชีส แนะนำซื้อหลายไส้มาเปรียบเทียบรสชาติ เกาะมิยาจิมะเป็นสถานที่ที่ฉันอยากกลับมาเยือนอีกครั้งอย่างแน่นอน
เกาะมิยาจิมะเป็นสถานที่ที่ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจมากที่สุดในทุกทริปที่ไปญี่ปุ่น แม้จะมาหลายครั้งแล้วแต่ทุกครั้งก็ยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจ โทริอียักษ์กลางทะเล กวางน่ารัก อาหารอร่อย และบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและวัฒนธรรม ทำให้มิยาจิมะเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักท่องเที่ยวทุกประเภท
ประสบการณ์การเดินทางครั้งนี้ทำให้ฉันตระหนักว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความงดงามและความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมที่หาได้ยากมากในโลกสมัยใหม่ ทั้งความพิถีพิถัน ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความอบอุ่นของผู้คน ล้วนทำให้ทุกการเดินทางมายังญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและน่าจดจำ ฉันจึงมักแนะนำให้เพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเร่งวางแผนไปสักครั้ง เพราะรับรองว่าจะไม่ผิดหวังเลย และใครที่เคยไปแล้วก็มักจะอยากกลับไปอีกเสมอ นั่นคือเสน่ห์ที่แท้จริงของญี่ปุ่นที่ทำให้ใครก็ตามที่ได้สัมผัสแล้วต้องติดใจ
โทริอีลอยน้ำสวยที่สุดที่เคยเห็น
เกาะมิยาจิมะเป็นที่ที่ฉันมาครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง แต่ยังรู้สึกประทับใจได้เหมือนครั้งแรก ครั้งนี้ตั้งใจมาช่วงน้ำขึ้นพอดี ตรวจสอบตารางน้ำขึ้นน้ำลงล่วงหน้า แล้วเลือกวันที่น้ำขึ้นตอนสาย
เช่าชุดกิโมโนที่ร้านใกล้ท่าเรือฝั่งแผ่นดินใหญ่ แล้วนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามมา พอเรือเข้าใกล้เกาะ เห็นประตูโทริอียักษ์สีแดงตระหง่านอยู่กลางทะเล บรรยากาศสวยงามมากๆ มีแดดจ้าพอดี ทะเลสีน้ำเงินเข้ม โทริอีสีแดงสด ภูเขาหลังเกาะสีเขียว ตัดกันได้สวยงามมาก
เดินไปยังหาดทราย บางช่วงน้ำขึ้นสูงมากจนโทริอียักษ์ลอยเหมือนอยู่กลางทะเลจริงๆ ฉันถ่ายรูปกับโทริอีในชุดกิโมโน ได้ภาพสวยงามมาก เป็นภาพที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้เลย
กวางบนเกาะมิยาจิมะน่ารักมาก แต่ซุกซนกว่ากวางที่นาราเล็กน้อย เคยเจอตัวหนึ่งคาบแผนที่กระดาษไปเลย ระวังของที่วางไว้ในมือด้วย
ของกินที่แนะนำคือ โมมิจิมันจู ขนมรูปใบเมเปิ้ลสัญลักษณ์ของเกาะ ไส้หลายอย่าง ทั้งถั่วแดง ช็อกโกแลต ชีส และคัสตาร์ด กินอุ่นๆ อร่อยมาก นอกจากนั้นยังมีหอยนางรมย่างขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อของมิยาจิมะ ราคาประมาณห้าร้อยถึงหกร้อยเยนต่อตัว ใหญ่มาก อร่อยมาก ต้องลอง
หลังเที่ยวเกาะมิยาจิมะแล้ว ฉันยังแวะที่ฮิโรชิมาอีกครั้งก่อนกลับ ลองกิน Hiroshima Tsukemen บะหมี่จิ้มซอสที่เป็นเมนูพิเศษของฮิโรชิมา รสชาติเข้มข้นและเผ็ดเล็กน้อย อร่อยมาก แตกต่างจากราเมนธรรมดามาก ถนน Hondori เป็นย่านช้อปปิ้งหลักของฮิโรชิมา มีร้านค้ามากมายและคนพลุกพล่าน บรรยากาศชีวิตชีวาดีมาก ซื้อ Momiji Manju กลับมาฝากคนที่บ้านด้วย อร่อยทั้งไส้ถั่วแดง ช็อกโกแลต และชีส แนะนำซื้อหลายไส้มาเปรียบเทียบรสชาติ เกาะมิยาจิมะเป็นสถานที่ที่ฉันอยากกลับมาเยือนอีกครั้งอย่างแน่นอน
เกาะมิยาจิมะเป็นสถานที่ที่ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจมากที่สุดในทุกทริปที่ไปญี่ปุ่น แม้จะมาหลายครั้งแล้วแต่ทุกครั้งก็ยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจ โทริอียักษ์กลางทะเล กวางน่ารัก อาหารอร่อย และบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและวัฒนธรรม ทำให้มิยาจิมะเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักท่องเที่ยวทุกประเภท
ประสบการณ์การเดินทางครั้งนี้ทำให้ฉันตระหนักว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความงดงามและความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมที่หาได้ยากมากในโลกสมัยใหม่ ทั้งความพิถีพิถัน ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความอบอุ่นของผู้คน ล้วนทำให้ทุกการเดินทางมายังญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและน่าจดจำ ฉันจึงมักแนะนำให้เพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเร่งวางแผนไปสักครั้ง เพราะรับรองว่าจะไม่ผิดหวังเลย และใครที่เคยไปแล้วก็มักจะอยากกลับไปอีกเสมอ นั่นคือเสน่ห์ที่แท้จริงของญี่ปุ่นที่ทำให้ใครก็ตามที่ได้สัมผัสแล้วต้องติดใจ