วัดเก่าแก่สวยงาม ต้องมาให้ได้
วัดเซ็นโซจิในย่านอาซากุสะเป็นสถานที่ที่ฉันมาทุกครั้งที่ไปโตเกียว ครั้งล่าสุดตั้งใจมาตอนเช้ามืดเป็นพิเศษ ตีห้าครึ่ง ตื่นแล้วเดินมาจากโรงแรมที่พักอยู่ในย่านอาซากุสะเหมือนกัน เดินประมาณห้านาทีก็ถึง
อากาศเดือนมีนาคมตอนเช้าตรู่ยังหนาวเล็กน้อย หมอกบางๆ ลอยอยู่รอบวัด ประตู Kaminarimon สูงใหญ่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ตะเกียงสีแดงยักษ์ห้อยอยู่ตรงกลาง นักท่องเที่ยวยังไม่มีเลยสักคน มีแต่พระและแม่ชีที่กำลังเตรียมทำวัตรเช้า ฉันรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปหลายร้อยปี สวยงามและสงบจนหยุดนิ่งชมอยู่นาน
เดินผ่านถนน Nakamise ช่วงตีหก ร้านยังปิดทั้งหมด แต่ฉันชอบบรรยากาศแบบนี้มาก เดินเพลินๆ มองร้านต่างๆ ที่ยังปิดอยู่ นึกภาพว่าตอนกลางวันจะคึกคักขนาดไหน ไปถึงโบสถ์หลักจุดธูปและกราบไหว้ บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์มาก ควันธูปลอยอ้อยอิ่งผ่านแสงเช้าสวยมาก
พอแปดโมงครึ่ง ร้านส่วนใหญ่เริ่มเปิดแล้ว ฉันซื้อ Ningiri Mochi ร้อนๆ จากร้านที่ตั้งอยู่ในถนน Nakamise มานานหลายสิบปี เจ้าของเป็นคุณป้าอายุมากแต่ยิ้มแย้มแจ่มใส กินแล้วอร่อยมาก หอม เหนียวนุ่ม นอกจากนั้นยังซื้อ Senbei ข้าวเกรียบรสโชยุของฝากอีกหลายห่อ
สิ่งที่ชอบที่สุดคือวัดนี้ไม่มีค่าเข้าชม เปิดให้เยี่ยมชมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทำให้มาได้ทุกเวลา วัดเซ็นโซจิคือหัวใจของอาซากุสะและโตเกียวโบราณ ถ้ามาโตเกียวต้องมาที่นี่ให้ได้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง
อีกสิ่งที่น่าสนใจในย่านอาซากุสะคือ Hoppy Street ซอยเล็กๆ ที่มีร้านอาหารโบราณสไตล์ Showa Era บรรยากาศสนุกสนาน มีเครื่องดื่ม Hoppy เบียร์ราคาถูกที่คนโตเกียวรุ่นเก่านิยมดื่ม แนะนำมาเดินเล่นในช่วงเย็น ย่านอาซากุสะโดยรวมเป็นย่านที่มีกลิ่นอายโตเกียวสมัยเก่ามากที่สุด ควรใช้เวลาเดินสำรวจซอกซอยต่างๆ ให้ครบ นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่น่าสนใจในบริเวณใกล้เคียง เช่น Sumida Hokusai Museum ที่จัดแสดงงานของ Katsushika Hokusai จิตรกรชื่อดัง วาดภาพคลื่นยักษ์และฟูจิที่โด่งดังไปทั่วโลก
ก่อนกลับ ฉันเดินออกไปยังริมแม่น้ำสุมิดะ ดูสะพาน Azumabashi ที่มีวิวสวยงาม สีแดงของสะพานตัดกับวิวอาคารโมเดิร์นฝั่งตรงข้ามสวยงามมาก ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก บรรยากาศยามเช้าริมน้ำสงบและสดชื่น อาซากุสะเป็นย่านที่ฉันมาทุกครั้งที่ไปโตเกียว และทุกครั้งก็ยังค้นพบมุมใหม่ๆ ที่น่าสนใจเสมอ เป็นหัวใจของโตเกียวโบราณที่ยังคงเต้นแรงอยู่
ประสบการณ์การเดินทางครั้งนี้ทำให้ฉันตระหนักว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความงดงามและความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมที่หาได้ยากมากในโลกสมัยใหม่ ทั้งความพิถีพิถัน ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความอบอุ่นของผู้คน ล้วนทำให้ทุกการเดินทางมายังญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและน่าจดจำ ฉันจึงมักแนะนำให้เพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเร่งวางแผนไปสักครั้ง เพราะรับรองว่าจะไม่ผิดหวังเลย และใครที่เคยไปแล้วก็มักจะอยากกลับไปอีกเสมอ นั่นคือเสน่ห์ที่แท้จริงของญี่ปุ่นที่ทำให้ใครก็ตามที่ได้สัมผัสแล้วต้องติดใจ
วัดเก่าแก่สวยงาม ต้องมาให้ได้
วัดเซ็นโซจิในย่านอาซากุสะเป็นสถานที่ที่ฉันมาทุกครั้งที่ไปโตเกียว ครั้งล่าสุดตั้งใจมาตอนเช้ามืดเป็นพิเศษ ตีห้าครึ่ง ตื่นแล้วเดินมาจากโรงแรมที่พักอยู่ในย่านอาซากุสะเหมือนกัน เดินประมาณห้านาทีก็ถึง
อากาศเดือนมีนาคมตอนเช้าตรู่ยังหนาวเล็กน้อย หมอกบางๆ ลอยอยู่รอบวัด ประตู Kaminarimon สูงใหญ่ตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ตะเกียงสีแดงยักษ์ห้อยอยู่ตรงกลาง นักท่องเที่ยวยังไม่มีเลยสักคน มีแต่พระและแม่ชีที่กำลังเตรียมทำวัตรเช้า ฉันรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปหลายร้อยปี สวยงามและสงบจนหยุดนิ่งชมอยู่นาน
เดินผ่านถนน Nakamise ช่วงตีหก ร้านยังปิดทั้งหมด แต่ฉันชอบบรรยากาศแบบนี้มาก เดินเพลินๆ มองร้านต่างๆ ที่ยังปิดอยู่ นึกภาพว่าตอนกลางวันจะคึกคักขนาดไหน ไปถึงโบสถ์หลักจุดธูปและกราบไหว้ บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์มาก ควันธูปลอยอ้อยอิ่งผ่านแสงเช้าสวยมาก
พอแปดโมงครึ่ง ร้านส่วนใหญ่เริ่มเปิดแล้ว ฉันซื้อ Ningiri Mochi ร้อนๆ จากร้านที่ตั้งอยู่ในถนน Nakamise มานานหลายสิบปี เจ้าของเป็นคุณป้าอายุมากแต่ยิ้มแย้มแจ่มใส กินแล้วอร่อยมาก หอม เหนียวนุ่ม นอกจากนั้นยังซื้อ Senbei ข้าวเกรียบรสโชยุของฝากอีกหลายห่อ
สิ่งที่ชอบที่สุดคือวัดนี้ไม่มีค่าเข้าชม เปิดให้เยี่ยมชมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ทำให้มาได้ทุกเวลา วัดเซ็นโซจิคือหัวใจของอาซากุสะและโตเกียวโบราณ ถ้ามาโตเกียวต้องมาที่นี่ให้ได้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง
อีกสิ่งที่น่าสนใจในย่านอาซากุสะคือ Hoppy Street ซอยเล็กๆ ที่มีร้านอาหารโบราณสไตล์ Showa Era บรรยากาศสนุกสนาน มีเครื่องดื่ม Hoppy เบียร์ราคาถูกที่คนโตเกียวรุ่นเก่านิยมดื่ม แนะนำมาเดินเล่นในช่วงเย็น ย่านอาซากุสะโดยรวมเป็นย่านที่มีกลิ่นอายโตเกียวสมัยเก่ามากที่สุด ควรใช้เวลาเดินสำรวจซอกซอยต่างๆ ให้ครบ นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่น่าสนใจในบริเวณใกล้เคียง เช่น Sumida Hokusai Museum ที่จัดแสดงงานของ Katsushika Hokusai จิตรกรชื่อดัง วาดภาพคลื่นยักษ์และฟูจิที่โด่งดังไปทั่วโลก
ก่อนกลับ ฉันเดินออกไปยังริมแม่น้ำสุมิดะ ดูสะพาน Azumabashi ที่มีวิวสวยงาม สีแดงของสะพานตัดกับวิวอาคารโมเดิร์นฝั่งตรงข้ามสวยงามมาก ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก บรรยากาศยามเช้าริมน้ำสงบและสดชื่น อาซากุสะเป็นย่านที่ฉันมาทุกครั้งที่ไปโตเกียว และทุกครั้งก็ยังค้นพบมุมใหม่ๆ ที่น่าสนใจเสมอ เป็นหัวใจของโตเกียวโบราณที่ยังคงเต้นแรงอยู่
ประสบการณ์การเดินทางครั้งนี้ทำให้ฉันตระหนักว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความงดงามและความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมที่หาได้ยากมากในโลกสมัยใหม่ ทั้งความพิถีพิถัน ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความอบอุ่นของผู้คน ล้วนทำให้ทุกการเดินทางมายังญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและน่าจดจำ ฉันจึงมักแนะนำให้เพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นเร่งวางแผนไปสักครั้ง เพราะรับรองว่าจะไม่ผิดหวังเลย และใครที่เคยไปแล้วก็มักจะอยากกลับไปอีกเสมอ นั่นคือเสน่ห์ที่แท้จริงของญี่ปุ่นที่ทำให้ใครก็ตามที่ได้สัมผัสแล้วต้องติดใจ