🌸 เว็บรีวิวท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยคนไทย สำหรับคนไทย
กรองตาม: ✕ ล้างตัวกรอง

ผลการค้นหา "ช้อปปิ้ง"

พบ 16 สถานที่

พระพุทธรูปยักษ์ คามาคุระ ไดบุตสึ ⛩️ วัด & ศาลเจ้า
📍 คามาคุระ

พระพุทธรูปยักษ์ คามาคุระ ไดบุตสึ

พระพุทธรูปยักษ์ คามาคุระ ไดบุตสึ (Kamakura Daibutsu) เป็นพระพุทธรูปสำริดกลางแจ้งขนาดยักษ์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองคามาคุระ ตั้งอยู่ภายในวัดโคโตคุอิน (Kotoku-in Temple) จังหวัดคานางาวะ พระพุทธรูปองค์นี้มีชื่อทางการว่า พระอมิตาภพุทธะ (Amida Buddha) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1252 ในยุคคามาคุระ มีความสูงประมาณ 11.3 เมตร (ถ้ารวมฐานจะสูง 13.35 เมตร) และมีน้ำหนักมากถึง 121 ตัน ถือเป็นพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่นรองจากพระใหญ่ที่วัดโทไดจิในนารา ประวัติศาสตร์เล่าว่า เดิมทีพระพุทธรูปถูกประดิษฐานอยู่ภายในวิหารไม้ขนาดใหญ่ แต่ตัววิหารพังทลายลงหลายครั้งจากภัยธรรมชาติ ทั้งลมพายุไต้ฝุ่นในปี ค.ศ. 1334 และ ค.ศ. 1369 จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และตามด้วยคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มวิหารพังราบคาบในปี ค.ศ. 1498 นับแต่นั้นมาพระองค์จึงประดิษฐานอยู่กลางแจ้งท่ามกลางแดด ลม และหิมะอย่างสง่างามมาจนถึงปัจจุบัน ตัวองค์พระมีลักษณะกลวงด้านใน นักท่องเที่ยวสามารถจ่ายเงินค่าเข้าชมเพิ่มเติมจำนวนเล็กน้อยเพื่อเดินเข้าช่องประตูใต้ฐานไปชมโครงสร้างและการเชื่อมต่อแผ่นสำริดโบราณจากด้านในองค์พระพุทธรูปได้ การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kamakura Station นั่งรถไฟสาย Enoden (Enoshima Electric Railway) ลงที่สถานี Hase Station แล้วเดินเท้าตรงไปตามถนนช้อปปิ้งมุ่งหน้าทิศเหนือประมาณ 7-10 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:30 น. (การเข้าชมภายในองค์พระเปิดเวลา 08:00 - 16:30 น.) ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมวัดโคโตคุอินราคา 300 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และค่าเข้าชมภายในองค์พระพุทธรูปราคาเพียง 20 เยนเท่านั้น

พระพุทธรูปใหญ่ คามาคุระ ⛩️ วัด & ศาลเจ้า
📍 คามาคุระ

พระพุทธรูปใหญ่ คามาคุระ

พระพุทธรูปยักษ์ คามาคุระ ไดบุตสึ (Kamakura Daibutsu) เป็นพระพุทธรูปสำริดกลางแจ้งขนาดยักษ์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองคามาคุระ ตั้งอยู่ภายในวัดโคโตคุอิน (Kotoku-in Temple) จังหวัดคานางาวะ พระพุทธรูปองค์นี้มีชื่อทางการว่า พระอมิตาภพุทธะ (Amida Buddha) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1252 ในยุคคามาคุระ มีความสูงประมาณ 11.3 เมตร (ถ้ารวมฐานจะสูง 13.35 เมตร) และมีน้ำหนักมากถึง 121 ตัน ถือเป็นพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่นรองจากพระใหญ่ที่วัดโทไดจิในนารา ประวัติศาสตร์เล่าว่า เดิมทีพระพุทธรูปถูกประดิษฐานอยู่ภายในวิหารไม้ขนาดใหญ่ แต่ตัววิหารพังทลายลงหลายครั้งจากภัยธรรมชาติ ทั้งลมพายุไต้ฝุ่นในปี ค.ศ. 1334 และ ค.ศ. 1369 จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และตามด้วยคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มวิหารพังราบคาบในปี ค.ศ. 1498 นับแต่นั้นมาพระองค์จึงประดิษฐานอยู่กลางแจ้งท่ามกลางแดด ลม และหิมะอย่างสง่างามมาจนถึงปัจจุบัน ตัวองค์พระมีลักษณะกลวงด้านใน นักท่องเที่ยวสามารถจ่ายเงินค่าเข้าชมเพิ่มเติมจำนวนเล็กน้อยเพื่อเดินเข้าช่องประตูใต้ฐานไปชมโครงสร้างและการเชื่อมต่อแผ่นสำริดโบราณจากด้านในองค์พระพุทธรูปได้ การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kamakura Station นั่งรถไฟสาย Enoden (Enoshima Electric Railway) ลงที่สถานี Hase Station แล้วเดินเท้าตรงไปตามถนนช้อปปิ้งมุ่งหน้าทิศเหนือประมาณ 7-10 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:30 น. (การเข้าชมภายในองค์พระเปิดเวลา 08:00 - 16:30 น.) ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมวัดโคโตคุอินราคา 300 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และค่าเข้าชมภายในองค์พระพุทธรูปราคาเพียง 20 เยนเท่านั้น

ย่านโดทงโบริ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โอซาก้า

ย่านโดทงโบริ

ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) เป็นย่านบันเทิง แหล่งช้อปปิ้ง และสตรีทฟู้ดที่มีชื่อเสียงและมีชีวิตชีวามากที่สุดของเมืองโอซาก้า ทอดยาวขนานไปกับคลองโดทงโบริโบราณที่ขุดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1612 ย่านนี้เริ่มต้นเติบโตจากการเป็นย่านโรงละครคาบูกิและโรงละครหุ่นเชิดโบราณในยุคเอโดะ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านเป็นศูนย์กลางความบันเทิงสมัยใหม่ที่ดึงดูดผู้คนนับแสนในแต่ละค่ำคืนด้วยแสงสีจากป้ายไฟนีออนโฆษณาขนาดยักษ์ ไฮไลต์สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้าและห้ามพลาดเด็ดขาดคือ ป้ายกูลิโกะรันนิ่งแมน (Glico Running Man Sign) นักวิ่งชายบนลู่วิ่งสีน้ำเงินที่ตั้งอยู่ริมสะพานเอบิสึ (Ebisu Bridge) ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมายืนต่อคิวถ่ายรูปทำท่าเลียนแบบนักวิ่ง นอกจากนี้ สองข้างทางริมถนนยังมีป้ายหน้าร้านค้าสามมิติขนาดยักษ์ที่เคลื่อนไหวได้ เช่น ปูยักษ์ขยับขาได้ของร้าน Kani Doraku, มังกรเขียวพ่นไฟ และเกี๊ยวซ่ายักษ์ ย่านนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนชอบกินตามสุภาษิตญี่ปุ่นที่ว่า "คุอิดาโอเระ" (Kuidaore) หรือกินจนกว่าจะล้มละลาย ของขึ้นชื่อคือ ทาโกะยากิร้อนๆ แป้งนุ่ม, โอโคโนมิยากิกระทะร้อน และคุชิคัตสึ (ของเสียบไม้ชุบแป้งทอด) การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Midosuji Line, Sennichimae Line หรือ Yotsubashi Line ลงที่สถานี Namba Station แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือประมาณ 5 นาทีเพื่อเข้าสู่ริมคลองโดทงโบริ เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ริมคลองและสะพานเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าและร้านอาหารส่วนใหญ่เปิดบริการช่วง 11:00 - 23:00 น. ป้ายไฟนีออนส่วนใหญ่จะเปิดส่องสว่างตั้งแต่พลบค่ำถึงเวลา 24:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมและถ่ายรูปบรรยากาศทั่วไป (หากต้องการล่องเรือ Tombori River Cruise ชมวิวสองฝั่งคลอง จะมีค่าบริการประมาณ 1,000 เยน)

ย่านโดทงโบริ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โอซาก้า

ย่านโดทงโบริ

ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) เป็นย่านบันเทิง แหล่งช้อปปิ้ง และสตรีทฟู้ดที่มีชื่อเสียงและมีชีวิตชีวามากที่สุดของเมืองโอซาก้า ทอดยาวขนานไปกับคลองโดทงโบริโบราณที่ขุดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1612 ย่านนี้เริ่มต้นเติบโตจากการเป็นย่านโรงละครคาบูกิและโรงละครหุ่นเชิดโบราณในยุคเอโดะ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านเป็นศูนย์กลางความบันเทิงสมัยใหม่ที่ดึงดูดผู้คนนับแสนในแต่ละค่ำคืนด้วยแสงสีจากป้ายไฟนีออนโฆษณาขนาดยักษ์ ไฮไลต์สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้าและห้ามพลาดเด็ดขาดคือ ป้ายกูลิโกะรันนิ่งแมน (Glico Running Man Sign) นักวิ่งชายบนลู่วิ่งสีน้ำเงินที่ตั้งอยู่ริมสะพานเอบิสึ (Ebisu Bridge) ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมายืนต่อคิวถ่ายรูปทำท่าเลียนแบบนักวิ่ง นอกจากนี้ สองข้างทางริมถนนยังมีป้ายหน้าร้านค้าสามมิติขนาดยักษ์ที่เคลื่อนไหวได้ เช่น ปูยักษ์ขยับขาได้ของร้าน Kani Doraku, มังกรเขียวพ่นไฟ และเกี๊ยวซ่ายักษ์ ย่านนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนชอบกินตามสุภาษิตญี่ปุ่นที่ว่า "คุอิดาโอเระ" (Kuidaore) หรือกินจนกว่าจะล้มละลาย ของขึ้นชื่อคือ ทาโกะยากิร้อนๆ แป้งนุ่ม, โอโคโนมิยากิกระทะร้อน และคุชิคัตสึ (ของเสียบไม้ชุบแป้งทอด) การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Midosuji Line, Sennichimae Line หรือ Yotsubashi Line ลงที่สถานี Namba Station แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือประมาณ 5 นาทีเพื่อเข้าสู่ริมคลองโดทงโบริ เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ริมคลองและสะพานเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าและร้านอาหารส่วนใหญ่เปิดบริการช่วง 11:00 - 23:00 น. ป้ายไฟนีออนส่วนใหญ่จะเปิดส่องสว่างตั้งแต่พลบค่ำถึงเวลา 24:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมและถ่ายรูปบรรยากาศทั่วไป (หากต้องการล่องเรือ Tombori River Cruise ชมวิวสองฝั่งคลอง จะมีค่าบริการประมาณ 1,000 เยน)

ย่านช้อปปิ้งชินไซบาชิ 🛍️ ช้อปปิ้ง
📍 โอซาก้า

ย่านช้อปปิ้งชินไซบาชิ

ย่านช้อปปิ้งชินไซบาชิ (Shinsaibashi Shopping Street) หรือชินไซบาชิ筋 เป็นถนนคนเดินช้อปปิ้งที่มีหลังคาคลุมที่ยาวและมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองโอซาก้า ตลอดความยาวกว่า 600 เมตรของถนนสายนี้เรียงรายไปด้วยร้านค้ามากกว่า 180 ร้าน ดึงดูดนักช้อปทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติเข้ามาสัญจรนับแสนคนต่อวัน ย่านนี้มีประวัติย้อนไปถึงยุคเอโดะ ค.ศ. 1622 โดยเริ่มต้นจากการเป็นย่านการค้าขายผ้าและเครื่องประดับ ก่อนจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางแฟชั่นในปัจจุบัน ภายในย่านมีสินค้าครบทุกประเภทตั้งแต่นาฬิกาหรูและแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ (เช่น Chanel, Gucci, Dior) ไปจนถึงเสื้อผ้าแบรนด์สตรีทชั้นนำอย่าง Uniqlo, GU, Zara และร้านขายยาและเครื่องสำอาง (Drug Stores) ขนาดยักษ์ที่เป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์นักท่องเที่ยว ตลอดเส้นทางยังมีร้านขนม คาเฟ่ชาเขียวมัทฉะ และร้านขายทาโกะยากิตั้งอยู่ตลอดทาง โดยปลายสุดของถนนสายนี้จะเชื่อมต่อโดยตรงกับสะพานเอบิสึ (Ebisu Bridge) และย่านของกินโดทงโบริ การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Midosuji Line หรือ Nagahori Tsurumi-ryokuchi Line ลงสถานี Shinsaibashi Station แล้วใช้ทางออกที่เชื่อมต่อตรงเข้าสู่ถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิได้ทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดทั้งวัน ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดบริการช่วง 11:00 - 20:30 น. (ทางเดินเปิดให้บริการตลอดเวลาและมีหลังคากันฝนอย่างดี) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมย่านช้อปปิ้งทั่วไป

ย่านช้อปปิ้ง ชินไซบาชิ 🛍️ ช้อปปิ้ง
📍 โอซาก้า

ย่านช้อปปิ้ง ชินไซบาชิ

ย่านช้อปปิ้งชินไซบาชิ (Shinsaibashi Shopping Street) หรือชินไซบาชิ筋 เป็นถนนคนเดินช้อปปิ้งที่มีหลังคาคลุมที่ยาวและมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองโอซาก้า ตลอดความยาวกว่า 600 เมตรของถนนสายนี้เรียงรายไปด้วยร้านค้ามากกว่า 180 ร้าน ดึงดูดนักช้อปทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติเข้ามาสัญจรนับแสนคนต่อวัน ย่านนี้มีประวัติย้อนไปถึงยุคเอโดะ ค.ศ. 1622 โดยเริ่มต้นจากการเป็นย่านการค้าขายผ้าและเครื่องประดับ ก่อนจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางแฟชั่นในปัจจุบัน ภายในย่านมีสินค้าครบทุกประเภทตั้งแต่นาฬิกาหรูและแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ (เช่น Chanel, Gucci, Dior) ไปจนถึงเสื้อผ้าแบรนด์สตรีทชั้นนำอย่าง Uniqlo, GU, Zara และร้านขายยาและเครื่องสำอาง (Drug Stores) ขนาดยักษ์ที่เป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์นักท่องเที่ยว ตลอดเส้นทางยังมีร้านขนม คาเฟ่ชาเขียวมัทฉะ และร้านขายทาโกะยากิตั้งอยู่ตลอดทาง โดยปลายสุดของถนนสายนี้จะเชื่อมต่อโดยตรงกับสะพานเอบิสึ (Ebisu Bridge) และย่านของกินโดทงโบริ การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Midosuji Line หรือ Nagahori Tsurumi-ryokuchi Line ลงสถานี Shinsaibashi Station แล้วใช้ทางออกที่เชื่อมต่อตรงเข้าสู่ถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิได้ทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดทั้งวัน ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดบริการช่วง 11:00 - 20:30 น. (ทางเดินเปิดให้บริการตลอดเวลาและมีหลังคากันฝนอย่างดี) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมย่านช้อปปิ้งทั่วไป

หอคอยโตเกียว สกายทรี 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โตเกียว

หอคอยโตเกียว สกายทรี

หอคอยโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) เป็นหอคอยส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ที่สูงที่สุดในโลก และเป็นโครงสร้างที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นด้วยความสูง 634 เมตร สร้างเสร็จและเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2012 เพื่อทำหน้าที่ส่งสัญญาณระบบดิจิทัลแทนโตเกียวทาวเวอร์ สถาปัตยกรรมได้รับการออกแบบอย่างประณีตโดยผสมผสานระหว่างสไตล์ล้ำยุค (Neo-Futuristic) และความงามแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น โดยโครงสร้างหลักจำลองมาจากเจดีย์ห้าชั้นโบราณที่มีระบบแกนกลางลดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้อย่างยอดเยี่ยม จุดชมวิวแบ่งออกเป็น 2 ระดับหลัก คือ Tembo Deck ที่ความสูง 350 เมตร มีกระจกใสรอบทิศทาง 360 องศาให้ชมเมืองโตเกียวอย่างกว้างไกล และ Tembo Galleria ที่ความสูง 450 เมตร ซึ่งเป็นทางเดินกระจกทรงลาดเอียงที่ให้ความรู้สึกเสมือนกำลังเดินเล่นอยู่บนท้องฟ้า ยามค่ำคืนหอคอยจะเปิดไฟประดับด้วยธีมสีที่แตกต่างกันตามเทศกาล บริเวณฐานของหอคอยยังเป็นที่ตั้งของ Tokyo Solamachi แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารกว่า 300 ร้าน รวมถึง Sumida Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในร่มยอดนิยม การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tobu Skytree Line ลงที่สถานี Tokyo Skytree หรือสาย Hanzomon Line / Asakusa Line ลงที่สถานี Oshiage Station แล้วเดินเชื่อมเข้าสู่ตัวอาคารได้ทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 21:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 20:00 น.) ค่าเข้าชม: ตั๋วเข้าชม Tembo Deck (350m) สำหรับผู้ใหญ่ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,100 เยน และตั๋วแบบคอมโบชมทั้ง 2 ชั้น (350m + 450m) ราคาประมาณ 3,100 เยน (ราคาอาจปรับขึ้นในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าออนไลน์)

ย่านฮาราจูกุ ทาเคชิตะ 🛍️ ช้อปปิ้ง
📍 โตเกียว

ย่านฮาราจูกุ ทาเคชิตะ

ถนนทาเคชิตะ (Takeshita Street) เป็นถนนคนเดินขนาดเล็กระยะทางประมาณ 350 เมตร ตั้งอยู่ในย่านฮาราจูกุ กรุงโตเกียว ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในฐานะศูนย์กลางของ "คาวาอี้คัลเจอร์" (Kawaii Culture) และเป็นแหล่งกำเนิดแฟชั่นวัยรุ่นญี่ปุ่นที่หลุดโลกและล้ำสมัย ถนนสายนี้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 โดยกลายเป็นจุดนัดพบของกลุ่มเยาวชนผู้รักในความอิสระและต้องการแสดงออกผ่านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่แปลกใหม่ เช่น แฟชั่นโลลิต้า (Lolita), พังก์กอธิก (Gothic Punk), และสตรีทสไตล์จัดจ้าน ตลอดสองข้างทางอันแน่นเอี้ยดไปด้วยร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่นราคาประหยัด ร้านจำหน่ายเครื่องประดับสุดน่ารัก ร้านสินค้าไอดอล คอสเพลย์ และร้านกิ๊ฟช็อปแฮนด์เมด เมนูยอดนิยมระดับตำนานที่ทุกคนที่มาเยือนต้องลิ้มลองคือ "เครปญี่ปุ่น" (Harajuku Crepe) แผ่นแป้งบางม้วนห่อวิปครีมหนานุ่ม ไอศกรีม และผลไม้สด ซึ่งมีร้านคู่แข่งตั้งอยู่ตรงข้ามกันอย่าง Marion Crepes และ Angels Heart คอยดึงดูดใจ นอกจากนี้ยังมีร้านขนมสายรุ้ง คาเฟ่สัตว์เลี้ยงสุดแปลก (เช่น คาเฟ่นกฮูก คาเฟ่หมูแคระ) และร้านค้าไดโซะ (Daiso) ขนาดยักษ์ที่เป็นสวรรค์ของการช้อปปิ้งของวัยรุ่น การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Harajuku Station แล้วเดินออกทางออก Takeshita Exit จะพบทางเข้าถนนและป้ายไฟต้อนรับ LED ขนาดใหญ่อยู่ฝั่งตรงข้ามทางออกสถานีทันที เวลาเปิด-ปิด: ถนนเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดบริการช่วงเวลา 10:00 - 20:00 น. ช่วงบ่ายวันเสาร์-อาทิตย์จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนและวัยรุ่นเดินทางมาหนาแน่นที่สุด) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมถนนคนเดินทั่วไป

วัดเซ็นโซจิ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โตเกียว

วัดเซ็นโซจิ

วัดเซ็นโซจิ (Senso-ji) เป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโตเกียว ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) ทางตะวันออกของโตเกียว ตามประวัติศาสตร์เล่าว่าวัดนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 645 หลังจากชาวประมงสองพี่น้องพบรูปปั้นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือเจ้าแม่กวนอิม ในแม่น้ำสุมิดะ และได้นำมาประดิษฐานไว้ ณ ที่นี้ ทำให้วัดเซ็นโซจิกลายเป็นศูนย์กลางความศรัทธาของชาวโตเกียวมาตลอดกว่า 1,300 ปี สัญลักษณ์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของวัดคือ ประตูคามินาริมง (Kaminarimon) หรือประตูสายฟ้า ซึ่งมีโคมไฟกระดาษสีแดงขนาดใหญ่แขวนอยู่ตรงกลาง น้ำหนักกว่า 700 กิโลกรัม เขียนคำว่า Kaminarimon ด้วยตัวอักษรคันจิขนาดใหญ่ ด้านข้างประตูมีรูปปั้นเทพเจ้าสององค์ คือ Fujin เทพแห่งลม และ Raijin เทพแห่งสายฟ้า ซึ่งทำหน้าที่ปกปักรักษาวัด หลังจากผ่านประตูคามินาริมงเข้าไป จะเจอกับถนน Nakamise Dori ถนนช้อปปิ้งที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 250 เมตร เรียงรายด้วยร้านค้ากว่า 90 ร้านที่จำหน่ายของที่ระลึก ขนมญี่ปุ่นโบราณ และสินค้าหัตถกรรม เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินเล่นและซื้อของฝากมากที่สุด ของขึ้นชื่อได้แก่ Ningyo-yaki ขนมเค้กไส้ถั่วแดงรูปหน้าคน และ Kaminari Okoshi ขนมข้าวพองคลุกน้ำตาล ปลายถนน Nakamise จะพบกับประตูโฮโซมง (Hozomon) ซึ่งเป็นประตูชั้นที่สองก่อนถึงตัววิหารหลัก ภายในวิหารหลักหรือ Hondo เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรที่ไม่เปิดให้สาธารณชนเห็นองค์จริง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปกราบไหว้และจุดธูปได้ที่กระถางธูปขนาดใหญ่ด้านหน้าวิหาร ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าควันธูปมีสรรพคุณในการรักษาโรค จึงมักโบกควันมาที่ตัวเองหรือบริเวณที่เจ็บปวด ด้านข้างวิหารหลักมีเจดีย์ห้าชั้น (Five-Story Pagoda) สูง 53 เมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในเจดีย์ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และศาลเจ้าอาซากุสะ (Asakusa Shrine) ซึ่งเป็นศาลเจ้าชินโตที่อุทิศให้กับผู้ก่อตั้งวัด สะท้อนถึงความผสมผสานระหว่างพุทธศาสนาและศาสนาชินโตที่เป็นลักษณะเฉพาะของญี่ปุ่น วัดเซ็นโซจิเปิดให้เข้าชมบริเวณวิหารหลักตั้งแต่ 6.00-17.00 น. ส่วนพื้นที่บริเวณวัดและประตูเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าเข้าชม การเดินทางสะดวกมาก สามารถลงสถานีรถไฟใต้ดิน Asakusa Station บนสาย Ginza Line, Asakusa Line หรือ Tobu Skytree Line แล้วเดินเพียง 5 นาที ช่วงเวลาที่แนะนำคือเช้าตรู่ก่อน 8 โมง ซึ่งร้านค้าบน Nakamise ยังไม่เปิด แต่จะได้สัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบของวัดในยามเช้า เห็นพระสงฆ์ทำวัตรเช้า และแสงแดดอ่อนๆ ที่ตกกระทบหลังคาวัด ส่วนช่วงค่ำวัดจะมีการเปิดไฟประดับซึ่งทำให้บรรยากาศดูสวยงามแตกต่างจากกลางวันอย่างสิ้นเชิง วัดเซ็นโซจิจึงเป็นจุดหมายที่ไม่ว่าจะมาโตเกียวกี่ครั้งก็ควรแวะมาเยือนเสมอ การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza Line, Asakusa Line หรือ Tobu Skytree Line ลงสถานี Asakusa Station แล้วเดินต่อเพียง 5 นาที

ย่านนากามิเซะ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โตเกียว

ย่านนากามิเซะ

ถนนช้อปปิ้งนากามิเซะเป็นทางเดินยาวที่นำไปสู่วัดเซนจิ มีร้านค้าเรียงรายขายขนมญี่ปุ่นโบราณ ของที่ระลึก เครื่องประดับ และสินค้าพื้นเมืองมากมาย

ย่านฟุกุโอกะ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 ฟุกุโอกะ

ย่านฟุกุโอกะ

ฟุกุโอกะเป็นเมืองใหญ่อันดับห้าของญี่ปุ่นบนเกาะคิวชู มีแหล่งช้อปปิ้ง ตลาดสด อาหารขึ้นชื่ออย่างราเม็งหมูและโมตสึนาเบะ และย่านบันเทิง

ถนนทาเคชิตะ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โตเกียว

ถนนทาเคชิตะ

ถนนทาเคชิตะ (Takeshita Street) เป็นถนนคนเดินขนาดเล็กระยะทางประมาณ 350 เมตร ตั้งอยู่ในย่านฮาราจูกุ กรุงโตเกียว ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในฐานะศูนย์กลางของ "คาวาอี้คัลเจอร์" (Kawaii Culture) และเป็นแหล่งกำเนิดแฟชั่นวัยรุ่นญี่ปุ่นที่หลุดโลกและล้ำสมัย ถนนสายนี้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 โดยกลายเป็นจุดนัดพบของกลุ่มเยาวชนผู้รักในความอิสระและต้องการแสดงออกผ่านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่แปลกใหม่ เช่น แฟชั่นโลลิต้า (Lolita), พังก์กอธิก (Gothic Punk), และสตรีทสไตล์จัดจ้าน ตลอดสองข้างทางอันแน่นเอี้ยดไปด้วยร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่นราคาประหยัด ร้านจำหน่ายเครื่องประดับสุดน่ารัก ร้านสินค้าไอดอล คอสเพลย์ และร้านกิ๊ฟช็อปแฮนด์เมด เมนูยอดนิยมระดับตำนานที่ทุกคนที่มาเยือนต้องลิ้มลองคือ "เครปญี่ปุ่น" (Harajuku Crepe) แผ่นแป้งบางม้วนห่อวิปครีมหนานุ่ม ไอศกรีม และผลไม้สด ซึ่งมีร้านคู่แข่งตั้งอยู่ตรงข้ามกันอย่าง Marion Crepes และ Angels Heart คอยดึงดูดใจ นอกจากนี้ยังมีร้านขนมสายรุ้ง คาเฟ่สัตว์เลี้ยงสุดแปลก (เช่น คาเฟ่นกฮูก คาเฟ่หมูแคระ) และร้านค้าไดโซะ (Daiso) ขนาดยักษ์ที่เป็นสวรรค์ของการช้อปปิ้งของวัยรุ่น การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Harajuku Station แล้วเดินออกทางออก Takeshita Exit จะพบทางเข้าถนนและป้ายไฟต้อนรับ LED ขนาดใหญ่อยู่ฝั่งตรงข้ามทางออกสถานีทันที เวลาเปิด-ปิด: ถนนเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดบริการช่วงเวลา 10:00 - 20:00 น. ช่วงบ่ายวันเสาร์-อาทิตย์จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนและวัยรุ่นเดินทางมาหนาแน่นที่สุด) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมถนนคนเดินทั่วไป