🌸 เว็บรีวิวท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยคนไทย สำหรับคนไทย
กรองตาม:

สถานที่ทั้งหมด

พบ 289 สถานที่

วัดโทไดจิ ⛩️ วัด & ศาลเจ้า
📍 นารา

วัดโทไดจิ

วัดไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก บรรจุพระพุทธรูปสำริดยักษ์ Daibutsu สูง 15 เมตร มรดกโลก UNESCO การเดินทาง: นั่งรถไฟ Kintetsu Nara Line ลงสถานี Kintetsu Nara Station แล้วเดินเท้าผ่านสวนกวางประมาณ 15-20 นาที หรือนั่งรถบัสเมืองนาราสาย 2 ลงป้าย Todaiji Daibutsuden Mae

สวนเคนโรคุเอ็ง 🏛️ ที่เที่ยว
📍 คาโนะซาวะ

สวนเคนโรคุเอ็ง

สวนญี่ปุ่นชั้นนำ 1 ใน 3 สวยที่สุดของญี่ปุ่น สวยทุกฤดู หิมะ ซากุระ ใบไม้ร่วง ล้วนงดงาม การเดินทาง: นั่งรถบัสสายวนรอบเมือง Kanazawa Loop Bus (สาย Right Loop หรือ Left Loop) จากสถานี Kanazawa Station ลงป้าย Kenrokuen-Kanazawa Castle แล้วเดินต่อ 3 นาที

วัดคิโยมิซุ-เดระ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 เกียวโต

วัดคิโยมิซุ-เดระ

วัดคิโยมิซุ-เดระ (Kiyomizu-dera) หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า "วัดน้ำใส" เป็นวัดพุทธนิกายฮอสโซโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาโอโตวะ (Mt. Otowa) ทางทิศตะวันออกของเมืองเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1994 วัดนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 778 โดยพระภิกษุเอนชิน จุดเด่นที่มีชื่อเสียงระดับโลกคือ วิหารหลัก (Hondo) ที่สร้างโครงสร้างระเบียงไม้ยื่นออกไปเหนือหน้าผาสูง 13 เมตร โดยใช้ท่อนซุงขนาดใหญ่มาเข้าสลักยึดกันแบบโบราณโดยไม่ได้ใช้ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียว เป็นสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งและทนทานต่อภัยธรรมชาติมาหลายศตวรรษ ด้านล่างของวิหารหลักเป็นที่ตั้งของ น้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) สายน้ำธรรมชาติศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลแยกออกเป็นสามสาย นักท่องเที่ยวนิยมต่อคิวเพื่อใช้กระบวยด้ามยาวรองน้ำดื่มเพื่อขอพร โดยแต่ละสายมีความเชื่อต่างกันคือ สายแรกเพื่อความสำเร็จในการศึกษา สายที่สองเพื่อความรักและการแต่งงาน และสายที่สามเพื่อสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาว นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีศาลเจ้าจิชู (Jishu Shrine) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการขอพรความรัก มีหินลองรักสองก้อนตั้งห่างกัน หากใครสามารถปิดตาแล้วเดินจากหินก้อนหนึ่งไปชนอีกก้อนหนึ่งได้ เชื่อว่าจะสมหวังในความรัก การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kyoto Station นั่งรถบัสประจำทางสาย 100 หรือ 206 ลงที่ป้าย Gojo-zaka หรือ Kiyomizu-michi จากนั้นเดินเท้าขึ้นเนินไปตามถนนนิเนนซากะและซันเนนซากะประมาณ 10-15 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 - 18:00 น. (ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะมีงานเปิดไฟประดับรอบค่ำ Night Illumination ซึ่งจะขยายเวลาเปิดถึง 21:30 น.) ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมภายในวิหารหลักและระเบียงไม้ราคา 500 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 200 เยนสำหรับเด็กประถมและมัธยม (พื้นที่ภายนอกวัดสามารถเดินชมได้ฟรี)

อุทยานทะเล ชิมิจิ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โอกินาวา

อุทยานทะเล ชิมิจิ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาวะ ชูราอูมิ (Okinawa Churaumi Aquarium) เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ภายใน Ocean Expo Park ริมชายฝั่งทะเลจีนตะวันตก ทางตอนเหนือของเกาะโอกินาวะ คำว่า "Churaumi" ในภาษาถิ่นของโอกินาวะแปลว่า "ทะเลอันงดงาม" พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้บริการครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2002 และได้รับการออกแบบให้จำลองระบบนิเวศทางทะเลรอบเกาะโอกินาวะ ตั้งแต่แนวปะการังน้ำตื้นไปจนถึงเขตทะเลลึกอันลึกลับ จุดไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาผู้คนจากทั่วโลกคือ แท็งก์น้ำขนาดยักษ์ "ทะเลคุโรชิโอะ" (Kuroshio Sea) ซึ่งมีความจุถึง 7,500 ตัน ผลิตจากแผ่นอะคริลิกใสห่วงหนาถึง 60 เซนติเมตร ภายในแท็งก์นี้ประดิษฐานฉลามวาฬ (Whale Shark) ขนาดยักษ์ความยาวกว่า 8 เมตร แหวกว่ายไปมาร่วมกับปลากระเบนแมนตายักษ์ (Manta Ray) และฝูงปลาทะเลลึกนับหมื่นตัว นอกจากนี้ยังมีโซน "The Coral Sea" สระน้ำเปิดรับแสงแดดธรรมชาติเพื่อเพาะเลี้ยงปะการังมีชีวิตมากกว่า 80 สายพันธุ์ และจุดแสดงกลางแจ้งเช่น Okichan Theater สำหรับชมการแสดงโลมาแสนรู้และวาฬเพชฌฆาตดำริมขอบทะเลครามแสนโรแมนติก การเดินทาง: นั่งรถบัสทางด่วน Yanbaru Express Bus หรือ Okinawa Airport Shuttle จากสถานี Naha Airport หรือตัวเมือง Naha ตรงสู่ป้าย Ocean Expo Park (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง - 2 ชั่วโมง 30 นาที มีรถบัสให้บริการหลายรอบต่อวัน) เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 18:30 น. (ในช่วงฤดูร้อนหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์จะขยายเวลาปิดถึง 20:00 น. กรุณาเช็คเวลารายวันผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการ) ค่าเข้าชม: ตั๋วเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 2,180 เยน นักเรียนมัธยมปลายราคา 1,440 เยน นักเรียนประถมและมัธยมต้นราคา 710 เยน และเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ปีเข้าชมฟรี (มีสิทธิ์รับส่วนลดหากซื้อตั๋วช่วงบ่ายหลังเวลา 16:00 น.)

ย่านเมืองเก่า ซันมาจิ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 ทาคายาม่า

ย่านเมืองเก่า ซันมาจิ

ย่านเมืองเก่าสมัย Edo ที่อนุรักษ์ได้สมบูรณ์ที่สุด บ้านไม้โบราณ สาเกบ้วย ร้านงานฝีมือ ตุ๊กตา Hida และร้านขนมท้องถิ่น บรรยากาศย้อนยุค 300 ปี

ปราสาทมัตสึโมโต้ ปราสาทดำ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 คาโนะซาวะ

ปราสาทมัตสึโมโต้ ปราสาทดำ

ปราสาทมัตสึโมโต้ (Matsumoto Castle) หรือที่เรียกกันอย่างแพร่หลายในหมู่คนญี่ปุ่นว่า "ปราสาทอีกาดำ" (Karasu-jo) เนื่องจากผนังภายนอกปราสาททั้งหมดทาสีดำมะเกลือและตกแต่งด้วยหลังคาปีกไม้ที่แลดูคล้ายปีกนกกาขยับไหว ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึโมโต้ จังหวัดนากาโน ปราสาทแห่งนี้เป็น 1 ใน 5 ปราสาทของญี่ปุ่นที่ได้รับยกย่องให้เป็นสมบัติประจำชาติ (National Treasure) และเป็นปราสาทโครงสร้างไม้ดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากการรอดพ้นอัคคีภัยและการทำลายล้างในยุคสงครามโลกมานานกว่า 400 ปีนับตั้งแต่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1592 ลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมทหารคือเป็น "ปราสาทบนที่ราบ" (Hirajiro) ล้อมรอบด้วยคูน้ำสองชั้นขนาดใหญ่ที่มีฝูงปลาคาร์พและหงส์ว่ายวนเวียนอย่างสงบ ผิวคูน้ำที่นิ่งสงบจะสะท้อนภาพอาคารปราสาทไม้ห้าชั้นหกระดับและเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือสีขาวโพลนในหน้าหนาวเป็นฉากหลังอย่างงดงามตระการตา ภายในปราสาทเปิดให้เดินไต่ขึ้นบันไดไม้โบราณที่แคบและชันสูงถึง 61 องศาเพื่อเข้าไปชมห้องจัดแสดงชุดเกราะซามูไรโบราณ ปืนคาบศิลา และจุดยิงธนู สวนรอบตัวปราสาทปลูกต้นซากุระกว่า 300 ต้น ทำให้เป็นจุดชมซากุระบานสะพรั่งสะท้อนผิวน้ำที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแถบชูบุ การเดินทาง: จากโตเกียว (สถานี Shinjuku) นั่งรถไฟด่วนขบวนพิเศษ JR Limited Express "Azusa" ตรงสู่สถานี Matsumoto Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที จากนั้นเดินเท้าตรงจากสถานีประมาณ 15 นาที หรือต่อรถบัสวนรอบเมือง (Town Sneaker Bus) ลงป้าย Matsumoto Castle เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16:30 น. และปิดทำการในช่วงปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 - 31 ธันวาคม) ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมตัวปราสาทและคูน้ำภายในสำหรับผู้ใหญ่ราคา 700 เยน และสำหรับนักเรียนประถมและมัธยมต้นราคา 300 เยน

ศาลเจ้าโทโชงุ ⛩️ วัด & ศาลเจ้า
📍 นิกโก

ศาลเจ้าโทโชงุ

ศาลเจ้านิกโก โทโชงุ (Nikko Toshogu Shrine) เป็นหนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่วิจิตรอลังการและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึในหุบเขานิกโก จังหวัดโทชิงิ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1999 ศาลเจ้านี้เป็นสุสานประดิษฐานวิญญาณของ โทคุงาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) ปฐมโชกุนผู้รวบรวมประเทศญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่นและก่อตั้งรัฐบาลทหารเอโดะที่ปกครองประเทศยาวนานกว่า 250 ปี โครงสร้างสถาปัตยกรรมไม้ทาสีแดงและทองปิดทองคำเปลวกว่า 2.4 ล้านแผ่นแห่งนี้ มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับศาลเจ้าชินโตทั่วไปที่มักเน้นความเรียบง่ายสะท้อนธรรมชาติ โดยที่นี่มุ่งแสดงถึงอำนาจ บารมี และความร่ำรวยเกรียงไกรของตระกูลโทคุงาวะ จุดชมศิลปะแกะสลักไม้ที่โด่งดังระดับโลกภายในศาลเจ้าได้แก่ ประตูโยเมมง (Yomeimon Gate) หรือ "ประตูแสงอาทิตย์ยามเย็น" ซึ่งประดับด้วยลวดลายแกะสลักสัตว์มงคล เทพเจ้า และมังกรกิเลนรวมกว่า 500 ชิ้นที่มีรายละเอียดสูงจนผู้เข้าชมสามารถยืนพิจารณาได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ อีกสัญลักษณ์ยอดนิยมคือ ภาพแกะสลักลิงสามตัว (Three Wise Monkeys) ในอากัปกิริยา ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ซึ่งสื่อถึงคำสอนทางพุทธปรัชญาในการหลีกเลี่ยงสิ่งไม่ดี และ ภาพแกะสลักแมวหลับ (Nemuri-neko) ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้คานประตูทางเข้าสู่สุสานป่าสนด้านหลัง สื่อถึงสันติภาพอันเงียบสงบในแผ่นดินญี่ปุ่นยามไร้สงคราม การเดินทาง: นั่งรถไฟด่วนขบวนพิเศษ Tobu Limited Express จากสถานี Asakusa ในโตเกียว ตรงสู่สถานี Tobu-Nikko Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นต่อรถบัสประจำทาง Nikko World Heritage Bus ลงป้าย Toshogu Shrine แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 3 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงเดือนเมษายน - ตุลาคม เปิดเวลา 08:00 - 17:00 น. และช่วงเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม เปิดเวลา 08:00 - 16:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายก่อนเวลาปิด 30 นาที) ค่าเข้าชม: ตั๋วเข้าชมศาลเจ้าสำหรับผู้ใหญ่ราคา 1,300 เยน และสำหรับนักเรียนประถมและมัธยมต้นราคา 450 เยน (สามารถซื้อบัตรคอมโบรวมพิพิธภัณฑ์ศิลปะโบราณได้ในราคา 2,100 เยน)

นรกทั้งเจ็ด เบปปุ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 เบปปุ

นรกทั้งเจ็ด เบปปุ

ทัวร์บ่อน้ำพุร้อน 7 แห่ง สีแดง ฟ้า ขาว เขียว งามแปลกตา "โคอิเกะจิโกกุ" สีแดงน่าตื่นตาที่สุด การเดินทาง: นั่งรถบัส Kamenoi Bus จากสถานี Beppu Station สาย 16 หรือ 26 ลงป้าย Kannawa แล้วเดินเท้าประมาณ 5 นาที ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย 21ศตวรรษ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 มัตสึโมโต้

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย 21ศตวรรษ

พิพิธภัณฑ์รูปทรงวงกลมสุดทันสมัย ห้อง "The Swimming Pool" ของ Leandro Erlich โด่งดังทั่วโลก ส่วน Civic Area ชมฟรี ส่วน Exhibition Area มีค่าเข้า

โนโบริเบ็ตสึ ออนเซ็น 🏛️ ที่เที่ยว
📍 ฮอกไกโด

โนโบริเบ็ตสึ ออนเซ็น

ออนเซ็นชื่อดังที่สุดในฮอกไกโด น้ำพุร้อนหลายสี หุบเขา Jigokudani "นรก" สุดน่าทึ่ง การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Muroran Main Line ลงสถานี Noboribetsu Station แล้วต่อรถบัสท้องถิ่นไปยัง Noboribetsu Onsen ประมาณ 15 นาที

สวนสันติภาพนางาซากิ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 นางาซากิ

สวนสันติภาพนางาซากิ

สวนอนุสรณ์สันติภาพรำลึกเหตุการณ์ระเบิดปรมาณู 9 สิงหาคม 1945 รูปปั้น Peace Statue ชี้ฟ้าสื่อถึงอาวุธนิวเคลียร์ ชี้นอนสื่อถึงความสงบ

ปราสาทมัตสึโมโต้ ปราสาทอีกา 🏛️ ที่เที่ยว
📍 มัตสึโมโต้

ปราสาทมัตสึโมโต้ ปราสาทอีกา

ปราสาทมัตสึโมโต้ (Matsumoto Castle) หรือที่เรียกกันอย่างแพร่หลายในหมู่คนญี่ปุ่นว่า "ปราสาทอีกาดำ" (Karasu-jo) เนื่องจากผนังภายนอกปราสาททั้งหมดทาสีดำมะเกลือและตกแต่งด้วยหลังคาปีกไม้ที่แลดูคล้ายปีกนกกาขยับไหว ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึโมโต้ จังหวัดนากาโน ปราสาทแห่งนี้เป็น 1 ใน 5 ปราสาทของญี่ปุ่นที่ได้รับยกย่องให้เป็นสมบัติประจำชาติ (National Treasure) และเป็นปราสาทโครงสร้างไม้ดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากการรอดพ้นอัคคีภัยและการทำลายล้างในยุคสงครามโลกมานานกว่า 400 ปีนับตั้งแต่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1592 ลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมทหารคือเป็น "ปราสาทบนที่ราบ" (Hirajiro) ล้อมรอบด้วยคูน้ำสองชั้นขนาดใหญ่ที่มีฝูงปลาคาร์พและหงส์ว่ายวนเวียนอย่างสงบ ผิวคูน้ำที่นิ่งสงบจะสะท้อนภาพอาคารปราสาทไม้ห้าชั้นหกระดับและเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือสีขาวโพลนในหน้าหนาวเป็นฉากหลังอย่างงดงามตระการตา ภายในปราสาทเปิดให้เดินไต่ขึ้นบันไดไม้โบราณที่แคบและชันสูงถึง 61 องศาเพื่อเข้าไปชมห้องจัดแสดงชุดเกราะซามูไรโบราณ ปืนคาบศิลา และจุดยิงธนู สวนรอบตัวปราสาทปลูกต้นซากุระกว่า 300 ต้น ทำให้เป็นจุดชมซากุระบานสะพรั่งสะท้อนผิวน้ำที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแถบชูบุ การเดินทาง: จากโตเกียว (สถานี Shinjuku) นั่งรถไฟด่วนขบวนพิเศษ JR Limited Express "Azusa" ตรงสู่สถานี Matsumoto Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที จากนั้นเดินเท้าตรงจากสถานีประมาณ 15 นาที หรือต่อรถบัสวนรอบเมือง (Town Sneaker Bus) ลงป้าย Matsumoto Castle เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16:30 น. และปิดทำการในช่วงปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 - 31 ธันวาคม) ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมตัวปราสาทและคูน้ำภายในสำหรับผู้ใหญ่ราคา 700 เยน และสำหรับนักเรียนประถมและมัธยมต้นราคา 300 เยน