🌸 เว็บรีวิวท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยคนไทย สำหรับคนไทย
กรองตาม: ✕ ล้างตัวกรอง

ผลการค้นหา "มรดกโลก"

พบ 32 สถานที่

วัดคิโยมิซุ-เดระ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 เกียวโต

วัดคิโยมิซุ-เดระ

วัดคิโยมิซุ-เดระ (Kiyomizu-dera) หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า "วัดน้ำใส" เป็นวัดพุทธนิกายฮอสโซโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาโอโตวะ (Mt. Otowa) ทางทิศตะวันออกของเมืองเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1994 วัดนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 778 โดยพระภิกษุเอนชิน จุดเด่นที่มีชื่อเสียงระดับโลกคือ วิหารหลัก (Hondo) ที่สร้างโครงสร้างระเบียงไม้ยื่นออกไปเหนือหน้าผาสูง 13 เมตร โดยใช้ท่อนซุงขนาดใหญ่มาเข้าสลักยึดกันแบบโบราณโดยไม่ได้ใช้ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียว เป็นสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งและทนทานต่อภัยธรรมชาติมาหลายศตวรรษ ด้านล่างของวิหารหลักเป็นที่ตั้งของ น้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) สายน้ำธรรมชาติศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลแยกออกเป็นสามสาย นักท่องเที่ยวนิยมต่อคิวเพื่อใช้กระบวยด้ามยาวรองน้ำดื่มเพื่อขอพร โดยแต่ละสายมีความเชื่อต่างกันคือ สายแรกเพื่อความสำเร็จในการศึกษา สายที่สองเพื่อความรักและการแต่งงาน และสายที่สามเพื่อสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาว นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีศาลเจ้าจิชู (Jishu Shrine) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการขอพรความรัก มีหินลองรักสองก้อนตั้งห่างกัน หากใครสามารถปิดตาแล้วเดินจากหินก้อนหนึ่งไปชนอีกก้อนหนึ่งได้ เชื่อว่าจะสมหวังในความรัก การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kyoto Station นั่งรถบัสประจำทางสาย 100 หรือ 206 ลงที่ป้าย Gojo-zaka หรือ Kiyomizu-michi จากนั้นเดินเท้าขึ้นเนินไปตามถนนนิเนนซากะและซันเนนซากะประมาณ 10-15 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 - 18:00 น. (ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะมีงานเปิดไฟประดับรอบค่ำ Night Illumination ซึ่งจะขยายเวลาเปิดถึง 21:30 น.) ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมภายในวิหารหลักและระเบียงไม้ราคา 500 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 200 เยนสำหรับเด็กประถมและมัธยม (พื้นที่ภายนอกวัดสามารถเดินชมได้ฟรี)

ศาลเจ้าโทโชงุ ⛩️ วัด & ศาลเจ้า
📍 นิกโก

ศาลเจ้าโทโชงุ

ศาลเจ้านิกโก โทโชงุ (Nikko Toshogu Shrine) เป็นหนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่วิจิตรอลังการและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึในหุบเขานิกโก จังหวัดโทชิงิ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1999 ศาลเจ้านี้เป็นสุสานประดิษฐานวิญญาณของ โทคุงาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) ปฐมโชกุนผู้รวบรวมประเทศญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่นและก่อตั้งรัฐบาลทหารเอโดะที่ปกครองประเทศยาวนานกว่า 250 ปี โครงสร้างสถาปัตยกรรมไม้ทาสีแดงและทองปิดทองคำเปลวกว่า 2.4 ล้านแผ่นแห่งนี้ มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับศาลเจ้าชินโตทั่วไปที่มักเน้นความเรียบง่ายสะท้อนธรรมชาติ โดยที่นี่มุ่งแสดงถึงอำนาจ บารมี และความร่ำรวยเกรียงไกรของตระกูลโทคุงาวะ จุดชมศิลปะแกะสลักไม้ที่โด่งดังระดับโลกภายในศาลเจ้าได้แก่ ประตูโยเมมง (Yomeimon Gate) หรือ "ประตูแสงอาทิตย์ยามเย็น" ซึ่งประดับด้วยลวดลายแกะสลักสัตว์มงคล เทพเจ้า และมังกรกิเลนรวมกว่า 500 ชิ้นที่มีรายละเอียดสูงจนผู้เข้าชมสามารถยืนพิจารณาได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ อีกสัญลักษณ์ยอดนิยมคือ ภาพแกะสลักลิงสามตัว (Three Wise Monkeys) ในอากัปกิริยา ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ซึ่งสื่อถึงคำสอนทางพุทธปรัชญาในการหลีกเลี่ยงสิ่งไม่ดี และ ภาพแกะสลักแมวหลับ (Nemuri-neko) ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้คานประตูทางเข้าสู่สุสานป่าสนด้านหลัง สื่อถึงสันติภาพอันเงียบสงบในแผ่นดินญี่ปุ่นยามไร้สงคราม การเดินทาง: นั่งรถไฟด่วนขบวนพิเศษ Tobu Limited Express จากสถานี Asakusa ในโตเกียว ตรงสู่สถานี Tobu-Nikko Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นต่อรถบัสประจำทาง Nikko World Heritage Bus ลงป้าย Toshogu Shrine แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 3 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงเดือนเมษายน - ตุลาคม เปิดเวลา 08:00 - 17:00 น. และช่วงเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม เปิดเวลา 08:00 - 16:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายก่อนเวลาปิด 30 นาที) ค่าเข้าชม: ตั๋วเข้าชมศาลเจ้าสำหรับผู้ใหญ่ราคา 1,300 เยน และสำหรับนักเรียนประถมและมัธยมต้นราคา 450 เยน (สามารถซื้อบัตรคอมโบรวมพิพิธภัณฑ์ศิลปะโบราณได้ในราคา 2,100 เยน)

วัดเรียวอันจิ สวนหินแห้ง ⛩️ วัด & ศาลเจ้า
📍 เกียวโต

วัดเรียวอันจิ สวนหินแห้ง

วัดเรียวอันจิ (Ryoan-ji Temple) เป็นวัดพุทธนิกายเซนสาขารินไซที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1994 เดิมทีสถานที่นี้เคยเป็นคฤหาสน์หรูของตระกูลขุนนางโฮโซกาวะ ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นวัดพุทธในปี ค.ศ. 1450 จุดเด่นระดับโลกที่ดึงดูดผู้แสวงหาความสงบและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกคือ "สวนหินคาสุย" (Karesansui) หรือสวนหินแห้งเซนที่มีชื่อเสียงและลึกลับที่สุดในโลก สวนหินนี้จัดวางอยู่บนลานกรวดสีขาวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 248 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงดินโบราณสีน้ำตาลเข้ม ภายในลานกรวดมีการจัดวางหินขนาดใหญ่และเล็กจำนวน 15 ก้อน จัดกลุ่มรวมกันเป็น 5 กลุ่มเหนือกองมอสสีเขียว เคล็ดลับอันน่าทึ่งของการจัดวางตามหลักเซนโบราณคือ ไม่ว่าคุณจะนั่งพิจารณาสวนนี้จากมุมใดบนระเบียงไม้ของวิหาร คุณจะสามารถมองเห็นหินได้เพียง 14 ก้อนพร้อมกันเสมอ จะมีหินอีกหนึ่งก้อนถูกบดบังอยู่หลังหินก้อนอื่นในมุมสายตา เชื่อกันว่าสื่อนัยถึงปรัชญาเซนที่ว่า "มนุษย์ไม่มีวันมองเห็นความจริงและสัจธรรมทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยตาเนื้อจนกว่าดวงตาแห่งปัญญาจะเปิดออก" นอกเหนือจากสวนหินแล้ว บริเวณรอบวัดยังมีสวนป่าธรรมชาติและบ่อน้ำโบราณขนาดใหญ่ที่มีสะพานหินพาดผ่านที่ร่มรื่นสวยงามมาก การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kyoto Station นั่งรถบัสประจำทาง Kyoto City Bus สาย 50 ลงที่ป้าย Ryoanji-mae จะพบทางเข้าวัดตั้งอยู่หน้าป้ายรถบัสทันที หรือนั่งรถไฟสาย Keifuku Electric Railroad (Randen) ลงสถานี Ryoanji Station แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 7 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงเดือนมีนาคม - พฤศจิกายน เปิดเวลา 08:00 - 17:00 น. และช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ เปิดเวลา 08:30 - 16:30 น. ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่และนักเรียนมัธยมปลายราคา 600 เยน สำหรับนักเรียนมัธยมต้นและประถมราคา 300 เยน และเด็กเล็กต่ำกว่าวัยเรียนเข้าชมฟรี

วัดเรียวอันจิ ⛩️ วัด & ศาลเจ้า
📍 เกียวโต

วัดเรียวอันจิ

วัดเรียวอันจิ (Ryoan-ji Temple) เป็นวัดพุทธนิกายเซนสาขารินไซที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1994 เดิมทีสถานที่นี้เคยเป็นคฤหาสน์หรูของตระกูลขุนนางโฮโซกาวะ ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นวัดพุทธในปี ค.ศ. 1450 จุดเด่นระดับโลกที่ดึงดูดผู้แสวงหาความสงบและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกคือ "สวนหินคาสุย" (Karesansui) หรือสวนหินแห้งเซนที่มีชื่อเสียงและลึกลับที่สุดในโลก สวนหินนี้จัดวางอยู่บนลานกรวดสีขาวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 248 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงดินโบราณสีน้ำตาลเข้ม ภายในลานกรวดมีการจัดวางหินขนาดใหญ่และเล็กจำนวน 15 ก้อน จัดกลุ่มรวมกันเป็น 5 กลุ่มเหนือกองมอสสีเขียว เคล็ดลับอันน่าทึ่งของการจัดวางตามหลักเซนโบราณคือ ไม่ว่าคุณจะนั่งพิจารณาสวนนี้จากมุมใดบนระเบียงไม้ของวิหาร คุณจะสามารถมองเห็นหินได้เพียง 14 ก้อนพร้อมกันเสมอ จะมีหินอีกหนึ่งก้อนถูกบดบังอยู่หลังหินก้อนอื่นในมุมสายตา เชื่อกันว่าสื่อนัยถึงปรัชญาเซนที่ว่า "มนุษย์ไม่มีวันมองเห็นความจริงและสัจธรรมทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยตาเนื้อจนกว่าดวงตาแห่งปัญญาจะเปิดออก" นอกเหนือจากสวนหินแล้ว บริเวณรอบวัดยังมีสวนป่าธรรมชาติและบ่อน้ำโบราณขนาดใหญ่ที่มีสะพานหินพาดผ่านที่ร่มรื่นสวยงามมาก การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kyoto Station นั่งรถบัสประจำทาง Kyoto City Bus สาย 50 ลงที่ป้าย Ryoanji-mae จะพบทางเข้าวัดตั้งอยู่หน้าป้ายรถบัสทันที หรือนั่งรถไฟสาย Keifuku Electric Railroad (Randen) ลงสถานี Ryoanji Station แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 7 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงเดือนมีนาคม - พฤศจิกายน เปิดเวลา 08:00 - 17:00 น. และช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ เปิดเวลา 08:30 - 16:30 น. ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่และนักเรียนมัธยมปลายราคา 600 เยน สำหรับนักเรียนมัธยมต้นและประถมราคา 300 เยน และเด็กเล็กต่ำกว่าวัยเรียนเข้าชมฟรี

สวนอุเอะโนะ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โตเกียว

สวนอุเอะโนะ

สวนสาธารณะอุเอะโนะ (Ueno Park) หรือชื่อทางการว่า "อุเอะโนะ ออนชิ โคเอน" เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโตเกียวที่เปิดให้บริการแก่สาธารณชนเป็นแห่งแรกของญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1873 โดยจักรพรรดิเมจิ พื้นที่แห่งนี้เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของวัดคันเอจิ (Kaneiji Temple) ซึ่งเป็นวัดประจำตระกูลโชกุนโทคุงาวะที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ก่อนจะถูกปรับปรุงให้เป็นพื้นที่สีเขียวพักผ่อนหย่อนใจหลังยุคปฏิรูปเมจิ สวนอุเอะโนะไม่เพียงแต่เป็นปอดขนาดใหญ่ของเมือง แต่ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะ วัฒนธรรม และการศึกษาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว ภายในพื้นที่สวนอันกว้างขวางเป็นที่ตั้งของสถาบันสำคัญระดับประเทศมากมาย เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว (Tokyo National Museum) พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ (ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO) รวมถึงสวนสัตว์อุเอะโนะ (Ueno Zoo) สวนสัตว์แห่งแรกของประเทศที่มีหมีแพนด้ายักษ์เป็นดาราเด่น นอกจากนี้ยังมี บึงชิโนบาซุ (Shinobazu Pond) บึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีนกน้ำนานาชนิดและทุ่งดอกบัวหลวงหนาแน่นในฤดูร้อน สวนอุเอะโนะยังมีชื่อเสียงในฐานะจุดชมดอกซากุระ (Hanami) ที่คึกคักและโด่งดังที่สุดในโตเกียว โดยมีต้นซากุระมากกว่า 1,000 ต้นเรียงรายตลอดแนวทางเดินหลัก ซึ่งจะบานสะพรั่งพร้อมกันในปลายเดือนมีนาคม การเดินทาง: เดินทางสะดวกอย่างยิ่งด้วยรถไฟทุกสายลงที่สถานี Ueno Station (เช่น JR Yamanote Line, Shinkansen หรือ Tokyo Metro Ginza/Hibiya Line) แล้วออกทางออก Park Exit จะพบทางเข้าสวนตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีทันที เวลาเปิด-ปิด: สวนสาธารณะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05:00 - 23:00 น. (สำหรับเวลาทำการของพิพิธภัณฑ์และสวนสัตว์ด้านในส่วนใหญ่คือ 09:00 - 17:00 น. และมักจะปิดทำการในวันจันทร์) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเข้าใช้บริการพื้นที่สวนสาธารณะทั่วไป (สำหรับสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ จะมีค่าเข้าชมแยกส่วนตามสถานที่ โดยปกติราคาบัตรผู้ใหญ่เริ่มต้นประมาณ 600 - 1,000 เยน)

ปราสาทชูริ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โอกินาวา

ปราสาทชูริ

ปราสาทราชวงศ์ Ryukyu สีแดงตัดทอง มรดกโลก UNESCO ตั้งอยู่บนเนินเขา Shuri พิพิธภัณฑ์อาณาจักร Ryukyu ภายใน (อยู่ระหว่างบูรณะหลังไฟไหม้ปี 2019)

วัดโทไดจิ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 นารา

วัดโทไดจิ

วัดโทไดจิเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อไดบุตสึสำริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูง 14.98 เมตร อาคารหลักดาย-บุตสึ-เดนเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นมรดกโลก UNESCO

เกาะฮาชิมะ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โตเกียว

เกาะฮาชิมะ

เกาะฮาชิมะหรือ 'เมืองร้าง กุนคันจิมะ' เป็นเกาะเหมืองถ่านหินที่ถูกทิ้งร้างตั้งแต่ปี 1974 ปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นมรดกโลก UNESCO เต็มไปด้วยซากอาคารที่เสื่อมโทรม

น้ำตกชิราอิโตะ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โตเกียว

น้ำตกชิราอิโตะ

น้ำตกชิราอิโตะเป็นน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นผืนบางเหมือนผ้าไหมขาว กว้าง 150 เมตร สูง 20 เมตร ตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ เป็นมรดกโลก UNESCO

ย่านอิวามิ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โอซาก้า

ย่านอิวามิ

อิวามิกินซัน เป็นเหมืองเงินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียในสมัยศตวรรษที่ 16-17 เป็นมรดกโลก UNESCO มีอุโมงค์เก่าให้เดิน หมู่บ้านเก่าแก่ และโรงงานถลุงแร่

ภูเขาไฟฟูจิ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โตเกียว

ภูเขาไฟฟูจิ

ภูเขาไฟฟูจิ (Mount Fuji) หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า "ฟูจิซัง" เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นด้วยความสูง 3,776 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตั้งคร่อมอยู่ระหว่างจังหวัดยามานาชิและชิซูโอกะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 2013 ในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และแหล่งบันดาลใจทางศิลปะที่สำคัญของญี่ปุ่นมาหลายศตวรรษ ภูเขาไฟลูกนี้เป็นประเภทภูเขาไฟสลับชั้น (Stratovolcano) ที่มีรูปทรงกรวยสมมาตรที่สวยงามและสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และยอดเขาจะปกคลุมด้วยหิมะสีขาวสะอาดตาเกือบตลอดทั้งปี สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือรอบๆ ทะเลสาบทั้งห้าของฟูจิ (Fujigoko) โดยเฉพาะทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko) และเจดีย์ชูเรโตะ (Chureito Pagoda) ซึ่งจะให้ภาพทิวทัศน์เจดีย์สีแดงห้าชั้นคู่กับภูเขาไฟฟูจิที่มีหิมะปกคลุมยอดเป็นฉากหลังอย่างวิจิตรตระการตา สำหรับสายผจญภัย ในแต่ละปีช่วงฤดูร้อน (ต้นเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนกันยายน) เส้นทางปีนเขาจะเปิดอย่างเป็นทางการให้นักเดินป่าจากทั่วโลกได้มาท้าทายตนเองเพื่อปีนขึ้นสู่ยอดเขาไปชมแสงแรกของวันประทีปแห่งชัยชนะ (Goraiko) เหนือทะเลหมอก การเดินทาง: จากโตเกียว (สถานี Shinjuku) สามารถนั่งรถไฟด่วนขบวนพิเศษ Fuji Excursion ตรงสู่งสถานี Kawaguchiko Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือนั่งรถบัสทางด่วน Highway Bus จากสถานี Shinjuku Expressway Bus Terminal ตรงสู่ Kawaguchiko ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 น. เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ธรรมชาติภายนอกชมวิวได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวและจุดแวะพัก Fuji 5th Station เปิดให้บริการช่วงกลางวัน 08:30 - 17:00 น. ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการเปิดถนน) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการชมวิวรอบนอกภูเขาไฟทั่วไป (ในกรณีเดินเท้าปีนขึ้นสู่ยอดเขา จะมีค่าบำรุงรักษาภูเขาไฟฟูจิภาคสมัครใจท่านละ 1,000 เยน)

วัดคินคาคุจิ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 เกียวโต

วัดคินคาคุจิ

คินคาคุจิ (Kinkaku-ji) วัดทองคำ เป็นชื่อเรียกทั่วไปของวัด Rokuon-ji ซึ่งเป็นวัดในนิกายเซน Rinzai ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1994 ในฐานะส่วนหนึ่งของอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งเกียวโตโบราณ ร่วมกับวัดและศาลเจ้าสำคัญอีกหลายแห่ง จุดเริ่มต้นของวัดนี้มาจากการที่โชกุน Ashikaga Yoshimitsu สร้างคฤหาสน์พักผ่อนขึ้นในปี ค.ศ. 1397 หลังจากท่านเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1408 ตามความประสงค์ของท่าน คฤหาสน์ถูกดัดแปลงเป็นวัดพุทธ อาคารหลักซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "วัดทองคำ" คือศาลาสามชั้นที่ชั้นบนสองชั้นถูกปิดด้วยทองคำเปลวทั้งหมด สถาปัตยกรรมของอาคารแสดงถึงการผสมผสานสามยุคในอาคารเดียว ชั้นแรกซึ่งไม่ปิดทอง สร้างในสไตล์ Shinden-zukuri แบบที่อยู่อาศัยของขุนนางในยุคเฮอัน ใช้เป็นห้องรับรอง ชั้นสองสร้างในสไตล์ Buke หรือสไตล์ที่อยู่อาศัยของซามูไร เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นพระโพธิสัตว์ และชั้นสามสร้างในสไตล์สถาปัตยกรรมวัดเซนแบบจีน เป็นห้องสำหรับพิธีกรรมทางศาสนา อาคารปัจจุบันเป็นโครงสร้างที่สร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1955 หลังจากอาคารดั้งเดิมถูกวางเพลิงในปี ค.ศ. 1950 โดยพระหนุ่มที่มีปัญหาทางจิตเวช ในปี ค.ศ. 1987 มีการบุทองคำเปลวใหม่ทั้งหมดโดยใช้เทคนิคที่ทำให้ทองคำมีความหนาเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าจากเดิม ทำให้ความเงางามของทองคำที่เห็นในปัจจุบันมีความคงทนมากขึ้น บนยอดหลังคามีรูปปั้นนกฟีนิกซ์ทองคำ หรือ Hou-ou ซึ่งเป็นนกในตำนานจีนที่ปรากฏเฉพาะในยุคสันติสุขและความเจริญรุ่งเรือง สื่อถึงความปรารถนาของผู้สร้างที่ต้องการให้ยุคของตนเป็นยุคทอง บ่อน้ำ Kyoko-chi หรือ "บึงกระจกทอง" ที่อยู่ด้านหน้าวัด เป็นองค์ประกอบสำคัญของการออกแบบ เมื่อผิวน้ำสงบจะสะท้อนภาพวัดทองคำลงมาอย่างสมบูรณ์แบบ ภายในบึงมีโขดหินและเกาะเล็กๆ ที่จัดวางตามคติความเชื่อเรื่องเขาพระสุเมรุและสวรรค์ในพุทธศาสนา สวนรอบวัดเป็นสวนภูมิทัศน์แบบ Muromachi ซึ่งเป็นรูปแบบสวนที่ได้รับความนิยมในศตวรรษที่ 14-16 เน้นการจัดวางต้นไม้และหินให้ดูเป็นธรรมชาติ มีต้นสน Rikushu-no-Matsu อายุกว่า 600 ปีที่ถูกตัดแต่งเป็นรูปทรงเรือ ซึ่งสื่อถึงเรือสมบัติในตำนาน ค่าเข้าชม 500 เยน เปิด 9.00-17.00 น. ทุกวัน เดินทางโดยรถบัสจากสถานีเกียวโตสาย 101 หรือ 205 ลงป้าย Kinkakuji-michi คินคาคุจิจึงเป็นสถานที่ที่สะท้อนความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมของยุค Muromachi ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด