ค้นพบสถานที่น่าสนใจทั่วญี่ปุ่น
ร้านสเต็กโกเบบีฟที่เก่าแก่ที่สุดในโกเบ ก่อตั้งปี 1945 เนื้อวัว A5 Wagyu Kobe Beef ย่างบน Teppan ต่อหน้า รสชาติเนยมันหวาน ละลายในปาก
วิหารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูง 57.5 เมตร กว้าง 57 เมตร บรรจุพระพุทธรูปสำริด Daibutsu สูง 14.98 เมตร หนัก 500 ตัน มรดกโลก UNESCO
ปลาไหลย่างซอส Nagoya ทานได้ 3 แบบ: แบบธรรมดา แบบเครื่องเคียง และแบบชาแช่ ขึ้นชื่อที่สุด การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Sakura-dori/Higashiyama Line ลงสถานี Sakae Station แล้วเดินเท้าประมาณ 5 นาที
🏨 ที่พัก
⭐ โรงแรมบูติกสุดหรูอายุกว่า 100 ปีในอาคารสถานีโตเกียว สร้างปี 1915 ออกแบบโดย Kingo Tatsuno สถาปนิกชื่อดัง ได้รับรางวัล Forbes 4 ดาว ภายในอาคารสไตล์เรอเนซองส์อิฐแดง มีร้านอาหาร 10 แห่ง สปา และบริการระดับ 5 ดาว
วัดไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก บรรจุพระพุทธรูปสำริดยักษ์ Daibutsu สูง 15 เมตร มรดกโลก UNESCO การเดินทาง: นั่งรถไฟ Kintetsu Nara Line ลงสถานี Kintetsu Nara Station แล้วเดินเท้าผ่านสวนกวางประมาณ 15-20 นาที หรือนั่งรถบัสเมืองนาราสาย 2 ลงป้าย Todaiji Daibutsuden Mae
บริการทัวร์แบบส่วนตัวโดยรถยนต์ส่วนตัวพร้อมคนขับมืออาชีพ คนขับญี่ปุ่นที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ หรือคนขับไทย On Request ให้บริการทุกเมืองทั่วญี่ปุ่น รวมค่ารถ ค่าจ้างคนขับ ค่าน้ำมัน และค่าผ่านทางแล้ว ไม่มีการบังคับทิป เที่ยวตามโปรแกรมที่ลูกค้าจัดเองหรือให้เราแนะนำ
⛩️ วัด & ศาลเจ้า
⭐ พระพุทธรูปยักษ์ คามาคุระ ไดบุตสึ (Kamakura Daibutsu) เป็นพระพุทธรูปสำริดกลางแจ้งขนาดยักษ์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองคามาคุระ ตั้งอยู่ภายในวัดโคโตคุอิน (Kotoku-in Temple) จังหวัดคานางาวะ พระพุทธรูปองค์นี้มีชื่อทางการว่า พระอมิตาภพุทธะ (Amida Buddha) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1252 ในยุคคามาคุระ มีความสูงประมาณ 11.3 เมตร (ถ้ารวมฐานจะสูง 13.35 เมตร) และมีน้ำหนักมากถึง 121 ตัน ถือเป็นพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่นรองจากพระใหญ่ที่วัดโทไดจิในนารา ประวัติศาสตร์เล่าว่า เดิมทีพระพุทธรูปถูกประดิษฐานอยู่ภายในวิหารไม้ขนาดใหญ่ แต่ตัววิหารพังทลายลงหลายครั้งจากภัยธรรมชาติ ทั้งลมพายุไต้ฝุ่นในปี ค.ศ. 1334 และ ค.ศ. 1369 จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และตามด้วยคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มวิหารพังราบคาบในปี ค.ศ. 1498 นับแต่นั้นมาพระองค์จึงประดิษฐานอยู่กลางแจ้งท่ามกลางแดด ลม และหิมะอย่างสง่างามมาจนถึงปัจจุบัน ตัวองค์พระมีลักษณะกลวงด้านใน นักท่องเที่ยวสามารถจ่ายเงินค่าเข้าชมเพิ่มเติมจำนวนเล็กน้อยเพื่อเดินเข้าช่องประตูใต้ฐานไปชมโครงสร้างและการเชื่อมต่อแผ่นสำริดโบราณจากด้านในองค์พระพุทธรูปได้ การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kamakura Station นั่งรถไฟสาย Enoden (Enoshima Electric Railway) ลงที่สถานี Hase Station แล้วเดินเท้าตรงไปตามถนนช้อปปิ้งมุ่งหน้าทิศเหนือประมาณ 7-10 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:30 น. (การเข้าชมภายในองค์พระเปิดเวลา 08:00 - 16:30 น.) ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมวัดโคโตคุอินราคา 300 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และค่าเข้าชมภายในองค์พระพุทธรูปราคาเพียง 20 เยนเท่านั้น
ศาลเจ้านิกโก โทโชงุ (Nikko Toshogu Shrine) เป็นหนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่วิจิตรอลังการและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึในหุบเขานิกโก จังหวัดโทชิงิ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1999 ศาลเจ้านี้เป็นสุสานประดิษฐานวิญญาณของ โทคุงาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) ปฐมโชกุนผู้รวบรวมประเทศญี่ปุ่นให้เป็นปึกแผ่นและก่อตั้งรัฐบาลทหารเอโดะที่ปกครองประเทศยาวนานกว่า 250 ปี โครงสร้างสถาปัตยกรรมไม้ทาสีแดงและทองปิดทองคำเปลวกว่า 2.4 ล้านแผ่นแห่งนี้ มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับศาลเจ้าชินโตทั่วไปที่มักเน้นความเรียบง่ายสะท้อนธรรมชาติ โดยที่นี่มุ่งแสดงถึงอำนาจ บารมี และความร่ำรวยเกรียงไกรของตระกูลโทคุงาวะ จุดชมศิลปะแกะสลักไม้ที่โด่งดังระดับโลกภายในศาลเจ้าได้แก่ ประตูโยเมมง (Yomeimon Gate) หรือ "ประตูแสงอาทิตย์ยามเย็น" ซึ่งประดับด้วยลวดลายแกะสลักสัตว์มงคล เทพเจ้า และมังกรกิเลนรวมกว่า 500 ชิ้นที่มีรายละเอียดสูงจนผู้เข้าชมสามารถยืนพิจารณาได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ อีกสัญลักษณ์ยอดนิยมคือ ภาพแกะสลักลิงสามตัว (Three Wise Monkeys) ในอากัปกิริยา ปิดหู ปิดตา ปิดปาก ซึ่งสื่อถึงคำสอนทางพุทธปรัชญาในการหลีกเลี่ยงสิ่งไม่ดี และ ภาพแกะสลักแมวหลับ (Nemuri-neko) ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้คานประตูทางเข้าสู่สุสานป่าสนด้านหลัง สื่อถึงสันติภาพอันเงียบสงบในแผ่นดินญี่ปุ่นยามไร้สงคราม การเดินทาง: นั่งรถไฟด่วนขบวนพิเศษ Tobu Limited Express จากสถานี Asakusa ในโตเกียว ตรงสู่สถานี Tobu-Nikko Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นต่อรถบัสประจำทาง Nikko World Heritage Bus ลงป้าย Toshogu Shrine แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 3 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงเดือนเมษายน - ตุลาคม เปิดเวลา 08:00 - 17:00 น. และช่วงเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม เปิดเวลา 08:00 - 16:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายก่อนเวลาปิด 30 นาที) ค่าเข้าชม: ตั๋วเข้าชมศาลเจ้าสำหรับผู้ใหญ่ราคา 1,300 เยน และสำหรับนักเรียนประถมและมัธยมต้นราคา 450 เยน (สามารถซื้อบัตรคอมโบรวมพิพิธภัณฑ์ศิลปะโบราณได้ในราคา 2,100 เยน)
วัดคิโยมิซุ-เดระ (Kiyomizu-dera) หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า "วัดน้ำใส" เป็นวัดพุทธนิกายฮอสโซโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาโอโตวะ (Mt. Otowa) ทางทิศตะวันออกของเมืองเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1994 วัดนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 778 โดยพระภิกษุเอนชิน จุดเด่นที่มีชื่อเสียงระดับโลกคือ วิหารหลัก (Hondo) ที่สร้างโครงสร้างระเบียงไม้ยื่นออกไปเหนือหน้าผาสูง 13 เมตร โดยใช้ท่อนซุงขนาดใหญ่มาเข้าสลักยึดกันแบบโบราณโดยไม่ได้ใช้ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียว เป็นสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งและทนทานต่อภัยธรรมชาติมาหลายศตวรรษ ด้านล่างของวิหารหลักเป็นที่ตั้งของ น้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) สายน้ำธรรมชาติศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลแยกออกเป็นสามสาย นักท่องเที่ยวนิยมต่อคิวเพื่อใช้กระบวยด้ามยาวรองน้ำดื่มเพื่อขอพร โดยแต่ละสายมีความเชื่อต่างกันคือ สายแรกเพื่อความสำเร็จในการศึกษา สายที่สองเพื่อความรักและการแต่งงาน และสายที่สามเพื่อสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาว นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีศาลเจ้าจิชู (Jishu Shrine) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการขอพรความรัก มีหินลองรักสองก้อนตั้งห่างกัน หากใครสามารถปิดตาแล้วเดินจากหินก้อนหนึ่งไปชนอีกก้อนหนึ่งได้ เชื่อว่าจะสมหวังในความรัก การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kyoto Station นั่งรถบัสประจำทางสาย 100 หรือ 206 ลงที่ป้าย Gojo-zaka หรือ Kiyomizu-michi จากนั้นเดินเท้าขึ้นเนินไปตามถนนนิเนนซากะและซันเนนซากะประมาณ 10-15 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 - 18:00 น. (ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะมีงานเปิดไฟประดับรอบค่ำ Night Illumination ซึ่งจะขยายเวลาเปิดถึง 21:30 น.) ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมภายในวิหารหลักและระเบียงไม้ราคา 500 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 200 เยนสำหรับเด็กประถมและมัธยม (พื้นที่ภายนอกวัดสามารถเดินชมได้ฟรี)
⛩️ วัด & ศาลเจ้า
⭐ พระพุทธรูปยักษ์ คามาคุระ ไดบุตสึ (Kamakura Daibutsu) เป็นพระพุทธรูปสำริดกลางแจ้งขนาดยักษ์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองคามาคุระ ตั้งอยู่ภายในวัดโคโตคุอิน (Kotoku-in Temple) จังหวัดคานางาวะ พระพุทธรูปองค์นี้มีชื่อทางการว่า พระอมิตาภพุทธะ (Amida Buddha) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1252 ในยุคคามาคุระ มีความสูงประมาณ 11.3 เมตร (ถ้ารวมฐานจะสูง 13.35 เมตร) และมีน้ำหนักมากถึง 121 ตัน ถือเป็นพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่นรองจากพระใหญ่ที่วัดโทไดจิในนารา ประวัติศาสตร์เล่าว่า เดิมทีพระพุทธรูปถูกประดิษฐานอยู่ภายในวิหารไม้ขนาดใหญ่ แต่ตัววิหารพังทลายลงหลายครั้งจากภัยธรรมชาติ ทั้งลมพายุไต้ฝุ่นในปี ค.ศ. 1334 และ ค.ศ. 1369 จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และตามด้วยคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มวิหารพังราบคาบในปี ค.ศ. 1498 นับแต่นั้นมาพระองค์จึงประดิษฐานอยู่กลางแจ้งท่ามกลางแดด ลม และหิมะอย่างสง่างามมาจนถึงปัจจุบัน ตัวองค์พระมีลักษณะกลวงด้านใน นักท่องเที่ยวสามารถจ่ายเงินค่าเข้าชมเพิ่มเติมจำนวนเล็กน้อยเพื่อเดินเข้าช่องประตูใต้ฐานไปชมโครงสร้างและการเชื่อมต่อแผ่นสำริดโบราณจากด้านในองค์พระพุทธรูปได้ การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kamakura Station นั่งรถไฟสาย Enoden (Enoshima Electric Railway) ลงที่สถานี Hase Station แล้วเดินเท้าตรงไปตามถนนช้อปปิ้งมุ่งหน้าทิศเหนือประมาณ 7-10 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 - 17:30 น. (การเข้าชมภายในองค์พระเปิดเวลา 08:00 - 16:30 น.) ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมวัดโคโตคุอินราคา 300 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และค่าเข้าชมภายในองค์พระพุทธรูปราคาเพียง 20 เยนเท่านั้น
สวนสาธารณะขนาดใหญ่ 58 เฮกตาร์ มี 3 สไตล์ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และอังกฤษ ซากุระกว่า 1,500 ต้น ช่วงฤดูใบไม้ผลิสวยที่สุดในโตเกียว
คลองโอตารุ (Otaru Canal) เป็นคลองประวัติศาสตร์อันแสนโรแมนติกและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโอตารุ เกาะฮอกไกโด คลองนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1923 เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าจากเรือใหญ่ในอ่าวเข้าสู่โกดังริมน้ำ ในอดีตเป็นศูนย์กลางการค้าชายฝั่งที่คึกคักอย่างมาก จนกระทั่งเทคโนโลยีการขนส่งทันสมัยขึ้น คลองแห่งนี้จึงได้ปรับปรุงรูปแบบมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงปี ค.ศ. 1980 โดยมีการถมคลองครึ่งหนึ่งเพื่อทำถนนคนเดินและตกแต่งด้วยโคมไฟแก๊สโบราณริมน้ำ บรรยากาศริมคลองสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ในฤดูหนาวคลองจะปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนตัดกับผิวน้ำ และจะมีการจัดเทศกาล "Otaru Snow Light Path" ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยชาวเมืองจะลอยเทียนแก้วเหนือน้ำและปั้นหิมะติดไฟสลักเสลาตามริมทางเดิน ยามค่ำคืนไฟแก๊สริมคลองจะส่องสว่างสะท้อนภาพโกดังอิฐแดงเก่าแก่ที่ปัจจุบันถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และแกลเลอรี่ทำให้อบอุ่นละมุนตา การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Hakodate Line ลงสถานี Otaru Station จากนั้นเดินตรงจากหน้าสถานีลงเนินมุ่งสู่ชายฝั่งทะเลประมาณ 8-10 นาที (ระยะทางประมาณ 800 เมตร) จะพบคลองโอตารุตั้งอยู่ติดถนนริมอ่าว เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ริมทางเดินเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (เรือล่องคลอง Otaru Canal Cruise เปิดบริการช่วง 11:00 - 20:00 น. ขึ้นกับสภาพอากาศ) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมวิวริมคลองและถ่ายรูปทั่วไป (หากต้องการล่องเรือชมวิว Otaru Canal Cruise จะมีค่าบริการประมาณ 1,500 - 2,000 เยนต่อคน)