ค้นพบสถานที่น่าสนใจทั่วญี่ปุ่น
ย่านกิออง (Gion District) เป็นย่านประวัติศาสตร์โบราณที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) ทางทิศตะวันออกของเมืองเกียวโต ได้รับการยอมรับว่าเป็น "ย่านเกอิชา" (Geisha District) ที่มีชื่อเสียงและสมบูรณ์ที่สุดของญี่ปุ่น ย้อนกลับไปในยุคกลาง ย่านนี้เริ่มต้นจากการเป็นจุดพักแรมและร้านน้ำชาเพื่อต้อนรับผู้แสวงบุญที่เดินทางมาสักการะศาลเจ้า ก่อนจะพัฒนาสู่ย่านศิลปวัฒนธรรมที่มีความหรูหราประณีตในเวลาต่อมา เมื่อเดินเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลัก ฮานามิโคจิ (Hanamikoji Street) คุณจะได้พบกับภาพทัศนียภาพของบ้านไม้โบราณที่เรียกว่า "มาจิยะ" (Machiya) ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างวิจิตรบรรจงสองข้างทาง ปัจจุบันบ้านไม้เหล่านี้ได้ดัดแปลงเป็นร้านอาหารระดับพรีเมียมและร้านน้ำชาโบราณ (Ochaya) ในช่วงยามเย็นเวลากลางวันและค่ำคืน นักท่องเที่ยวอาจมีโอกาสได้พบเห็น เกอิโกะ (Geiko - เกอิชาของเกียวโต) และ ไมโกะ (Maiko - เกอิชาฝึกหัด) ในชุดกิโมโนเต็มยศและทาหน้าสีขาว สวมเกี๊ยะไม้เดินรีบเร่งไปทำงานตามร้านน้ำชา อย่างไรก็ตาม ย่านนี้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของเกอิชา ห้ามนักท่องเที่ยววิ่งไล่ตามหรือแตะต้องตัวพวกเธอ และมีป้ายห้ามถ่ายรูปในตรอกส่วนบุคคลบางจุด การเดินทาง: นั่งรถไฟด่วนสาย Keihan Main Line ลงที่สถานี Gion-Shijo Station แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 3-5 นาที หรือนั่งรถบัสประจำทางสาย 100, 206 จากสถานี Kyoto Station ลงที่ป้าย Gion เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านอาหารและร้านน้ำชาส่วนใหญ่จะเปิดบริการช่วง 17:00 - 22:00 น. บรรยากาศยามเย็นที่มีแสงโคมไฟประดับจะสวยงามโรแมนติกที่สุด) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมบรรยากาศถนนโบราณทั่วไป
สวนญี่ปุ่นชั้นนำ 1 ใน 3 สวยที่สุดของญี่ปุ่น สวยทุกฤดู หิมะ ซากุระ ใบไม้ร่วง ล้วนงดงาม การเดินทาง: นั่งรถบัสสายวนรอบเมือง Kanazawa Loop Bus (สาย Right Loop หรือ Left Loop) จากสถานี Kanazawa Station ลงป้าย Kenrokuen-Kanazawa Castle แล้วเดินต่อ 3 นาที
ปราสาทมัตสึโมโต้ (Matsumoto Castle) หรือที่เรียกกันอย่างแพร่หลายในหมู่คนญี่ปุ่นว่า "ปราสาทอีกาดำ" (Karasu-jo) เนื่องจากผนังภายนอกปราสาททั้งหมดทาสีดำมะเกลือและตกแต่งด้วยหลังคาปีกไม้ที่แลดูคล้ายปีกนกกาขยับไหว ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึโมโต้ จังหวัดนากาโน ปราสาทแห่งนี้เป็น 1 ใน 5 ปราสาทของญี่ปุ่นที่ได้รับยกย่องให้เป็นสมบัติประจำชาติ (National Treasure) และเป็นปราสาทโครงสร้างไม้ดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากการรอดพ้นอัคคีภัยและการทำลายล้างในยุคสงครามโลกมานานกว่า 400 ปีนับตั้งแต่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1592 ลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมทหารคือเป็น "ปราสาทบนที่ราบ" (Hirajiro) ล้อมรอบด้วยคูน้ำสองชั้นขนาดใหญ่ที่มีฝูงปลาคาร์พและหงส์ว่ายวนเวียนอย่างสงบ ผิวคูน้ำที่นิ่งสงบจะสะท้อนภาพอาคารปราสาทไม้ห้าชั้นหกระดับและเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือสีขาวโพลนในหน้าหนาวเป็นฉากหลังอย่างงดงามตระการตา ภายในปราสาทเปิดให้เดินไต่ขึ้นบันไดไม้โบราณที่แคบและชันสูงถึง 61 องศาเพื่อเข้าไปชมห้องจัดแสดงชุดเกราะซามูไรโบราณ ปืนคาบศิลา และจุดยิงธนู สวนรอบตัวปราสาทปลูกต้นซากุระกว่า 300 ต้น ทำให้เป็นจุดชมซากุระบานสะพรั่งสะท้อนผิวน้ำที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแถบชูบุ การเดินทาง: จากโตเกียว (สถานี Shinjuku) นั่งรถไฟด่วนขบวนพิเศษ JR Limited Express "Azusa" ตรงสู่สถานี Matsumoto Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที จากนั้นเดินเท้าตรงจากสถานีประมาณ 15 นาที หรือต่อรถบัสวนรอบเมือง (Town Sneaker Bus) ลงป้าย Matsumoto Castle เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16:30 น. และปิดทำการในช่วงปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 - 31 ธันวาคม) ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมตัวปราสาทและคูน้ำภายในสำหรับผู้ใหญ่ราคา 700 เยน และสำหรับนักเรียนประถมและมัธยมต้นราคา 300 เยน
ทัวร์บ่อน้ำพุร้อน 7 แห่ง สีแดง ฟ้า ขาว เขียว งามแปลกตา "โคอิเกะจิโกกุ" สีแดงน่าตื่นตาที่สุด การเดินทาง: นั่งรถบัส Kamenoi Bus จากสถานี Beppu Station สาย 16 หรือ 26 ลงป้าย Kannawa แล้วเดินเท้าประมาณ 5 นาที ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
🏛️ ที่เที่ยว
⭐ สวนอนุสรณ์สันติภาพรำลึกเหตุการณ์ระเบิดปรมาณู ปี 1945 รูปปั้นผู้ส่งสันติภาพสูงตระหง่าน การเดินทาง: นั่งรถรางสาย 1 หรือ 3 ลงป้าย Matsuyamachi แล้วเดินเท้าประมาณ 7 นาที หรือนั่งรถรางสาย 1 ลงป้าย Hamaguchimachi แล้วเดินประมาณ 8 นาที
อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ยอดเขา Asahidake ดอกไม้ทุ่งหญ้าฤดูร้อน ใบไม้แดงเร็วที่สุด การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี Asahikawa Station (JR Hakodate Main Line) ไปยัง Asahidake Onsen ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง
พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยรูปทรงวงกลมสุดทันสมัย มีห้อง "The Swimming Pool" ที่โด่งดังระดับโลก การเดินทาง: นั่งรถบัส Kanazawa Loop Bus ลงป้าย Hirosaka-Kenritsu Bijutsukan แล้วเดินต่อ 3 นาที หรือนั่งรถบัสจากสถานี Kanazawa Station ประมาณ 15 นาที
🏛️ ที่เที่ยว
⭐ หุบเขาภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น ไอน้ำพุ่งขึ้นจากรอยแตกทุกทิศ แหล่งน้ำแร่ชั้นเลิศสำหรับออนเซ็น บ่อน้ำ Oyunuma ใหญ่และสวยงาม น้ำพุร้อนไหลตลอดปี
ย่านกิออง (Gion District) เป็นย่านประวัติศาสตร์โบราณที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) ทางทิศตะวันออกของเมืองเกียวโต ได้รับการยอมรับว่าเป็น "ย่านเกอิชา" (Geisha District) ที่มีชื่อเสียงและสมบูรณ์ที่สุดของญี่ปุ่น ย้อนกลับไปในยุคกลาง ย่านนี้เริ่มต้นจากการเป็นจุดพักแรมและร้านน้ำชาเพื่อต้อนรับผู้แสวงบุญที่เดินทางมาสักการะศาลเจ้า ก่อนจะพัฒนาสู่ย่านศิลปวัฒนธรรมที่มีความหรูหราประณีตในเวลาต่อมา เมื่อเดินเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลัก ฮานามิโคจิ (Hanamikoji Street) คุณจะได้พบกับภาพทัศนียภาพของบ้านไม้โบราณที่เรียกว่า "มาจิยะ" (Machiya) ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างวิจิตรบรรจงสองข้างทาง ปัจจุบันบ้านไม้เหล่านี้ได้ดัดแปลงเป็นร้านอาหารระดับพรีเมียมและร้านน้ำชาโบราณ (Ochaya) ในช่วงยามเย็นเวลากลางวันและค่ำคืน นักท่องเที่ยวอาจมีโอกาสได้พบเห็น เกอิโกะ (Geiko - เกอิชาของเกียวโต) และ ไมโกะ (Maiko - เกอิชาฝึกหัด) ในชุดกิโมโนเต็มยศและทาหน้าสีขาว สวมเกี๊ยะไม้เดินรีบเร่งไปทำงานตามร้านน้ำชา อย่างไรก็ตาม ย่านนี้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของเกอิชา ห้ามนักท่องเที่ยววิ่งไล่ตามหรือแตะต้องตัวพวกเธอ และมีป้ายห้ามถ่ายรูปในตรอกส่วนบุคคลบางจุด การเดินทาง: นั่งรถไฟด่วนสาย Keihan Main Line ลงที่สถานี Gion-Shijo Station แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 3-5 นาที หรือนั่งรถบัสประจำทางสาย 100, 206 จากสถานี Kyoto Station ลงที่ป้าย Gion เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านอาหารและร้านน้ำชาส่วนใหญ่จะเปิดบริการช่วง 17:00 - 22:00 น. บรรยากาศยามเย็นที่มีแสงโคมไฟประดับจะสวยงามโรแมนติกที่สุด) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมบรรยากาศถนนโบราณทั่วไป
เส้นทาง Alpine Route ยาว 90 กม. ตัดผ่านเทือกเขา Japan Alps ใช้รถไฟ 6 ชนิด กระเช้า รถเคเบิล และรถโรปเวย์ จุดไฮไลต์คือ Murodo ที่มีกำแพงหิมะสูงกว่า 20 เมตรในฤดูใบไม้ผลิ เส้นทางเชื่อม Toyama และ Nagano
🏛️ ที่เที่ยว
⭐ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาวะ ชูราอูมิ (Okinawa Churaumi Aquarium) เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ภายใน Ocean Expo Park ริมชายฝั่งทะเลจีนตะวันตก ทางตอนเหนือของเกาะโอกินาวะ คำว่า "Churaumi" ในภาษาถิ่นของโอกินาวะแปลว่า "ทะเลอันงดงาม" พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้บริการครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2002 และได้รับการออกแบบให้จำลองระบบนิเวศทางทะเลรอบเกาะโอกินาวะ ตั้งแต่แนวปะการังน้ำตื้นไปจนถึงเขตทะเลลึกอันลึกลับ จุดไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาผู้คนจากทั่วโลกคือ แท็งก์น้ำขนาดยักษ์ "ทะเลคุโรชิโอะ" (Kuroshio Sea) ซึ่งมีความจุถึง 7,500 ตัน ผลิตจากแผ่นอะคริลิกใสห่วงหนาถึง 60 เซนติเมตร ภายในแท็งก์นี้ประดิษฐานฉลามวาฬ (Whale Shark) ขนาดยักษ์ความยาวกว่า 8 เมตร แหวกว่ายไปมาร่วมกับปลากระเบนแมนตายักษ์ (Manta Ray) และฝูงปลาทะเลลึกนับหมื่นตัว นอกจากนี้ยังมีโซน "The Coral Sea" สระน้ำเปิดรับแสงแดดธรรมชาติเพื่อเพาะเลี้ยงปะการังมีชีวิตมากกว่า 80 สายพันธุ์ และจุดแสดงกลางแจ้งเช่น Okichan Theater สำหรับชมการแสดงโลมาแสนรู้และวาฬเพชฌฆาตดำริมขอบทะเลครามแสนโรแมนติก การเดินทาง: นั่งรถบัสทางด่วน Yanbaru Express Bus หรือ Okinawa Airport Shuttle จากสถานี Naha Airport หรือตัวเมือง Naha ตรงสู่ป้าย Ocean Expo Park (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง - 2 ชั่วโมง 30 นาที มีรถบัสให้บริการหลายรอบต่อวัน) เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 18:30 น. (ในช่วงฤดูร้อนหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์จะขยายเวลาปิดถึง 20:00 น. กรุณาเช็คเวลารายวันผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการ) ค่าเข้าชม: ตั๋วเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 2,180 เยน นักเรียนมัธยมปลายราคา 1,440 เยน นักเรียนประถมและมัธยมต้นราคา 710 เยน และเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ปีเข้าชมฟรี (มีสิทธิ์รับส่วนลดหากซื้อตั๋วช่วงบ่ายหลังเวลา 16:00 น.)
ปราสาทมัตสึโมโต้ (Matsumoto Castle) หรือที่เรียกกันอย่างแพร่หลายในหมู่คนญี่ปุ่นว่า "ปราสาทอีกาดำ" (Karasu-jo) เนื่องจากผนังภายนอกปราสาททั้งหมดทาสีดำมะเกลือและตกแต่งด้วยหลังคาปีกไม้ที่แลดูคล้ายปีกนกกาขยับไหว ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึโมโต้ จังหวัดนากาโน ปราสาทแห่งนี้เป็น 1 ใน 5 ปราสาทของญี่ปุ่นที่ได้รับยกย่องให้เป็นสมบัติประจำชาติ (National Treasure) และเป็นปราสาทโครงสร้างไม้ดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากการรอดพ้นอัคคีภัยและการทำลายล้างในยุคสงครามโลกมานานกว่า 400 ปีนับตั้งแต่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1592 ลักษณะเด่นทางสถาปัตยกรรมทหารคือเป็น "ปราสาทบนที่ราบ" (Hirajiro) ล้อมรอบด้วยคูน้ำสองชั้นขนาดใหญ่ที่มีฝูงปลาคาร์พและหงส์ว่ายวนเวียนอย่างสงบ ผิวคูน้ำที่นิ่งสงบจะสะท้อนภาพอาคารปราสาทไม้ห้าชั้นหกระดับและเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือสีขาวโพลนในหน้าหนาวเป็นฉากหลังอย่างงดงามตระการตา ภายในปราสาทเปิดให้เดินไต่ขึ้นบันไดไม้โบราณที่แคบและชันสูงถึง 61 องศาเพื่อเข้าไปชมห้องจัดแสดงชุดเกราะซามูไรโบราณ ปืนคาบศิลา และจุดยิงธนู สวนรอบตัวปราสาทปลูกต้นซากุระกว่า 300 ต้น ทำให้เป็นจุดชมซากุระบานสะพรั่งสะท้อนผิวน้ำที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแถบชูบุ การเดินทาง: จากโตเกียว (สถานี Shinjuku) นั่งรถไฟด่วนขบวนพิเศษ JR Limited Express "Azusa" ตรงสู่สถานี Matsumoto Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที จากนั้นเดินเท้าตรงจากสถานีประมาณ 15 นาที หรือต่อรถบัสวนรอบเมือง (Town Sneaker Bus) ลงป้าย Matsumoto Castle เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 - 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16:30 น. และปิดทำการในช่วงปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 - 31 ธันวาคม) ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมตัวปราสาทและคูน้ำภายในสำหรับผู้ใหญ่ราคา 700 เยน และสำหรับนักเรียนประถมและมัธยมต้นราคา 300 เยน