🌸 เว็บรีวิวท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยคนไทย สำหรับคนไทย

สถานที่ทั้งหมด

ค้นพบสถานที่น่าสนใจทั่วญี่ปุ่น

พบ 289 สถานที่
ราเมน อิชิรัง 🍜 ร้านอาหาร
📍 โตเกียว

ราเมน อิชิรัง

ราเมนอิชิรัง (Ichiran Ramen) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "ราเมนข้อสอบ" เป็นร้านราเมนสไตล์ฮากาตะ (Hakata Ramen) ที่ก่อตั้งขึ้นในจังหวัดฟุกุโอกะเมื่อปี ค.ศ. 1960 และได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายจนขยายสาขาไปทั่วญี่ปุ่นและต่างประเทศ จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์คือระบบการสั่งอาหารและการนั่งทานแบบส่วนตัว (Solo Dining Booth) ที่กั้นช่องซ้ายขวาให้ผู้ทานมีสมาธิและลิ้มรสชาติของราเมนตรงหน้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลสายตาใคร และลูกค้าต้องทำแบบสอบถามหรือ "ทำข้อสอบ" เพื่อเลือกระดับความนุ่มของเส้น ความเข้มข้นของน้ำซุป ระดับความเผ็ด และปริมาณกระเทียมหรือต้นหอมตามชอบ เมนูหลักของร้านคือ ทงคตสึราเมน (Tonkotsu Ramen) น้ำซุปกระดูกหมูสีขาวขุ่นที่เคี่ยวจนหอมหวานเข้มข้น ปรุงรสด้วยซอสแดงสูตรลับเฉพาะของอิชิรังที่ทำจากพริกและเครื่องเทศกว่า 30 ชนิด เสิร์ฟพร้อมเส้นบะหมี่สดสไตล์ฮากาตะที่มีความบางเหนียวนุ่ม และหมูชาชูติดมันที่ละลายในปาก การเดินทาง: สาขาชิบูย่าตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Shibuya Station เดินเท้าประมาณ 3-5 นาทีจากทางออก Hachiko Exit ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของตึกติดถนนสายหลักย่าน Jinnan เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงในหลายสาขาหลัก (รวมถึงสาขา Shibuya Jinnan) ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าเข้าชม ราคาราเมนเริ่มต้นประมาณ 980 - 1,100 เยนต่อชาม (สามารถกดสั่งซื้อคูปองเมนูและท็อปปิ้งเพิ่มเติมได้ที่ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติหน้าทางเข้า)

คาเฟ่ริมทะเลคามาคุระ ☕ คาเฟ่
📍 คามาคุระ

คาเฟ่ริมทะเลคามาคุระ

คาเฟ่สุดชิลริมหาด Zaimokuza วิวทะเลเปิดโล่ง กาแฟดี อาหารออร์แกนิก บรรยากาศแบบหาด การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yokosuka Line ลงสถานี Kamakura Station แล้วเดินเท้าเข้าถนน Komachi-dori ประมาณ 5 นาที

คาเฟ่ กฤษณ์ ริมน้ำ ☕ คาเฟ่
📍 โยโกฮาม่า

คาเฟ่ กฤษณ์ ริมน้ำ

คาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศสในโรงแรม InterContinental วิวท่าเรือโยโกฮาม่า ชาและขนมอาฟเตอร์นูน การเดินทาง: นั่งรถไฟ Minatomirai Line ลงสถานี Nihon Odori Station แล้วเดินเท้าประมาณ 2 นาที

ย่านอากิฮาบาระ 🛍️ ช้อปปิ้ง
📍 โตเกียว

ย่านอากิฮาบาระ

ย่านอากิฮาบาระ (Akihabara Electric Town) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกสั้นๆ ว่า "อากิบะ" (Akiba) เป็นย่านที่มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ย้อนกลับไปหลังสงครามโลกครั้งที่สอง อากิฮาบาระเริ่มต้นจากการเป็นตลาดมืดขายชิ้นส่วนวิทยุและสายไฟ ก่อนจะพัฒนาเป็นแหล่งรวมร้านค้าปลีกและส่งสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกประเภท จนกระทั่งช่วงทศวรรษที่ 1990 ย่านนี้ได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ครั้งใหญ่จนกลายเป็นเมกกะหรือสวรรค์ของกลุ่มคนรักวัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่น ทั้งอนิเมะ มังงะ เกม ฟิกเกอร์โมเดล และคอสเพลย์ ภายในย่านรายล้อมไปด้วยตึกร้านค้าขนาดยักษ์ เช่น Yodobashi Camera, Mandarake, Animate และตึกวิทยุอาคิฮาบาระ (Akihabara Radio Kaikan) ที่จำหน่ายสินค้าหายากและอุปกรณ์ไอทีชั้นนำ นอกจากนี้ย่านนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของ "เมดคาเฟ่" (Maid Cafe) คาเฟ่บริการโดยบริกรสาวในชุดเมดที่คอยมอบความบันเทิงและรอยยิ้ม และร้านเกมเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่วัยรุ่นนิยมมาประลองฝีมือ การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line, JR Chuo-Sobu Line หรือรถไฟใต้ดินสาย Hibiya Line ลงสถานี Akihabara Station แล้วเดินออกทางประตู Electric Town Exit ก็จะถึงใจกลางย่านทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดทั้งวัน ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดบริการช่วง 10:00 - 20:00 น. (ในวันอาทิตย์จะมีการปิดถนนสายหลัก Chuo-dori ให้เป็นถนนคนเดินช่วงบ่าย) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมบรรยากาศในย่านทั่วไป

วัดเอ็งกะคุจิ ⛩️ วัด & ศาลเจ้า
📍 คามาคุระ

วัดเอ็งกะคุจิ

วัดเซ็นชั้นนำในคามาคุระ สวนญี่ปุ่นเงียบสงบ พิธีชาแบบ Rinzai Zen ชมศิลปะแห่งความว่างเปล่า การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yokosuka Line ลงสถานี Kita-Kamakura Station ทางออกอยู่ตรงข้ามกับทางเข้าวัดโดยตรง เดินเพียง 1 นาที

ย่านช้อปปิ้งชินไซบาชิ 🛍️ ช้อปปิ้ง
📍 โอซาก้า

ย่านช้อปปิ้งชินไซบาชิ

ย่านช้อปปิ้งชินไซบาชิ (Shinsaibashi Shopping Street) หรือชินไซบาชิ筋 เป็นถนนคนเดินช้อปปิ้งที่มีหลังคาคลุมที่ยาวและมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองโอซาก้า ตลอดความยาวกว่า 600 เมตรของถนนสายนี้เรียงรายไปด้วยร้านค้ามากกว่า 180 ร้าน ดึงดูดนักช้อปทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติเข้ามาสัญจรนับแสนคนต่อวัน ย่านนี้มีประวัติย้อนไปถึงยุคเอโดะ ค.ศ. 1622 โดยเริ่มต้นจากการเป็นย่านการค้าขายผ้าและเครื่องประดับ ก่อนจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางแฟชั่นในปัจจุบัน ภายในย่านมีสินค้าครบทุกประเภทตั้งแต่นาฬิกาหรูและแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ (เช่น Chanel, Gucci, Dior) ไปจนถึงเสื้อผ้าแบรนด์สตรีทชั้นนำอย่าง Uniqlo, GU, Zara และร้านขายยาและเครื่องสำอาง (Drug Stores) ขนาดยักษ์ที่เป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์นักท่องเที่ยว ตลอดเส้นทางยังมีร้านขนม คาเฟ่ชาเขียวมัทฉะ และร้านขายทาโกะยากิตั้งอยู่ตลอดทาง โดยปลายสุดของถนนสายนี้จะเชื่อมต่อโดยตรงกับสะพานเอบิสึ (Ebisu Bridge) และย่านของกินโดทงโบริ การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Midosuji Line หรือ Nagahori Tsurumi-ryokuchi Line ลงสถานี Shinsaibashi Station แล้วใช้ทางออกที่เชื่อมต่อตรงเข้าสู่ถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิได้ทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดทั้งวัน ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดบริการช่วง 11:00 - 20:30 น. (ทางเดินเปิดให้บริการตลอดเวลาและมีหลังคากันฝนอย่างดี) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมย่านช้อปปิ้งทั่วไป

ตลาดอะเมะ-โยโก 🛍️ ช้อปปิ้ง
📍 โตเกียว

ตลาดอะเมะ-โยโก

ตลาดอะเมะโยโกะ (Ameyoko Market) หรือชื่อเต็มว่า "อะเมะยารสึโบะ" (Ameya Yokocho) เป็นตลาดนัดกลางแจ้งสไตล์สตรีทฟู้ดและแหล่งค้าปลีก-ส่งที่คึกคักที่สุดในโตเกียว ทอดยาวขนานไปตามใต้สะพานทางรถไฟยกระดับระหว่างสถานี JR Ueno และสถานี JR Okachimachi ย้อนประวัติศาสตร์ไปในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตลาดแห่งนี้เริ่มต้นจากการเป็น "ตลาดมืด" (Black Market) ที่ขายสินค้านำเข้าจากอเมริกา โดยเฉพาะขนมหวานและลูกอม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "Ameya Yokocho" (ตรอกร้านขายลูกอม) และต่อมาได้ขยายตัวเป็นแหล่งขายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาย่อมเยาในปัจจุบัน ปัจจุบัน ตลาดอะเมะโยโกะเปรียบเสมือนศูนย์รวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมและรสชาติ สองข้างทางอัดแน่นไปด้วยร้านค้าแผงลอยมากกว่า 400 ร้าน จำหน่ายสินค้าทุกประเภทตั้งแต่ของสด อาหารทะเล (เช่น ไข่ปลาแซลมอน ปูยักษ์ ปลาทูน่า) ผลไม้เสียบไม้หวานฉ่ำ เสื้อผ้าแฟชั่นแนวสตรีท รองเท้าแบรนด์เนมลดราคา ของเล่นโมเดล เครื่องสำอาง ไปจนถึงร้านขายยาและอาหารเสริมยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ตลอดแนวตลาดจะมีพ่อค้าแม่ค้าคอยส่งเสียงตะโกนเรียกลูกค้าด้วยภาษาญี่ปุ่นสำเนียงท้องถิ่นที่กระฉับกระเฉงดุดันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารอิซากายะแบบเปิดโล่งและร้านสตรีทฟู้ดนานาชาติให้นั่งดื่มเบียร์จิบคู่กับของกินเล่นยามค่ำคืนในบรรยากาศกึ่งย้อนยุค การเดินทาง: สะดวกที่สุดโดยนั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Ueno Station (ออกทางออก Central Exit) หรือสถานี Okachimachi Station แล้วเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ซอยขนานใต้รางรถไฟได้ทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 20:00 น. (เวลาทำการจะขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า บางร้านอาหารสดอาจเปิดเช้ากว่านั้น และร้านอิซากายะส่วนใหญ่จะเปิดบริการถึงค่ำเวลา 22:00 - 23:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมและสัมผัสบรรยากาศตลาด

ตลาดอะเมะ-โยโกะ 🛍️ ช้อปปิ้ง
📍 โตเกียว

ตลาดอะเมะ-โยโกะ

ตลาดอะเมะโยโกะ (Ameyoko Market) หรือชื่อเต็มว่า "อะเมะยารสึโบะ" (Ameya Yokocho) เป็นตลาดนัดกลางแจ้งสไตล์สตรีทฟู้ดและแหล่งค้าปลีก-ส่งที่คึกคักที่สุดในโตเกียว ทอดยาวขนานไปตามใต้สะพานทางรถไฟยกระดับระหว่างสถานี JR Ueno และสถานี JR Okachimachi ย้อนประวัติศาสตร์ไปในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตลาดแห่งนี้เริ่มต้นจากการเป็น "ตลาดมืด" (Black Market) ที่ขายสินค้านำเข้าจากอเมริกา โดยเฉพาะขนมหวานและลูกอม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "Ameya Yokocho" (ตรอกร้านขายลูกอม) และต่อมาได้ขยายตัวเป็นแหล่งขายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาย่อมเยาในปัจจุบัน ปัจจุบัน ตลาดอะเมะโยโกะเปรียบเสมือนศูนย์รวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมและรสชาติ สองข้างทางอัดแน่นไปด้วยร้านค้าแผงลอยมากกว่า 400 ร้าน จำหน่ายสินค้าทุกประเภทตั้งแต่ของสด อาหารทะเล (เช่น ไข่ปลาแซลมอน ปูยักษ์ ปลาทูน่า) ผลไม้เสียบไม้หวานฉ่ำ เสื้อผ้าแฟชั่นแนวสตรีท รองเท้าแบรนด์เนมลดราคา ของเล่นโมเดล เครื่องสำอาง ไปจนถึงร้านขายยาและอาหารเสริมยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ตลอดแนวตลาดจะมีพ่อค้าแม่ค้าคอยส่งเสียงตะโกนเรียกลูกค้าด้วยภาษาญี่ปุ่นสำเนียงท้องถิ่นที่กระฉับกระเฉงดุดันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารอิซากายะแบบเปิดโล่งและร้านสตรีทฟู้ดนานาชาติให้นั่งดื่มเบียร์จิบคู่กับของกินเล่นยามค่ำคืนในบรรยากาศกึ่งย้อนยุค การเดินทาง: สะดวกที่สุดโดยนั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Ueno Station (ออกทางออก Central Exit) หรือสถานี Okachimachi Station แล้วเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ซอยขนานใต้รางรถไฟได้ทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 20:00 น. (เวลาทำการจะขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า บางร้านอาหารสดอาจเปิดเช้ากว่านั้น และร้านอิซากายะส่วนใหญ่จะเปิดบริการถึงค่ำเวลา 22:00 - 23:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมและสัมผัสบรรยากาศตลาด

ย่านช้อปปิ้ง ชินไซบาชิ 🛍️ ช้อปปิ้ง
📍 โอซาก้า

ย่านช้อปปิ้ง ชินไซบาชิ

ย่านช้อปปิ้งชินไซบาชิ (Shinsaibashi Shopping Street) หรือชินไซบาชิ筋 เป็นถนนคนเดินช้อปปิ้งที่มีหลังคาคลุมที่ยาวและมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองโอซาก้า ตลอดความยาวกว่า 600 เมตรของถนนสายนี้เรียงรายไปด้วยร้านค้ามากกว่า 180 ร้าน ดึงดูดนักช้อปทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติเข้ามาสัญจรนับแสนคนต่อวัน ย่านนี้มีประวัติย้อนไปถึงยุคเอโดะ ค.ศ. 1622 โดยเริ่มต้นจากการเป็นย่านการค้าขายผ้าและเครื่องประดับ ก่อนจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางแฟชั่นในปัจจุบัน ภายในย่านมีสินค้าครบทุกประเภทตั้งแต่นาฬิกาหรูและแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ (เช่น Chanel, Gucci, Dior) ไปจนถึงเสื้อผ้าแบรนด์สตรีทชั้นนำอย่าง Uniqlo, GU, Zara และร้านขายยาและเครื่องสำอาง (Drug Stores) ขนาดยักษ์ที่เป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์นักท่องเที่ยว ตลอดเส้นทางยังมีร้านขนม คาเฟ่ชาเขียวมัทฉะ และร้านขายทาโกะยากิตั้งอยู่ตลอดทาง โดยปลายสุดของถนนสายนี้จะเชื่อมต่อโดยตรงกับสะพานเอบิสึ (Ebisu Bridge) และย่านของกินโดทงโบริ การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Midosuji Line หรือ Nagahori Tsurumi-ryokuchi Line ลงสถานี Shinsaibashi Station แล้วใช้ทางออกที่เชื่อมต่อตรงเข้าสู่ถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิได้ทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดทั้งวัน ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดบริการช่วง 11:00 - 20:30 น. (ทางเดินเปิดให้บริการตลอดเวลาและมีหลังคากันฝนอย่างดี) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมย่านช้อปปิ้งทั่วไป

ศาลเจ้าสุมิโยชิ ไทฉะ ⛩️ วัด & ศาลเจ้า
📍 โอซาก้า

ศาลเจ้าสุมิโยชิ ไทฉะ

ศาลเจ้าสุมิโยชิ ไทฉะ (Sumiyoshi Taisha) เป็นหนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองโอซาก้า ศาลเจ้านี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 211 (ก่อนการเผยแผ่พุทธศาสนาเข้าสู่ญี่ปุ่น) เป็นศาลเจ้าประธานของศาลเจ้าสุมิโยชิทั้งหมดกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ อุทิศให้แก่เทพเจ้าสุมิโยชิซันจิน ซึ่งเป็นเทพแห่งการปกป้องการเดินทางทางทะเลและการนำพาโชคลาภความสำเร็จ สถาปัตยกรรมหลักของศาลเจ้าเป็นสไตล์ดั้งเดิมแท้ๆ ที่เรียกว่า สุมิโยชิ-ซึคุริ (Sumiyoshi-zukuri) ซึ่งโดดเด่นด้วยหลังคาทรงตรงเรียบง่ายและทาสีแดงชาดงดงาม โดยปราศจากอิทธิพลของสถาปัตยกรรมแบบจีนและเอเชียแผ่นดินใหญ่ จุดไฮไลต์ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวคือ สะพานโค้งสีแดงไทโกะบาชิ (Taikobashi Bridge หรือสะพานโซริบาชิ) ซึ่งพาดผ่านบ่อน้ำหน้าทางเข้าศาลเจ้า มีความชันสูงถึง 44 องศา เชื่อกันว่าการเดินข้ามสะพานนี้จะช่วยชำระล้างสิ่งชั่วร้ายและจิตใจให้บริสุทธิ์ก่อนเข้าพบเทพเจ้า นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม "หินห้า-เจ็ด-เก้า" (Omokaru Stone) ในสวนด้านใน ซึ่งเป็นหินพยากรณ์ความสมหวังหากอธิษฐานแล้วยกหินได้เบากว่าที่คาดไว้ การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Nankai Main Line จากสถานี Namba Station ลงที่สถานี Sumiyoshitaisha Station แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 3 นาที หรือนั่งรถรางสาย Hankai Tramway ลงที่สถานี Sumiyoshi-Torii-mae เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 - 17:00 น. (เวลาปิดอาจขยายออกไปในช่วงเทศกาลปีใหม่) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับพื้นที่บริเวณวัดและศาลเจ้าทั้งหมด

ย่านโอไดบะ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โตเกียว

ย่านโอไดบะ

เกาะเทียมในอ่าวโตเกียว วิวสะพาน Rainbow Bridge ยามค่ำคืนงดงาม มีห้าง DiverCity (หน้าหุ่น Gundam ยักษ์) DiverCity อิออน และ VenusFort

หอชมวิวโตเกียว ทาวเวอร์ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โตเกียว

หอชมวิวโตเกียว ทาวเวอร์

หอชมวิวโตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่คลาสสิกและเป็นที่รักที่สุดของกรุงโตเกียว หอคอยโครงเหล็กถักสีส้มสลับขาวนี้มีความสูง 332.9 เมตร สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1958 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหอไอเฟลในกรุงปารีสเพื่อใช้เป็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุ รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและความเจริญรุ่งเรืองของญี่ปุ่นหลังยุคสงคราม หอคอยนี้มีจุดชมวิวหลักสองระดับ คือ Main Deck ที่ความสูง 150 เมตร มีพื้นกระจกใสมองทะลุลงไปด้านล่างให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความตื่นเต้น และ Top Deck จุดชมวิวทรงกลมสุดหรูที่ความสูง 250 เมตร ตกแต่งด้วยกระจกเงาเรขาคณิตสะท้อนแสงไฟและทัศนียภาพของเมืองหลวงอย่างงดงาม ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน บริเวณด้านล่างของหอคอยเป็นตึก FootTown แหล่งรวมร้านค้า ของที่ระลึก ร้านอาหาร คาเฟ่ และสวนสนุกในร่ม RED° TOKYO TOWER สวรรค์ของวัยรุ่นที่ชอบเล่นอีสปอร์ตและเกม VR การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Oedo Line ลงสถานี Akabanebashi Station แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 5 นาที หรือสาย Hibiya Line ลงสถานี Kamiyacho Station แล้วเดินต่อประมาณ 7 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 22:30 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 22:00 น.) ค่าเข้าชม: ตั๋วเข้าชม Main Deck (150m) สำหรับผู้ใหญ่ราคา 1,200 เยน และตั๋ว Top Deck Tour (รวมทั้ง 150m + 250m) ราคาประมาณ 2,800 - 3,000 เยน (แนะนำให้จองออนไลน์ล่วงหน้า)