ค้นพบสถานที่น่าสนใจทั่วญี่ปุ่น
ร้านอาหารทะเลริมหาดชิงฮามะ วิวทะเลและภูเขาไฟฟูจิ ปลาสดจากทะเลหน้าร้าน การเดินทาง: นั่งรถไฟ Enoden (Enoshima Electric Railway) ลงสถานี Shichirigahama Station แล้วเดินเท้าประมาณ 3 นาที
ตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดในคาโนะซาวะ อาหารทะเลสด ปลาท้องถิ่น และสินค้าเกษตรคุณภาพดี การเดินทาง: นั่งรถบัส Kanazawa Loop Bus ลงป้าย Musashigatsuji แล้วเดินเท้าประมาณ 3 นาที หรือเดินจากสถานี Kanazawa Station ประมาณ 15 นาที
🍜 ร้านอาหาร
⭐ ทาโกะยากิ วานาชิ (Takoyaki Wanaka) เป็นหนึ่งในร้านทาโกะยากิระดับตำนานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองโอซาก้า ซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดของอาหารชนิดนี้ ร้านเริ่มต้นจากการเป็นร้านขายขนมเด็กเล่นและน้ำแข็งใสในย่านเซ็นนิจิมาเอะ (Sennichimae) ก่อนจะเริ่มขายทาโกะยากิและพัฒนาสูตรแป้งจนกลายเป็นที่เลื่องลือ เคล็ดลับความอร่อยของวานาชิอยู่ที่การใช้กระทะทองแดงในการย่าง ทำให้กระจายความร้อนได้ดี แป้งด้านนอกจึงมีความกรอบบางสีเหลืองทอง ในขณะที่เนื้อแป้งด้านในยังคงเหลว นุ่ม ละมุนลิ้น และใส่หนวดปลาหมึกยักษ์ (Tako) ชิ้นโตสดใหม่ ที่ร้านมีซอสให้เลือกหลากหลายรสชาติ เช่น ซอสหวานดั้งเดิม ซอสโชยุเกลือ ซอสพริกไทยดำ และซอสพอนสึรสเปรี้ยว โรยหน้าด้วยสาหร่ายผงและปลาโอแห้งขูดฝอยที่ขยับไหวจากความร้อน เมนูยอดนิยมอีกอย่างคือ "Oowan" ซึ่งเป็นการเสิร์ฟทาโกะยากิในน้ำซุปดาชิร้อนๆ ให้รสชาติที่กลมกล่อมแปลกใหม่ การเดินทาง: สำหรับสาขาโดทงโบริ (Dotonbori) สามารถเดินเท้าจากสถานีรถไฟใต้ดิน Namba Station (Midosuji Line) หรือ Shinsaibashi Station ประมาณ 5-7 นาที ร้านตั้งอยู่ใจกลางย่านบันเทิงโดทงโบริ เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 - 21:00 น. (วันหยุดนักขัตฤกษ์อาจเปิดเร็วขึ้น) ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าเข้าชม ราคาทาโกะยากิเริ่มต้นประมาณ 600 เยน (จำนวน 8 ลูก) และ 800 เยน (จำนวน 12 ลูก)
🏨 ที่พัก
โรงแรมออนเซ็นขนาดใหญ่วิวเมืองและทะเล สระออนเซ็นหลายแบบ น้ำทะเลสาบหมุนเวียน การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Nippo Main Line ลงสถานี Beppu Station แล้วนั่งรถรับส่งของโรงแรม (ฟรี จองล่วงหน้าได้) หรือนั่งแท็กซี่ประมาณ 10 นาที
ตลาดคุโรมง อิจิบะ (Kuromon Ichiba Market) ได้รับฉายาอย่างเป็นทางการว่า "ห้องครัวแห่งโอซาก้า" เป็นตลาดสดโบราณที่เปิดดำเนินการมานานกว่า 190 ปี ตั้งอยู่ในย่านมินามิ ใจกลางเมืองโอซาก้า ตลาดนี้มีความยาวประมาณ 580 เมตร เรียงรายไปด้วยร้านค้าและแผงลอยมากกว่า 150 ร้านค้า เริ่มแรกตลาดย้อนไปตั้งแต่สมัยปลายยุคเอโดะ โดยขึ้นชื่อเรื่องการขายปลาสด ผัก ผลไม้ และเครื่องปรุงรสที่มีคุณภาพสูงระดับภัตตาคารเลือกใช้ ในปัจจุบัน ตลาดคุโรมงได้กลายเป็นสวรรค์สตรีทฟู้ดสำหรับนักท่องเที่ยวแนวตะกรุยกิน ของขึ้นชื่อที่เป็นที่นิยมคืออาหารทะเลสดระดับพรีเมียมที่ย่างสุกร้อนๆ ให้ทานกันหน้าร้าน เช่น ขาปูยักษ์คิงแคร็บ (King Crab) หอยเชลล์ยักษ์เนยโชยุ หอยเม่นสด (Uni) กุ้งมังกร และเนื้อวัววากิวระดับ A5 รวมถึงซูชิและซาซิมิเกรดเอสดใหม่ นอกจากนี้ยังมีผลไม้ญี่ปุ่นเกรดดี เช่น สตรอเบอร์รี่ขาว เมลอนหวานฉ่ำ และขนมโบราณสไตล์คันไซให้เลือกซื้อเลือกชิมอย่างจุใจ การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Sennichimah Line หรือ Sakaisuji Line ลงที่สถานี Nippombashi Station แล้วออกทางออก 10 จากนั้นเดินเท้าต่อประมาณ 2-3 นาที ก็จะถึงปากทางเข้าตลาด เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 18:00 น. (ร้านส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแผงเสร็จสมบูรณ์ช่วง 10:00 น. และจะเริ่มทยอยปิดช่วงเย็นหลัง 17:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเข้าชมตลาดและการเดินซื้อของทั่วไป (ราคาอาหารคิดตามจริงที่ร้านค้า)
ตลาดคุโรมง อิจิบะ (Kuromon Ichiba Market) ได้รับฉายาอย่างเป็นทางการว่า "ห้องครัวแห่งโอซาก้า" เป็นตลาดสดโบราณที่เปิดดำเนินการมานานกว่า 190 ปี ตั้งอยู่ในย่านมินามิ ใจกลางเมืองโอซาก้า ตลาดนี้มีความยาวประมาณ 580 เมตร เรียงรายไปด้วยร้านค้าและแผงลอยมากกว่า 150 ร้านค้า เริ่มแรกตลาดย้อนไปตั้งแต่สมัยปลายยุคเอโดะ โดยขึ้นชื่อเรื่องการขายปลาสด ผัก ผลไม้ และเครื่องปรุงรสที่มีคุณภาพสูงระดับภัตตาคารเลือกใช้ ในปัจจุบัน ตลาดคุโรมงได้กลายเป็นสวรรค์สตรีทฟู้ดสำหรับนักท่องเที่ยวแนวตะกรุยกิน ของขึ้นชื่อที่เป็นที่นิยมคืออาหารทะเลสดระดับพรีเมียมที่ย่างสุกร้อนๆ ให้ทานกันหน้าร้าน เช่น ขาปูยักษ์คิงแคร็บ (King Crab) หอยเชลล์ยักษ์เนยโชยุ หอยเม่นสด (Uni) กุ้งมังกร และเนื้อวัววากิวระดับ A5 รวมถึงซูชิและซาซิมิเกรดเอสดใหม่ นอกจากนี้ยังมีผลไม้ญี่ปุ่นเกรดดี เช่น สตรอเบอร์รี่ขาว เมลอนหวานฉ่ำ และขนมโบราณสไตล์คันไซให้เลือกซื้อเลือกชิมอย่างจุใจ การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Sennichimah Line หรือ Sakaisuji Line ลงที่สถานี Nippombashi Station แล้วออกทางออก 10 จากนั้นเดินเท้าต่อประมาณ 2-3 นาที ก็จะถึงปากทางเข้าตลาด เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 18:00 น. (ร้านส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแผงเสร็จสมบูรณ์ช่วง 10:00 น. และจะเริ่มทยอยปิดช่วงเย็นหลัง 17:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเข้าชมตลาดและการเดินซื้อของทั่วไป (ราคาอาหารคิดตามจริงที่ร้านค้า)
คาเฟ่โรสเตอร์ชื่อดังของซัปโปโร กาแฟคั่วสดทุกวัน บรรยากาศอบอุ่นกลางฤดูหนาว การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Namboku/Tozai Line ลงสถานี Odori Station แล้วเดินเท้าประมาณ 5 นาที
ทาโกะยากิ วานาชิ (Takoyaki Wanaka) เป็นหนึ่งในร้านทาโกะยากิระดับตำนานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองโอซาก้า ซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดของอาหารชนิดนี้ ร้านเริ่มต้นจากการเป็นร้านขายขนมเด็กเล่นและน้ำแข็งใสในย่านเซ็นนิจิมาเอะ (Sennichimae) ก่อนจะเริ่มขายทาโกะยากิและพัฒนาสูตรแป้งจนกลายเป็นที่เลื่องลือ เคล็ดลับความอร่อยของวานาชิอยู่ที่การใช้กระทะทองแดงในการย่าง ทำให้กระจายความร้อนได้ดี แป้งด้านนอกจึงมีความกรอบบางสีเหลืองทอง ในขณะที่เนื้อแป้งด้านในยังคงเหลว นุ่ม ละมุนลิ้น และใส่หนวดปลาหมึกยักษ์ (Tako) ชิ้นโตสดใหม่ ที่ร้านมีซอสให้เลือกหลากหลายรสชาติ เช่น ซอสหวานดั้งเดิม ซอสโชยุเกลือ ซอสพริกไทยดำ และซอสพอนสึรสเปรี้ยว โรยหน้าด้วยสาหร่ายผงและปลาโอแห้งขูดฝอยที่ขยับไหวจากความร้อน เมนูยอดนิยมอีกอย่างคือ "Oowan" ซึ่งเป็นการเสิร์ฟทาโกะยากิในน้ำซุปดาชิร้อนๆ ให้รสชาติที่กลมกล่อมแปลกใหม่ การเดินทาง: สำหรับสาขาโดทงโบริ (Dotonbori) สามารถเดินเท้าจากสถานีรถไฟใต้ดิน Namba Station (Midosuji Line) หรือ Shinsaibashi Station ประมาณ 5-7 นาที ร้านตั้งอยู่ใจกลางย่านบันเทิงโดทงโบริ เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 - 21:00 น. (วันหยุดนักขัตฤกษ์อาจเปิดเร็วขึ้น) ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าเข้าชม ราคาทาโกะยากิเริ่มต้นประมาณ 600 เยน (จำนวน 8 ลูก) และ 800 เยน (จำนวน 12 ลูก)
ชิบูย่าครอสสิ้ง (Shibuya Crossing) หรือห้าแยกชิบูย่า เป็นทางข้ามถนนสายสำคัญหน้าสถานีรถไฟชิบูย่าที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแยกที่มีผู้คนสัญจรไปมาคึกคักที่สุดในโลก ในช่วงเวลาเร่งด่วนเมื่อสัญญาณไฟคนข้ามเปลี่ยนเป็นสีเขียว จะมีคนข้ามถนนพร้อมกันจากทุกทิศทางมากกว่า 3,000 คนต่อครั้ง แยกนี้เติบโตขึ้นพร้อมๆ กับการขยายตัวของสถานีรถไฟชิบูย่าและกลายเป็นสัญลักษณ์ของโตเกียวยุคใหม่ที่สะท้อนถึงพลังงานและความมีชีวิตชีวาของเมืองหลวงญี่ปุ่น รอบๆ แยกรายล้อมไปด้วยตึกสูงใหญ่ที่ติดตั้งป้ายไฟโฆษณาและจอ LED ขนาดยักษ์คอยฉายภาพแสงสีตระการตาตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวนิยมหาจุดถ่ายภาพมุมสูงจากร้านกาแฟและตึกรอบๆ เช่น ตึก Shibuya Excel Hotel Tokyu, ตึก Magnet by Shibuya109 และจุดชมวิว Shibuya Sky นอกจากนี้บริเวณข้างๆ แยกยังมีรูปปั้นสุนัขยอดกตัญญู ฮาจิโกะ (Hachiko Statue) ซึ่งเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ การเดินทาง: สะดวกที่สุดโดยนั่งรถไฟทุกสายที่ผ่านสถานี Shibuya Station (เช่น JR Yamanote Line, Tokyo Metro Ginza/Hanzomon/Fukutoshin Line) แล้วออกทางประตู Hachiko Exit จะพบห้าแยกอยู่ตรงหน้าทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ช่วงเวลาที่แสงไฟและจอโฆษณาคึกคักที่สุดคือช่วงค่ำ 18:00 - 23:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับพื้นที่เดินถนนทั่วไปด้านล่าง (ยกเว้นกรณีขึ้นชมวิวบนจุดชมวิว Shibuya Sky บนตึก Scramble Square ที่ต้องซื้อบัตรเข้าชมต่างหาก)
ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในกรุงโตเกียว สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1920 เพื่ออุทิศถวายแด่ดวงวิญญาณของจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) และจักรพรรดินีโชเก็ง (Empress Shoken) ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปและนำพาประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมและอารยธรรมสมัยใหม่ พื้นที่อันเงียบสงบแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่คึกคัก แต่กลับได้รับการโอบล้อมด้วยป่าทึบอุดมสมบูรณ์ที่ปลูกขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ โดยมีต้นไม้มากกว่า 100,000 ต้น จากการบริจาคของประชาชนทั่วประเทศญี่ปุ่นในเวลานั้น เมื่อเดินผ่านเสาประตูโทริอิไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทำจากไม้สนซีดาร์อายุกว่า 1,500 ปีเข้ามา บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบและร่มรื่นทันที ทางเดินหินกรวดกรุบกรับพาเราตรงเข้าสู่เขตชั้นในของศาลเจ้า อาคารหลักสร้างด้วยไม้ไซเปรสญี่ปุ่นโบราณตามสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล การเรียน การงาน และความรัก และมักจะได้พบเห็นการจัดพิธีแต่งงานแบบชินโตดั้งเดิม (Shinto Wedding) ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวและครอบครัวสวมชุดกิโมโนโบราณเดินแห่ขบวนอย่างงดงาม การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Harajuku Station แล้วใช้ทางออก Omotesando Exit จะพบทางเข้าศาลเจ้าอยู่ติดกับสถานี หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line / Fukutoshin Line ลงที่สถานี Meiji-jingumae Station เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน (เวลาปรับเปลี่ยนทุกเดือนตามฤดูกาล ปกติอยู่ระหว่าง 05:00 - 18:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับบริเวณศาลเจ้าทั่วไป (สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมสวนชั้นใน Meiji Jingu Inner Garden เพื่อชมดอกไอริสบานสะพรั่งในช่วงเดือนมิถุนายน จะมีค่าบำรุงรักษาสวน 500 เยน)
ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในกรุงโตเกียว สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1920 เพื่ออุทิศถวายแด่ดวงวิญญาณของจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) และจักรพรรดินีโชเก็ง (Empress Shoken) ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปและนำพาประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมและอารยธรรมสมัยใหม่ พื้นที่อันเงียบสงบแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่คึกคัก แต่กลับได้รับการโอบล้อมด้วยป่าทึบอุดมสมบูรณ์ที่ปลูกขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ โดยมีต้นไม้มากกว่า 100,000 ต้น จากการบริจาคของประชาชนทั่วประเทศญี่ปุ่นในเวลานั้น เมื่อเดินผ่านเสาประตูโทริอิไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทำจากไม้สนซีดาร์อายุกว่า 1,500 ปีเข้ามา บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบและร่มรื่นทันที ทางเดินหินกรวดกรุบกรับพาเราตรงเข้าสู่เขตชั้นในของศาลเจ้า อาคารหลักสร้างด้วยไม้ไซเปรสญี่ปุ่นโบราณตามสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล การเรียน การงาน และความรัก และมักจะได้พบเห็นการจัดพิธีแต่งงานแบบชินโตดั้งเดิม (Shinto Wedding) ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวและครอบครัวสวมชุดกิโมโนโบราณเดินแห่ขบวนอย่างงดงาม การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Harajuku Station แล้วใช้ทางออก Omotesando Exit จะพบทางเข้าศาลเจ้าอยู่ติดกับสถานี หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line / Fukutoshin Line ลงที่สถานี Meiji-jingumae Station เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน (เวลาปรับเปลี่ยนทุกเดือนตามฤดูกาล ปกติอยู่ระหว่าง 05:00 - 18:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับบริเวณศาลเจ้าทั่วไป (สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมสวนชั้นใน Meiji Jingu Inner Garden เพื่อชมดอกไอริสบานสะพรั่งในช่วงเดือนมิถุนายน จะมีค่าบำรุงรักษาสวน 500 เยน)
🏛️ ที่เที่ยว
⭐ หอคอยโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) เป็นหอคอยส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ที่สูงที่สุดในโลก และเป็นโครงสร้างที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นด้วยความสูง 634 เมตร สร้างเสร็จและเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2012 เพื่อทำหน้าที่ส่งสัญญาณระบบดิจิทัลแทนโตเกียวทาวเวอร์ สถาปัตยกรรมได้รับการออกแบบอย่างประณีตโดยผสมผสานระหว่างสไตล์ล้ำยุค (Neo-Futuristic) และความงามแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น โดยโครงสร้างหลักจำลองมาจากเจดีย์ห้าชั้นโบราณที่มีระบบแกนกลางลดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้อย่างยอดเยี่ยม จุดชมวิวแบ่งออกเป็น 2 ระดับหลัก คือ Tembo Deck ที่ความสูง 350 เมตร มีกระจกใสรอบทิศทาง 360 องศาให้ชมเมืองโตเกียวอย่างกว้างไกล และ Tembo Galleria ที่ความสูง 450 เมตร ซึ่งเป็นทางเดินกระจกทรงลาดเอียงที่ให้ความรู้สึกเสมือนกำลังเดินเล่นอยู่บนท้องฟ้า ยามค่ำคืนหอคอยจะเปิดไฟประดับด้วยธีมสีที่แตกต่างกันตามเทศกาล บริเวณฐานของหอคอยยังเป็นที่ตั้งของ Tokyo Solamachi แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารกว่า 300 ร้าน รวมถึง Sumida Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในร่มยอดนิยม การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tobu Skytree Line ลงที่สถานี Tokyo Skytree หรือสาย Hanzomon Line / Asakusa Line ลงที่สถานี Oshiage Station แล้วเดินเชื่อมเข้าสู่ตัวอาคารได้ทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 21:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 20:00 น.) ค่าเข้าชม: ตั๋วเข้าชม Tembo Deck (350m) สำหรับผู้ใหญ่ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,100 เยน และตั๋วแบบคอมโบชมทั้ง 2 ชั้น (350m + 450m) ราคาประมาณ 3,100 เยน (ราคาอาจปรับขึ้นในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าออนไลน์)