🌸 เว็บรีวิวท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยคนไทย สำหรับคนไทย

สถานที่ทั้งหมด

ค้นพบสถานที่น่าสนใจทั่วญี่ปุ่น

พบ 289 สถานที่
ร้านซีฟู้ด ชิงฮามะ 🍜 ร้านอาหาร
📍 คามาคุระ

ร้านซีฟู้ด ชิงฮามะ

ร้านอาหารทะเลริมหาดชิงฮามะ วิวทะเลและภูเขาไฟฟูจิ ปลาสดจากทะเลหน้าร้าน การเดินทาง: นั่งรถไฟ Enoden (Enoshima Electric Railway) ลงสถานี Shichirigahama Station แล้วเดินเท้าประมาณ 3 นาที

ตลาดโอมิโชะ 🛍️ ช้อปปิ้ง
📍 คาโนะซาวะ

ตลาดโอมิโชะ

ตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดในคาโนะซาวะ อาหารทะเลสด ปลาท้องถิ่น และสินค้าเกษตรคุณภาพดี การเดินทาง: นั่งรถบัส Kanazawa Loop Bus ลงป้าย Musashigatsuji แล้วเดินเท้าประมาณ 3 นาที หรือเดินจากสถานี Kanazawa Station ประมาณ 15 นาที

ทาโกะยากิ วานาชิ 🍜 ร้านอาหาร
📍 โอซาก้า

ทาโกะยากิ วานาชิ

ทาโกะยากิ วานาชิ (Takoyaki Wanaka) เป็นหนึ่งในร้านทาโกะยากิระดับตำนานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองโอซาก้า ซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดของอาหารชนิดนี้ ร้านเริ่มต้นจากการเป็นร้านขายขนมเด็กเล่นและน้ำแข็งใสในย่านเซ็นนิจิมาเอะ (Sennichimae) ก่อนจะเริ่มขายทาโกะยากิและพัฒนาสูตรแป้งจนกลายเป็นที่เลื่องลือ เคล็ดลับความอร่อยของวานาชิอยู่ที่การใช้กระทะทองแดงในการย่าง ทำให้กระจายความร้อนได้ดี แป้งด้านนอกจึงมีความกรอบบางสีเหลืองทอง ในขณะที่เนื้อแป้งด้านในยังคงเหลว นุ่ม ละมุนลิ้น และใส่หนวดปลาหมึกยักษ์ (Tako) ชิ้นโตสดใหม่ ที่ร้านมีซอสให้เลือกหลากหลายรสชาติ เช่น ซอสหวานดั้งเดิม ซอสโชยุเกลือ ซอสพริกไทยดำ และซอสพอนสึรสเปรี้ยว โรยหน้าด้วยสาหร่ายผงและปลาโอแห้งขูดฝอยที่ขยับไหวจากความร้อน เมนูยอดนิยมอีกอย่างคือ "Oowan" ซึ่งเป็นการเสิร์ฟทาโกะยากิในน้ำซุปดาชิร้อนๆ ให้รสชาติที่กลมกล่อมแปลกใหม่ การเดินทาง: สำหรับสาขาโดทงโบริ (Dotonbori) สามารถเดินเท้าจากสถานีรถไฟใต้ดิน Namba Station (Midosuji Line) หรือ Shinsaibashi Station ประมาณ 5-7 นาที ร้านตั้งอยู่ใจกลางย่านบันเทิงโดทงโบริ เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 - 21:00 น. (วันหยุดนักขัตฤกษ์อาจเปิดเร็วขึ้น) ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าเข้าชม ราคาทาโกะยากิเริ่มต้นประมาณ 600 เยน (จำนวน 8 ลูก) และ 800 เยน (จำนวน 12 ลูก)

โรงแรมออนเซ็น เบปปุ 🏨 ที่พัก
📍 เบปปุ

โรงแรมออนเซ็น เบปปุ

โรงแรมออนเซ็นขนาดใหญ่วิวเมืองและทะเล สระออนเซ็นหลายแบบ น้ำทะเลสาบหมุนเวียน การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Nippo Main Line ลงสถานี Beppu Station แล้วนั่งรถรับส่งของโรงแรม (ฟรี จองล่วงหน้าได้) หรือนั่งแท็กซี่ประมาณ 10 นาที

คุโรมง อิจิบะ 🍜 ร้านอาหาร
📍 โอซาก้า

คุโรมง อิจิบะ

ตลาดคุโรมง อิจิบะ (Kuromon Ichiba Market) ได้รับฉายาอย่างเป็นทางการว่า "ห้องครัวแห่งโอซาก้า" เป็นตลาดสดโบราณที่เปิดดำเนินการมานานกว่า 190 ปี ตั้งอยู่ในย่านมินามิ ใจกลางเมืองโอซาก้า ตลาดนี้มีความยาวประมาณ 580 เมตร เรียงรายไปด้วยร้านค้าและแผงลอยมากกว่า 150 ร้านค้า เริ่มแรกตลาดย้อนไปตั้งแต่สมัยปลายยุคเอโดะ โดยขึ้นชื่อเรื่องการขายปลาสด ผัก ผลไม้ และเครื่องปรุงรสที่มีคุณภาพสูงระดับภัตตาคารเลือกใช้ ในปัจจุบัน ตลาดคุโรมงได้กลายเป็นสวรรค์สตรีทฟู้ดสำหรับนักท่องเที่ยวแนวตะกรุยกิน ของขึ้นชื่อที่เป็นที่นิยมคืออาหารทะเลสดระดับพรีเมียมที่ย่างสุกร้อนๆ ให้ทานกันหน้าร้าน เช่น ขาปูยักษ์คิงแคร็บ (King Crab) หอยเชลล์ยักษ์เนยโชยุ หอยเม่นสด (Uni) กุ้งมังกร และเนื้อวัววากิวระดับ A5 รวมถึงซูชิและซาซิมิเกรดเอสดใหม่ นอกจากนี้ยังมีผลไม้ญี่ปุ่นเกรดดี เช่น สตรอเบอร์รี่ขาว เมลอนหวานฉ่ำ และขนมโบราณสไตล์คันไซให้เลือกซื้อเลือกชิมอย่างจุใจ การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Sennichimah Line หรือ Sakaisuji Line ลงที่สถานี Nippombashi Station แล้วออกทางออก 10 จากนั้นเดินเท้าต่อประมาณ 2-3 นาที ก็จะถึงปากทางเข้าตลาด เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 18:00 น. (ร้านส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแผงเสร็จสมบูรณ์ช่วง 10:00 น. และจะเริ่มทยอยปิดช่วงเย็นหลัง 17:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเข้าชมตลาดและการเดินซื้อของทั่วไป (ราคาอาหารคิดตามจริงที่ร้านค้า)

ตลาดคุโรมง 🍜 ร้านอาหาร
📍 โอซาก้า

ตลาดคุโรมง

ตลาดคุโรมง อิจิบะ (Kuromon Ichiba Market) ได้รับฉายาอย่างเป็นทางการว่า "ห้องครัวแห่งโอซาก้า" เป็นตลาดสดโบราณที่เปิดดำเนินการมานานกว่า 190 ปี ตั้งอยู่ในย่านมินามิ ใจกลางเมืองโอซาก้า ตลาดนี้มีความยาวประมาณ 580 เมตร เรียงรายไปด้วยร้านค้าและแผงลอยมากกว่า 150 ร้านค้า เริ่มแรกตลาดย้อนไปตั้งแต่สมัยปลายยุคเอโดะ โดยขึ้นชื่อเรื่องการขายปลาสด ผัก ผลไม้ และเครื่องปรุงรสที่มีคุณภาพสูงระดับภัตตาคารเลือกใช้ ในปัจจุบัน ตลาดคุโรมงได้กลายเป็นสวรรค์สตรีทฟู้ดสำหรับนักท่องเที่ยวแนวตะกรุยกิน ของขึ้นชื่อที่เป็นที่นิยมคืออาหารทะเลสดระดับพรีเมียมที่ย่างสุกร้อนๆ ให้ทานกันหน้าร้าน เช่น ขาปูยักษ์คิงแคร็บ (King Crab) หอยเชลล์ยักษ์เนยโชยุ หอยเม่นสด (Uni) กุ้งมังกร และเนื้อวัววากิวระดับ A5 รวมถึงซูชิและซาซิมิเกรดเอสดใหม่ นอกจากนี้ยังมีผลไม้ญี่ปุ่นเกรดดี เช่น สตรอเบอร์รี่ขาว เมลอนหวานฉ่ำ และขนมโบราณสไตล์คันไซให้เลือกซื้อเลือกชิมอย่างจุใจ การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Sennichimah Line หรือ Sakaisuji Line ลงที่สถานี Nippombashi Station แล้วออกทางออก 10 จากนั้นเดินเท้าต่อประมาณ 2-3 นาที ก็จะถึงปากทางเข้าตลาด เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 18:00 น. (ร้านส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแผงเสร็จสมบูรณ์ช่วง 10:00 น. และจะเริ่มทยอยปิดช่วงเย็นหลัง 17:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเข้าชมตลาดและการเดินซื้อของทั่วไป (ราคาอาหารคิดตามจริงที่ร้านค้า)

โมริฮิโกะ คอฟฟี ☕ คาเฟ่
📍 ฮอกไกโด

โมริฮิโกะ คอฟฟี

คาเฟ่โรสเตอร์ชื่อดังของซัปโปโร กาแฟคั่วสดทุกวัน บรรยากาศอบอุ่นกลางฤดูหนาว การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Namboku/Tozai Line ลงสถานี Odori Station แล้วเดินเท้าประมาณ 5 นาที

ทาโกะยากิ วานาชิ 🍜 ร้านอาหาร
📍 โอซาก้า

ทาโกะยากิ วานาชิ

ทาโกะยากิ วานาชิ (Takoyaki Wanaka) เป็นหนึ่งในร้านทาโกะยากิระดับตำนานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองโอซาก้า ซึ่งเป็นเมืองต้นกำเนิดของอาหารชนิดนี้ ร้านเริ่มต้นจากการเป็นร้านขายขนมเด็กเล่นและน้ำแข็งใสในย่านเซ็นนิจิมาเอะ (Sennichimae) ก่อนจะเริ่มขายทาโกะยากิและพัฒนาสูตรแป้งจนกลายเป็นที่เลื่องลือ เคล็ดลับความอร่อยของวานาชิอยู่ที่การใช้กระทะทองแดงในการย่าง ทำให้กระจายความร้อนได้ดี แป้งด้านนอกจึงมีความกรอบบางสีเหลืองทอง ในขณะที่เนื้อแป้งด้านในยังคงเหลว นุ่ม ละมุนลิ้น และใส่หนวดปลาหมึกยักษ์ (Tako) ชิ้นโตสดใหม่ ที่ร้านมีซอสให้เลือกหลากหลายรสชาติ เช่น ซอสหวานดั้งเดิม ซอสโชยุเกลือ ซอสพริกไทยดำ และซอสพอนสึรสเปรี้ยว โรยหน้าด้วยสาหร่ายผงและปลาโอแห้งขูดฝอยที่ขยับไหวจากความร้อน เมนูยอดนิยมอีกอย่างคือ "Oowan" ซึ่งเป็นการเสิร์ฟทาโกะยากิในน้ำซุปดาชิร้อนๆ ให้รสชาติที่กลมกล่อมแปลกใหม่ การเดินทาง: สำหรับสาขาโดทงโบริ (Dotonbori) สามารถเดินเท้าจากสถานีรถไฟใต้ดิน Namba Station (Midosuji Line) หรือ Shinsaibashi Station ประมาณ 5-7 นาที ร้านตั้งอยู่ใจกลางย่านบันเทิงโดทงโบริ เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 - 21:00 น. (วันหยุดนักขัตฤกษ์อาจเปิดเร็วขึ้น) ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าเข้าชม ราคาทาโกะยากิเริ่มต้นประมาณ 600 เยน (จำนวน 8 ลูก) และ 800 เยน (จำนวน 12 ลูก)

ชิบูย่าครอสสิ้ง 🛍️ ช้อปปิ้ง
📍 โตเกียว

ชิบูย่าครอสสิ้ง

ชิบูย่าครอสสิ้ง (Shibuya Crossing) หรือห้าแยกชิบูย่า เป็นทางข้ามถนนสายสำคัญหน้าสถานีรถไฟชิบูย่าที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแยกที่มีผู้คนสัญจรไปมาคึกคักที่สุดในโลก ในช่วงเวลาเร่งด่วนเมื่อสัญญาณไฟคนข้ามเปลี่ยนเป็นสีเขียว จะมีคนข้ามถนนพร้อมกันจากทุกทิศทางมากกว่า 3,000 คนต่อครั้ง แยกนี้เติบโตขึ้นพร้อมๆ กับการขยายตัวของสถานีรถไฟชิบูย่าและกลายเป็นสัญลักษณ์ของโตเกียวยุคใหม่ที่สะท้อนถึงพลังงานและความมีชีวิตชีวาของเมืองหลวงญี่ปุ่น รอบๆ แยกรายล้อมไปด้วยตึกสูงใหญ่ที่ติดตั้งป้ายไฟโฆษณาและจอ LED ขนาดยักษ์คอยฉายภาพแสงสีตระการตาตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวนิยมหาจุดถ่ายภาพมุมสูงจากร้านกาแฟและตึกรอบๆ เช่น ตึก Shibuya Excel Hotel Tokyu, ตึก Magnet by Shibuya109 และจุดชมวิว Shibuya Sky นอกจากนี้บริเวณข้างๆ แยกยังมีรูปปั้นสุนัขยอดกตัญญู ฮาจิโกะ (Hachiko Statue) ซึ่งเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ การเดินทาง: สะดวกที่สุดโดยนั่งรถไฟทุกสายที่ผ่านสถานี Shibuya Station (เช่น JR Yamanote Line, Tokyo Metro Ginza/Hanzomon/Fukutoshin Line) แล้วออกทางประตู Hachiko Exit จะพบห้าแยกอยู่ตรงหน้าทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ช่วงเวลาที่แสงไฟและจอโฆษณาคึกคักที่สุดคือช่วงค่ำ 18:00 - 23:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับพื้นที่เดินถนนทั่วไปด้านล่าง (ยกเว้นกรณีขึ้นชมวิวบนจุดชมวิว Shibuya Sky บนตึก Scramble Square ที่ต้องซื้อบัตรเข้าชมต่างหาก)

ศาลเจ้าเมจิ ⛩️ วัด & ศาลเจ้า
📍 โตเกียว

ศาลเจ้าเมจิ

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในกรุงโตเกียว สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1920 เพื่ออุทิศถวายแด่ดวงวิญญาณของจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) และจักรพรรดินีโชเก็ง (Empress Shoken) ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปและนำพาประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมและอารยธรรมสมัยใหม่ พื้นที่อันเงียบสงบแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่คึกคัก แต่กลับได้รับการโอบล้อมด้วยป่าทึบอุดมสมบูรณ์ที่ปลูกขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ โดยมีต้นไม้มากกว่า 100,000 ต้น จากการบริจาคของประชาชนทั่วประเทศญี่ปุ่นในเวลานั้น เมื่อเดินผ่านเสาประตูโทริอิไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทำจากไม้สนซีดาร์อายุกว่า 1,500 ปีเข้ามา บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบและร่มรื่นทันที ทางเดินหินกรวดกรุบกรับพาเราตรงเข้าสู่เขตชั้นในของศาลเจ้า อาคารหลักสร้างด้วยไม้ไซเปรสญี่ปุ่นโบราณตามสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล การเรียน การงาน และความรัก และมักจะได้พบเห็นการจัดพิธีแต่งงานแบบชินโตดั้งเดิม (Shinto Wedding) ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวและครอบครัวสวมชุดกิโมโนโบราณเดินแห่ขบวนอย่างงดงาม การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Harajuku Station แล้วใช้ทางออก Omotesando Exit จะพบทางเข้าศาลเจ้าอยู่ติดกับสถานี หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line / Fukutoshin Line ลงที่สถานี Meiji-jingumae Station เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน (เวลาปรับเปลี่ยนทุกเดือนตามฤดูกาล ปกติอยู่ระหว่าง 05:00 - 18:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับบริเวณศาลเจ้าทั่วไป (สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมสวนชั้นใน Meiji Jingu Inner Garden เพื่อชมดอกไอริสบานสะพรั่งในช่วงเดือนมิถุนายน จะมีค่าบำรุงรักษาสวน 500 เยน)

ศาลเจ้าเมจิ ⛩️ วัด & ศาลเจ้า
📍 โตเกียว

ศาลเจ้าเมจิ

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในกรุงโตเกียว สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1920 เพื่ออุทิศถวายแด่ดวงวิญญาณของจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) และจักรพรรดินีโชเก็ง (Empress Shoken) ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปและนำพาประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมและอารยธรรมสมัยใหม่ พื้นที่อันเงียบสงบแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่คึกคัก แต่กลับได้รับการโอบล้อมด้วยป่าทึบอุดมสมบูรณ์ที่ปลูกขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ โดยมีต้นไม้มากกว่า 100,000 ต้น จากการบริจาคของประชาชนทั่วประเทศญี่ปุ่นในเวลานั้น เมื่อเดินผ่านเสาประตูโทริอิไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทำจากไม้สนซีดาร์อายุกว่า 1,500 ปีเข้ามา บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบและร่มรื่นทันที ทางเดินหินกรวดกรุบกรับพาเราตรงเข้าสู่เขตชั้นในของศาลเจ้า อาคารหลักสร้างด้วยไม้ไซเปรสญี่ปุ่นโบราณตามสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล การเรียน การงาน และความรัก และมักจะได้พบเห็นการจัดพิธีแต่งงานแบบชินโตดั้งเดิม (Shinto Wedding) ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวและครอบครัวสวมชุดกิโมโนโบราณเดินแห่ขบวนอย่างงดงาม การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Harajuku Station แล้วใช้ทางออก Omotesando Exit จะพบทางเข้าศาลเจ้าอยู่ติดกับสถานี หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line / Fukutoshin Line ลงที่สถานี Meiji-jingumae Station เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน (เวลาปรับเปลี่ยนทุกเดือนตามฤดูกาล ปกติอยู่ระหว่าง 05:00 - 18:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับบริเวณศาลเจ้าทั่วไป (สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมสวนชั้นใน Meiji Jingu Inner Garden เพื่อชมดอกไอริสบานสะพรั่งในช่วงเดือนมิถุนายน จะมีค่าบำรุงรักษาสวน 500 เยน)

หอคอยโตเกียว สกายทรี 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โตเกียว

หอคอยโตเกียว สกายทรี

หอคอยโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) เป็นหอคอยส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ที่สูงที่สุดในโลก และเป็นโครงสร้างที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นด้วยความสูง 634 เมตร สร้างเสร็จและเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2012 เพื่อทำหน้าที่ส่งสัญญาณระบบดิจิทัลแทนโตเกียวทาวเวอร์ สถาปัตยกรรมได้รับการออกแบบอย่างประณีตโดยผสมผสานระหว่างสไตล์ล้ำยุค (Neo-Futuristic) และความงามแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น โดยโครงสร้างหลักจำลองมาจากเจดีย์ห้าชั้นโบราณที่มีระบบแกนกลางลดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้อย่างยอดเยี่ยม จุดชมวิวแบ่งออกเป็น 2 ระดับหลัก คือ Tembo Deck ที่ความสูง 350 เมตร มีกระจกใสรอบทิศทาง 360 องศาให้ชมเมืองโตเกียวอย่างกว้างไกล และ Tembo Galleria ที่ความสูง 450 เมตร ซึ่งเป็นทางเดินกระจกทรงลาดเอียงที่ให้ความรู้สึกเสมือนกำลังเดินเล่นอยู่บนท้องฟ้า ยามค่ำคืนหอคอยจะเปิดไฟประดับด้วยธีมสีที่แตกต่างกันตามเทศกาล บริเวณฐานของหอคอยยังเป็นที่ตั้งของ Tokyo Solamachi แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารกว่า 300 ร้าน รวมถึง Sumida Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในร่มยอดนิยม การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tobu Skytree Line ลงที่สถานี Tokyo Skytree หรือสาย Hanzomon Line / Asakusa Line ลงที่สถานี Oshiage Station แล้วเดินเชื่อมเข้าสู่ตัวอาคารได้ทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 21:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 20:00 น.) ค่าเข้าชม: ตั๋วเข้าชม Tembo Deck (350m) สำหรับผู้ใหญ่ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,100 เยน และตั๋วแบบคอมโบชมทั้ง 2 ชั้น (350m + 450m) ราคาประมาณ 3,100 เยน (ราคาอาจปรับขึ้นในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าออนไลน์)