ค้นพบสถานที่น่าสนใจทั่วญี่ปุ่น
⛩️ วัด & ศาลเจ้า
⭐ ศาลเจ้าอุทิศให้เทพแห่งการศึกษา Michizane Sugawara มีบึงน้ำและสะพานเวลา สวยงามมาก การเดินทาง: นั่งรถไฟ Nishitetsu Omuta Line จากสถานี Fukuoka (Tenjin) ลงสถานี Futsukaichi แล้วต่อสาย Dazaifu Line ลงสถานีปลายทาง Dazaifu Station เดินต่อ 5 นาที
ศาลเจ้าชินโตเก่าแก่กลางป่า มีโคมไฟหินและแขวนหลายพันดวง ยามเทศกาลโคมไฟสวยงามอย่างยิ่ง การเดินทาง: นั่งรถบัสเมืองนาราสาย 2 จากสถานี Kintetsu Nara ลงป้าย Kasuga Taisha Honden Mae เดินต่อ 5 นาที หรือเดินเท้าจากสวนกวางประมาณ 20 นาที
วัดเรียวอันจิ (Ryoan-ji Temple) เป็นวัดพุทธนิกายเซนสาขารินไซที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1994 เดิมทีสถานที่นี้เคยเป็นคฤหาสน์หรูของตระกูลขุนนางโฮโซกาวะ ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นวัดพุทธในปี ค.ศ. 1450 จุดเด่นระดับโลกที่ดึงดูดผู้แสวงหาความสงบและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกคือ "สวนหินคาสุย" (Karesansui) หรือสวนหินแห้งเซนที่มีชื่อเสียงและลึกลับที่สุดในโลก สวนหินนี้จัดวางอยู่บนลานกรวดสีขาวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 248 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงดินโบราณสีน้ำตาลเข้ม ภายในลานกรวดมีการจัดวางหินขนาดใหญ่และเล็กจำนวน 15 ก้อน จัดกลุ่มรวมกันเป็น 5 กลุ่มเหนือกองมอสสีเขียว เคล็ดลับอันน่าทึ่งของการจัดวางตามหลักเซนโบราณคือ ไม่ว่าคุณจะนั่งพิจารณาสวนนี้จากมุมใดบนระเบียงไม้ของวิหาร คุณจะสามารถมองเห็นหินได้เพียง 14 ก้อนพร้อมกันเสมอ จะมีหินอีกหนึ่งก้อนถูกบดบังอยู่หลังหินก้อนอื่นในมุมสายตา เชื่อกันว่าสื่อนัยถึงปรัชญาเซนที่ว่า "มนุษย์ไม่มีวันมองเห็นความจริงและสัจธรรมทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยตาเนื้อจนกว่าดวงตาแห่งปัญญาจะเปิดออก" นอกเหนือจากสวนหินแล้ว บริเวณรอบวัดยังมีสวนป่าธรรมชาติและบ่อน้ำโบราณขนาดใหญ่ที่มีสะพานหินพาดผ่านที่ร่มรื่นสวยงามมาก การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kyoto Station นั่งรถบัสประจำทาง Kyoto City Bus สาย 50 ลงที่ป้าย Ryoanji-mae จะพบทางเข้าวัดตั้งอยู่หน้าป้ายรถบัสทันที หรือนั่งรถไฟสาย Keifuku Electric Railroad (Randen) ลงสถานี Ryoanji Station แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 7 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงเดือนมีนาคม - พฤศจิกายน เปิดเวลา 08:00 - 17:00 น. และช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ เปิดเวลา 08:30 - 16:30 น. ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่และนักเรียนมัธยมปลายราคา 600 เยน สำหรับนักเรียนมัธยมต้นและประถมราคา 300 เยน และเด็กเล็กต่ำกว่าวัยเรียนเข้าชมฟรี
⛩️ วัด & ศาลเจ้า
⭐ ศาลเจ้าอุทิศให้ Sugawara no Michizane เทพแห่งการเรียนรู้ มีผู้มาขอพรมากที่สุดในญี่ปุ่น บึงน้ำและสะพานเวลา ต้นบ้วยกว่า 6,000 ต้น ดอกบ้วยออกดอกกุมภาพันธ์
ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในกรุงโตเกียว สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1920 เพื่ออุทิศถวายแด่ดวงวิญญาณของจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) และจักรพรรดินีโชเก็ง (Empress Shoken) ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปและนำพาประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมและอารยธรรมสมัยใหม่ พื้นที่อันเงียบสงบแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่คึกคัก แต่กลับได้รับการโอบล้อมด้วยป่าทึบอุดมสมบูรณ์ที่ปลูกขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ โดยมีต้นไม้มากกว่า 100,000 ต้น จากการบริจาคของประชาชนทั่วประเทศญี่ปุ่นในเวลานั้น เมื่อเดินผ่านเสาประตูโทริอิไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทำจากไม้สนซีดาร์อายุกว่า 1,500 ปีเข้ามา บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบและร่มรื่นทันที ทางเดินหินกรวดกรุบกรับพาเราตรงเข้าสู่เขตชั้นในของศาลเจ้า อาคารหลักสร้างด้วยไม้ไซเปรสญี่ปุ่นโบราณตามสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล การเรียน การงาน และความรัก และมักจะได้พบเห็นการจัดพิธีแต่งงานแบบชินโตดั้งเดิม (Shinto Wedding) ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวและครอบครัวสวมชุดกิโมโนโบราณเดินแห่ขบวนอย่างงดงาม การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Harajuku Station แล้วใช้ทางออก Omotesando Exit จะพบทางเข้าศาลเจ้าอยู่ติดกับสถานี หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line / Fukutoshin Line ลงที่สถานี Meiji-jingumae Station เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน (เวลาปรับเปลี่ยนทุกเดือนตามฤดูกาล ปกติอยู่ระหว่าง 05:00 - 18:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับบริเวณศาลเจ้าทั่วไป (สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมสวนชั้นใน Meiji Jingu Inner Garden เพื่อชมดอกไอริสบานสะพรั่งในช่วงเดือนมิถุนายน จะมีค่าบำรุงรักษาสวน 500 เยน)
ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในกรุงโตเกียว สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1920 เพื่ออุทิศถวายแด่ดวงวิญญาณของจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) และจักรพรรดินีโชเก็ง (Empress Shoken) ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปและนำพาประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมและอารยธรรมสมัยใหม่ พื้นที่อันเงียบสงบแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่คึกคัก แต่กลับได้รับการโอบล้อมด้วยป่าทึบอุดมสมบูรณ์ที่ปลูกขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ โดยมีต้นไม้มากกว่า 100,000 ต้น จากการบริจาคของประชาชนทั่วประเทศญี่ปุ่นในเวลานั้น เมื่อเดินผ่านเสาประตูโทริอิไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทำจากไม้สนซีดาร์อายุกว่า 1,500 ปีเข้ามา บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบและร่มรื่นทันที ทางเดินหินกรวดกรุบกรับพาเราตรงเข้าสู่เขตชั้นในของศาลเจ้า อาคารหลักสร้างด้วยไม้ไซเปรสญี่ปุ่นโบราณตามสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล การเรียน การงาน และความรัก และมักจะได้พบเห็นการจัดพิธีแต่งงานแบบชินโตดั้งเดิม (Shinto Wedding) ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวและครอบครัวสวมชุดกิโมโนโบราณเดินแห่ขบวนอย่างงดงาม การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Harajuku Station แล้วใช้ทางออก Omotesando Exit จะพบทางเข้าศาลเจ้าอยู่ติดกับสถานี หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line / Fukutoshin Line ลงที่สถานี Meiji-jingumae Station เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน (เวลาปรับเปลี่ยนทุกเดือนตามฤดูกาล ปกติอยู่ระหว่าง 05:00 - 18:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับบริเวณศาลเจ้าทั่วไป (สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมสวนชั้นใน Meiji Jingu Inner Garden เพื่อชมดอกไอริสบานสะพรั่งในช่วงเดือนมิถุนายน จะมีค่าบำรุงรักษาสวน 500 เยน)
⛩️ วัด & ศาลเจ้า
ศาลเจ้าสุมิโยชิ ไทฉะ (Sumiyoshi Taisha) เป็นหนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองโอซาก้า ศาลเจ้านี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 211 (ก่อนการเผยแผ่พุทธศาสนาเข้าสู่ญี่ปุ่น) เป็นศาลเจ้าประธานของศาลเจ้าสุมิโยชิทั้งหมดกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ อุทิศให้แก่เทพเจ้าสุมิโยชิซันจิน ซึ่งเป็นเทพแห่งการปกป้องการเดินทางทางทะเลและการนำพาโชคลาภความสำเร็จ สถาปัตยกรรมหลักของศาลเจ้าเป็นสไตล์ดั้งเดิมแท้ๆ ที่เรียกว่า สุมิโยชิ-ซึคุริ (Sumiyoshi-zukuri) ซึ่งโดดเด่นด้วยหลังคาทรงตรงเรียบง่ายและทาสีแดงชาดงดงาม โดยปราศจากอิทธิพลของสถาปัตยกรรมแบบจีนและเอเชียแผ่นดินใหญ่ จุดไฮไลต์ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวคือ สะพานโค้งสีแดงไทโกะบาชิ (Taikobashi Bridge หรือสะพานโซริบาชิ) ซึ่งพาดผ่านบ่อน้ำหน้าทางเข้าศาลเจ้า มีความชันสูงถึง 44 องศา เชื่อกันว่าการเดินข้ามสะพานนี้จะช่วยชำระล้างสิ่งชั่วร้ายและจิตใจให้บริสุทธิ์ก่อนเข้าพบเทพเจ้า นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม "หินห้า-เจ็ด-เก้า" (Omokaru Stone) ในสวนด้านใน ซึ่งเป็นหินพยากรณ์ความสมหวังหากอธิษฐานแล้วยกหินได้เบากว่าที่คาดไว้ การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Nankai Main Line จากสถานี Namba Station ลงที่สถานี Sumiyoshitaisha Station แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 3 นาที หรือนั่งรถรางสาย Hankai Tramway ลงที่สถานี Sumiyoshi-Torii-mae เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 - 17:00 น. (เวลาปิดอาจขยายออกไปในช่วงเทศกาลปีใหม่) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับพื้นที่บริเวณวัดและศาลเจ้าทั้งหมด
วัดเซ็นชั้นนำในคามาคุระ สวนญี่ปุ่นเงียบสงบ พิธีชาแบบ Rinzai Zen ชมศิลปะแห่งความว่างเปล่า การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yokosuka Line ลงสถานี Kita-Kamakura Station ทางออกอยู่ตรงข้ามกับทางเข้าวัดโดยตรง เดินเพียง 1 นาที
ศาลเจ้าชินโตที่ยิ่งใหญ่ ซากุระงดงามที่สุดในโตเกียว ต้นซากุระมาตรฐาน (Somei Yoshino) อ้างอิงจากที่นี่ การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tozai/Shinjuku Line ลงสถานี Kudanshita Station ทางออก 1 แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที