ค้นพบสถานที่น่าสนใจทั่วญี่ปุ่น
หมู่บ้านออนเซ็นดั้งเดิมมีไอน้ำพุ่งขึ้นตามถนนทั่วหมู่บ้าน "จิโกกุมุชิ" นึ่งอาหารด้วยไอน้ำธรรมชาติ ที่พักรีสอร์ทออนเซ็นดั้งเดิม
ตลาดเช้าหน้า Jinya (ที่ทำการเก่า) เปิดทุกเช้าตั้งแต่ยุค Edo ผักสด ผลไม้ ดอกไม้ ของหมักดอง Miso งานฝีมือท้องถิ่น บรรยากาศสดชื่นมาก
คลองโอตารุ (Otaru Canal) เป็นคลองประวัติศาสตร์อันแสนโรแมนติกและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโอตารุ เกาะฮอกไกโด คลองนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1923 เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าจากเรือใหญ่ในอ่าวเข้าสู่โกดังริมน้ำ ในอดีตเป็นศูนย์กลางการค้าชายฝั่งที่คึกคักอย่างมาก จนกระทั่งเทคโนโลยีการขนส่งทันสมัยขึ้น คลองแห่งนี้จึงได้ปรับปรุงรูปแบบมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงปี ค.ศ. 1980 โดยมีการถมคลองครึ่งหนึ่งเพื่อทำถนนคนเดินและตกแต่งด้วยโคมไฟแก๊สโบราณริมน้ำ บรรยากาศริมคลองสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ในฤดูหนาวคลองจะปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนตัดกับผิวน้ำ และจะมีการจัดเทศกาล "Otaru Snow Light Path" ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยชาวเมืองจะลอยเทียนแก้วเหนือน้ำและปั้นหิมะติดไฟสลักเสลาตามริมทางเดิน ยามค่ำคืนไฟแก๊สริมคลองจะส่องสว่างสะท้อนภาพโกดังอิฐแดงเก่าแก่ที่ปัจจุบันถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และแกลเลอรี่ทำให้อบอุ่นละมุนตา การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Hakodate Line ลงสถานี Otaru Station จากนั้นเดินตรงจากหน้าสถานีลงเนินมุ่งสู่ชายฝั่งทะเลประมาณ 8-10 นาที (ระยะทางประมาณ 800 เมตร) จะพบคลองโอตารุตั้งอยู่ติดถนนริมอ่าว เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ริมทางเดินเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (เรือล่องคลอง Otaru Canal Cruise เปิดบริการช่วง 11:00 - 20:00 น. ขึ้นกับสภาพอากาศ) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมวิวริมคลองและถ่ายรูปทั่วไป (หากต้องการล่องเรือชมวิว Otaru Canal Cruise จะมีค่าบริการประมาณ 1,500 - 2,000 เยนต่อคน)
น้ำตกสูง 97 เมตร หนึ่งในสามน้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ยามใบไม้เปลี่ยนสีงดงามมาก การเดินทาง: นั่งรถบัส Tobu Bus จากสถานี Nikko Station หรือ Tobu Nikko Station ลงป้าย Chuzenji Onsen แล้วเดินเท้าประมาณ 5 นาที
คลองโอตารุ (Otaru Canal) เป็นคลองประวัติศาสตร์อันแสนโรแมนติกและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโอตารุ เกาะฮอกไกโด คลองนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1923 เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าจากเรือใหญ่ในอ่าวเข้าสู่โกดังริมน้ำ ในอดีตเป็นศูนย์กลางการค้าชายฝั่งที่คึกคักอย่างมาก จนกระทั่งเทคโนโลยีการขนส่งทันสมัยขึ้น คลองแห่งนี้จึงได้ปรับปรุงรูปแบบมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงปี ค.ศ. 1980 โดยมีการถมคลองครึ่งหนึ่งเพื่อทำถนนคนเดินและตกแต่งด้วยโคมไฟแก๊สโบราณริมน้ำ บรรยากาศริมคลองสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ในฤดูหนาวคลองจะปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนตัดกับผิวน้ำ และจะมีการจัดเทศกาล "Otaru Snow Light Path" ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยชาวเมืองจะลอยเทียนแก้วเหนือน้ำและปั้นหิมะติดไฟสลักเสลาตามริมทางเดิน ยามค่ำคืนไฟแก๊สริมคลองจะส่องสว่างสะท้อนภาพโกดังอิฐแดงเก่าแก่ที่ปัจจุบันถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และแกลเลอรี่ทำให้อบอุ่นละมุนตา การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Hakodate Line ลงสถานี Otaru Station จากนั้นเดินตรงจากหน้าสถานีลงเนินมุ่งสู่ชายฝั่งทะเลประมาณ 8-10 นาที (ระยะทางประมาณ 800 เมตร) จะพบคลองโอตารุตั้งอยู่ติดถนนริมอ่าว เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ริมทางเดินเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (เรือล่องคลอง Otaru Canal Cruise เปิดบริการช่วง 11:00 - 20:00 น. ขึ้นกับสภาพอากาศ) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมวิวริมคลองและถ่ายรูปทั่วไป (หากต้องการล่องเรือชมวิว Otaru Canal Cruise จะมีค่าบริการประมาณ 1,500 - 2,000 เยนต่อคน)
ทะเลสาบภูเขาไฟสูง 1,269 เมตร ใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดในญี่ปุ่น ล่องเรือชมน้ำตกเคงงอน การเดินทาง: นั่งรถบัส Tobu Bus จากสถานี Nikko Station หรือ Tobu Nikko Station ลงป้าย Chuzenji Onsen ใช้เวลาประมาณ 45 นาที (ถนนเส้น Irohazaka มีโค้ง 48 โค้ง)
กระเช้าไฟฟ้าผ่านหุบเขาไอน้ำสีขาว Owakudani วิวภูเขาไฟฟูจิยามอากาศดี สวยงามมาก การเดินทาง: นั่งรถไฟ Hakone Tozan Railway ลงสถานี Gora Station แล้วต่อ Hakone Tozan Cable Car ขึ้นไปยังสถานี Sounzan แล้วต่อกระเช้าลอยฟ้าได้ทันที
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งรวมประติมากรรมโลกชื่อดัง Picasso Pavilion และน้ำพุแก้ว เด็กและผู้ใหญ่ชอบ การเดินทาง: นั่งรถไฟ Hakone Tozan Railway ลงสถานี Chokoku-no-Mori Station แล้วเดินเท้าประมาณ 2 นาที
ย่านเก่าแก่สมัย Edo ที่อนุรักษ์ไว้ดีที่สุดในญี่ปุ่น บ้านชายาแบบดั้งเดิม ชิมฟอยด์ทองคำ การเดินทาง: นั่งรถบัส Kanazawa Loop Bus ลงป้าย Higashi Chaya (Higashiyama) แล้วเดินเท้าประมาณ 2 นาที
🏛️ ที่เที่ยว
⭐ บ่อน้ำพุร้อนสีฟ้าคราม "ทะเลนรก" อุณหภูมิ 98°C ปลูกดอกบัวยักษ์ Victoria ที่ผิวน้ำร้อน การเดินทาง: นั่งรถบัส Kamenoi Bus จากสถานี Beppu Station สาย 16 หรือ 26 ลงป้าย Kannawa ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
สวนสาธารณะอุเอะโนะ (Ueno Park) หรือชื่อทางการว่า "อุเอะโนะ ออนชิ โคเอน" เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโตเกียวที่เปิดให้บริการแก่สาธารณชนเป็นแห่งแรกของญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1873 โดยจักรพรรดิเมจิ พื้นที่แห่งนี้เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของวัดคันเอจิ (Kaneiji Temple) ซึ่งเป็นวัดประจำตระกูลโชกุนโทคุงาวะที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ก่อนจะถูกปรับปรุงให้เป็นพื้นที่สีเขียวพักผ่อนหย่อนใจหลังยุคปฏิรูปเมจิ สวนอุเอะโนะไม่เพียงแต่เป็นปอดขนาดใหญ่ของเมือง แต่ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะ วัฒนธรรม และการศึกษาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว ภายในพื้นที่สวนอันกว้างขวางเป็นที่ตั้งของสถาบันสำคัญระดับประเทศมากมาย เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว (Tokyo National Museum) พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ (ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO) รวมถึงสวนสัตว์อุเอะโนะ (Ueno Zoo) สวนสัตว์แห่งแรกของประเทศที่มีหมีแพนด้ายักษ์เป็นดาราเด่น นอกจากนี้ยังมี บึงชิโนบาซุ (Shinobazu Pond) บึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีนกน้ำนานาชนิดและทุ่งดอกบัวหลวงหนาแน่นในฤดูร้อน สวนอุเอะโนะยังมีชื่อเสียงในฐานะจุดชมดอกซากุระ (Hanami) ที่คึกคักและโด่งดังที่สุดในโตเกียว โดยมีต้นซากุระมากกว่า 1,000 ต้นเรียงรายตลอดแนวทางเดินหลัก ซึ่งจะบานสะพรั่งพร้อมกันในปลายเดือนมีนาคม การเดินทาง: เดินทางสะดวกอย่างยิ่งด้วยรถไฟทุกสายลงที่สถานี Ueno Station (เช่น JR Yamanote Line, Shinkansen หรือ Tokyo Metro Ginza/Hibiya Line) แล้วออกทางออก Park Exit จะพบทางเข้าสวนตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีทันที เวลาเปิด-ปิด: สวนสาธารณะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05:00 - 23:00 น. (สำหรับเวลาทำการของพิพิธภัณฑ์และสวนสัตว์ด้านในส่วนใหญ่คือ 09:00 - 17:00 น. และมักจะปิดทำการในวันจันทร์) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเข้าใช้บริการพื้นที่สวนสาธารณะทั่วไป (สำหรับสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ จะมีค่าเข้าชมแยกส่วนตามสถานที่ โดยปกติราคาบัตรผู้ใหญ่เริ่มต้นประมาณ 600 - 1,000 เยน)
ชิบูย่าครอสสิ้ง (Shibuya Crossing) หรือห้าแยกชิบูย่า เป็นทางข้ามถนนสายสำคัญหน้าสถานีรถไฟชิบูย่าที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแยกที่มีผู้คนสัญจรไปมาคึกคักที่สุดในโลก ในช่วงเวลาเร่งด่วนเมื่อสัญญาณไฟคนข้ามเปลี่ยนเป็นสีเขียว จะมีคนข้ามถนนพร้อมกันจากทุกทิศทางมากกว่า 3,000 คนต่อครั้ง แยกนี้เติบโตขึ้นพร้อมๆ กับการขยายตัวของสถานีรถไฟชิบูย่าและกลายเป็นสัญลักษณ์ของโตเกียวยุคใหม่ที่สะท้อนถึงพลังงานและความมีชีวิตชีวาของเมืองหลวงญี่ปุ่น รอบๆ แยกรายล้อมไปด้วยตึกสูงใหญ่ที่ติดตั้งป้ายไฟโฆษณาและจอ LED ขนาดยักษ์คอยฉายภาพแสงสีตระการตาตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวนิยมหาจุดถ่ายภาพมุมสูงจากร้านกาแฟและตึกรอบๆ เช่น ตึก Shibuya Excel Hotel Tokyu, ตึก Magnet by Shibuya109 และจุดชมวิว Shibuya Sky นอกจากนี้บริเวณข้างๆ แยกยังมีรูปปั้นสุนัขยอดกตัญญู ฮาจิโกะ (Hachiko Statue) ซึ่งเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ การเดินทาง: สะดวกที่สุดโดยนั่งรถไฟทุกสายที่ผ่านสถานี Shibuya Station (เช่น JR Yamanote Line, Tokyo Metro Ginza/Hanzomon/Fukutoshin Line) แล้วออกทางประตู Hachiko Exit จะพบห้าแยกอยู่ตรงหน้าทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ช่วงเวลาที่แสงไฟและจอโฆษณาคึกคักที่สุดคือช่วงค่ำ 18:00 - 23:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับพื้นที่เดินถนนทั่วไปด้านล่าง (ยกเว้นกรณีขึ้นชมวิวบนจุดชมวิว Shibuya Sky บนตึก Scramble Square ที่ต้องซื้อบัตรเข้าชมต่างหาก)