🌸 เว็บรีวิวท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยคนไทย สำหรับคนไทย

สถานที่ทั้งหมด

ค้นพบสถานที่น่าสนใจทั่วญี่ปุ่น

พบ 199 สถานที่
หอคอยท่าเรือโกเบ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โกเบ

หอคอยท่าเรือโกเบ

หอคอยติดทะเลสีแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโกเบ สามารถขึ้นชมวิวทิวทัศน์เมืองและท่าเรือได้ 360 องศา

น้ำตกนุโนบิกิ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โกเบ

น้ำตกนุโนบิกิ

น้ำตกธรรมชาติใกล้เมืองโกเบ เหมาะกับการเดินป่าและพักผ่อน

ออนเซ็นอาริมะ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 โกเบ

ออนเซ็นอาริมะ

หนึ่งในออนเซ็นที่เก่าแก่ของญี่ปุ่น ใกล้เมืองโกเบ ขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุร้อนสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์

ย่านกิออน 🏛️ ที่เที่ยว
📍 เกียวโต

ย่านกิออน

ย่านกิออง (Gion District) เป็นย่านประวัติศาสตร์โบราณที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) ทางทิศตะวันออกของเมืองเกียวโต ได้รับการยอมรับว่าเป็น "ย่านเกอิชา" (Geisha District) ที่มีชื่อเสียงและสมบูรณ์ที่สุดของญี่ปุ่น ย้อนกลับไปในยุคกลาง ย่านนี้เริ่มต้นจากการเป็นจุดพักแรมและร้านน้ำชาเพื่อต้อนรับผู้แสวงบุญที่เดินทางมาสักการะศาลเจ้า ก่อนจะพัฒนาสู่ย่านศิลปวัฒนธรรมที่มีความหรูหราประณีตในเวลาต่อมา เมื่อเดินเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลัก ฮานามิโคจิ (Hanamikoji Street) คุณจะได้พบกับภาพทัศนียภาพของบ้านไม้โบราณที่เรียกว่า "มาจิยะ" (Machiya) ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างวิจิตรบรรจงสองข้างทาง ปัจจุบันบ้านไม้เหล่านี้ได้ดัดแปลงเป็นร้านอาหารระดับพรีเมียมและร้านน้ำชาโบราณ (Ochaya) ในช่วงยามเย็นเวลากลางวันและค่ำคืน นักท่องเที่ยวอาจมีโอกาสได้พบเห็น เกอิโกะ (Geiko - เกอิชาของเกียวโต) และ ไมโกะ (Maiko - เกอิชาฝึกหัด) ในชุดกิโมโนเต็มยศและทาหน้าสีขาว สวมเกี๊ยะไม้เดินรีบเร่งไปทำงานตามร้านน้ำชา อย่างไรก็ตาม ย่านนี้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของเกอิชา ห้ามนักท่องเที่ยววิ่งไล่ตามหรือแตะต้องตัวพวกเธอ และมีป้ายห้ามถ่ายรูปในตรอกส่วนบุคคลบางจุด การเดินทาง: นั่งรถไฟด่วนสาย Keihan Main Line ลงที่สถานี Gion-Shijo Station แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 3-5 นาที หรือนั่งรถบัสประจำทางสาย 100, 206 จากสถานี Kyoto Station ลงที่ป้าย Gion เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านอาหารและร้านน้ำชาส่วนใหญ่จะเปิดบริการช่วง 17:00 - 22:00 น. บรรยากาศยามเย็นที่มีแสงโคมไฟประดับจะสวยงามโรแมนติกที่สุด) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมบรรยากาศถนนโบราณทั่วไป

เมืองเก่าทาคายามะ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 ทาคายาม่า

เมืองเก่าทาคายามะ

ทาคายามะในเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นมีย่านเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในญี่ปุ่น มีตลาดเช้าสองแห่ง พิพิธภัณฑ์สาเก และบ้านโบราณสมัยเอโดะ

วัดเรียวอันจิ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 เกียวโต

วัดเรียวอันจิ

วัดเรียวอันจิ (Ryoan-ji Temple) เป็นวัดพุทธนิกายเซนสาขารินไซที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1994 เดิมทีสถานที่นี้เคยเป็นคฤหาสน์หรูของตระกูลขุนนางโฮโซกาวะ ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นวัดพุทธในปี ค.ศ. 1450 จุดเด่นระดับโลกที่ดึงดูดผู้แสวงหาความสงบและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกคือ "สวนหินคาสุย" (Karesansui) หรือสวนหินแห้งเซนที่มีชื่อเสียงและลึกลับที่สุดในโลก สวนหินนี้จัดวางอยู่บนลานกรวดสีขาวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 248 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงดินโบราณสีน้ำตาลเข้ม ภายในลานกรวดมีการจัดวางหินขนาดใหญ่และเล็กจำนวน 15 ก้อน จัดกลุ่มรวมกันเป็น 5 กลุ่มเหนือกองมอสสีเขียว เคล็ดลับอันน่าทึ่งของการจัดวางตามหลักเซนโบราณคือ ไม่ว่าคุณจะนั่งพิจารณาสวนนี้จากมุมใดบนระเบียงไม้ของวิหาร คุณจะสามารถมองเห็นหินได้เพียง 14 ก้อนพร้อมกันเสมอ จะมีหินอีกหนึ่งก้อนถูกบดบังอยู่หลังหินก้อนอื่นในมุมสายตา เชื่อกันว่าสื่อนัยถึงปรัชญาเซนที่ว่า "มนุษย์ไม่มีวันมองเห็นความจริงและสัจธรรมทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยตาเนื้อจนกว่าดวงตาแห่งปัญญาจะเปิดออก" นอกเหนือจากสวนหินแล้ว บริเวณรอบวัดยังมีสวนป่าธรรมชาติและบ่อน้ำโบราณขนาดใหญ่ที่มีสะพานหินพาดผ่านที่ร่มรื่นสวยงามมาก การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kyoto Station นั่งรถบัสประจำทาง Kyoto City Bus สาย 50 ลงที่ป้าย Ryoanji-mae จะพบทางเข้าวัดตั้งอยู่หน้าป้ายรถบัสทันที หรือนั่งรถไฟสาย Keifuku Electric Railroad (Randen) ลงสถานี Ryoanji Station แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 7 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงเดือนมีนาคม - พฤศจิกายน เปิดเวลา 08:00 - 17:00 น. และช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ เปิดเวลา 08:30 - 16:30 น. ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่และนักเรียนมัธยมปลายราคา 600 เยน สำหรับนักเรียนมัธยมต้นและประถมราคา 300 เยน และเด็กเล็กต่ำกว่าวัยเรียนเข้าชมฟรี

ย่านทาจิมิ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 ทาคายาม่า

ย่านทาจิมิ

ทาจิมิในจังหวัดกิฟุเป็นศูนย์กลางเครื่องปั้นดินเผามิโนะที่มีประวัติกว่า 1,300 ปี มีพิพิธภัณฑ์เซรามิค ร้านช่างปั้น และถนนเซรามิคที่ขายของที่ระลึก

วัดคิโยมิซุ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 เกียวโต

วัดคิโยมิซุ

วัดคิโยมิซุ-เดระ (Kiyomizu-dera) หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า "วัดน้ำใส" เป็นวัดพุทธนิกายฮอสโซโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาโอโตวะ (Mt. Otowa) ทางทิศตะวันออกของเมืองเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1994 วัดนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 778 โดยพระภิกษุเอนชิน จุดเด่นที่มีชื่อเสียงระดับโลกคือ วิหารหลัก (Hondo) ที่สร้างโครงสร้างระเบียงไม้ยื่นออกไปเหนือหน้าผาสูง 13 เมตร โดยใช้ท่อนซุงขนาดใหญ่มาเข้าสลักยึดกันแบบโบราณโดยไม่ได้ใช้ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียว เป็นสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งและทนทานต่อภัยธรรมชาติมาหลายศตวรรษ ด้านล่างของวิหารหลักเป็นที่ตั้งของ น้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) สายน้ำธรรมชาติศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลแยกออกเป็นสามสาย นักท่องเที่ยวนิยมต่อคิวเพื่อใช้กระบวยด้ามยาวรองน้ำดื่มเพื่อขอพร โดยแต่ละสายมีความเชื่อต่างกันคือ สายแรกเพื่อความสำเร็จในการศึกษา สายที่สองเพื่อความรักและการแต่งงาน และสายที่สามเพื่อสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาว นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีศาลเจ้าจิชู (Jishu Shrine) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการขอพรความรัก มีหินลองรักสองก้อนตั้งห่างกัน หากใครสามารถปิดตาแล้วเดินจากหินก้อนหนึ่งไปชนอีกก้อนหนึ่งได้ เชื่อว่าจะสมหวังในความรัก การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kyoto Station นั่งรถบัสประจำทางสาย 100 หรือ 206 ลงที่ป้าย Gojo-zaka หรือ Kiyomizu-michi จากนั้นเดินเท้าขึ้นเนินไปตามถนนนิเนนซากะและซันเนนซากะประมาณ 10-15 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 - 18:00 น. (ช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะมีงานเปิดไฟประดับรอบค่ำ Night Illumination ซึ่งจะขยายเวลาเปิดถึง 21:30 น.) ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมภายในวิหารหลักและระเบียงไม้ราคา 500 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 200 เยนสำหรับเด็กประถมและมัธยม (พื้นที่ภายนอกวัดสามารถเดินชมได้ฟรี)

ถนนซันเนนซากะ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 เกียวโต

ถนนซันเนนซากะ

ถนนนิเนนซาก้า (Ninenzaka) และถนนซันเนนซาก้า (Sannenzaka) เป็นเนินลาดเดินปูหินโบราณที่เป็นเส้นทางแสวงบุญเชื่อมต่อจากเขตย่านเกดเก่ากิอองมุ่งสู่วัดคิโยมิซุเดระ (วัดน้ำใส) ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในถนนคนเดินที่สวยงามและคงความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้ได้ดีที่สุดในเกียวโต ชื่อของเนินมีความหมายเชื่อมโยงกับความเชื่อโบราณ เช่น เนินสองปี (Ninenzaka) และ เนินสามปี (Sannenzaka) ซึ่งเชื่อกันว่าหากใครลื่นล้มที่เนินนี้จะมีเคราะห์ร้ายหรืออายุสั้นลง 2-3 ปี จึงต้องเดินอย่างระมัดระวังและมีสติ แต่ในอีกแง่หนึ่ง เนินเหล่านี้ก็สื่อถึงการมาอธิษฐานขอพรให้คลอดบุตรได้อย่างปลอดภัย สองข้างเนินประดับไปด้วยบ้านเรือนไม้เก่าแก่อายุกว่าร้อยปี สถาปัตยกรรมสไตล์เกียวโตโบราณที่ทำด้วยไม้สีเข้มและผนังกระดาษ ปัจจุบันเปิดเป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึกหัตถกรรมพื้นเมือง ร้านพัดชาเขียวมัทฉะ คาเฟ่สไตล์ย้อนยุค และร้านเช่าชุดกิโมโน ซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในการสวมชุดกิโมโนเดินเล่นถ่ายรูปบนถนนสายนี้ ไฮไลต์พิเศษของถนนคือร้าน Starbucks Coffee สาขา Ninenzaka Yasaka Chaya ซึ่งดัดแปลงจากบ้านไม้โบราณอายุกว่า 100 ปี และเป็นสาขาเดียวในโลกที่มีการนั่งจิบกาแฟบนเสื่อทาทามิแบบดั้งเดิม การเดินทาง: นั่งรถบัสประจำทางจากสถานี Kyoto Station สาย 100 หรือ 206 ลงป้าย Kiyomizu-michi หรือ Gojo-zaka จากนั้นเดินเท้าต่อเข้าสู่ทางขึ้นเนินประมาณ 5-7 นาที เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ถนนเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดให้บริการเวลา 09:00 - 18:00 น. แนะนำให้มาเดินเล่นช่วงเช้าตรู่ก่อน 08:30 น. หากต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดของนักท่องเที่ยว) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมย่านถนนโบราณทั้งหมด

ย่านโอตารุ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 ฮอกไกโด

ย่านโอตารุ

คลองโอตารุ (Otaru Canal) เป็นคลองประวัติศาสตร์อันแสนโรแมนติกและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโอตารุ เกาะฮอกไกโด คลองนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1923 เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าจากเรือใหญ่ในอ่าวเข้าสู่โกดังริมน้ำ ในอดีตเป็นศูนย์กลางการค้าชายฝั่งที่คึกคักอย่างมาก จนกระทั่งเทคโนโลยีการขนส่งทันสมัยขึ้น คลองแห่งนี้จึงได้ปรับปรุงรูปแบบมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงปี ค.ศ. 1980 โดยมีการถมคลองครึ่งหนึ่งเพื่อทำถนนคนเดินและตกแต่งด้วยโคมไฟแก๊สโบราณริมน้ำ บรรยากาศริมคลองสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ในฤดูหนาวคลองจะปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนตัดกับผิวน้ำ และจะมีการจัดเทศกาล "Otaru Snow Light Path" ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยชาวเมืองจะลอยเทียนแก้วเหนือน้ำและปั้นหิมะติดไฟสลักเสลาตามริมทางเดิน ยามค่ำคืนไฟแก๊สริมคลองจะส่องสว่างสะท้อนภาพโกดังอิฐแดงเก่าแก่ที่ปัจจุบันถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และแกลเลอรี่ทำให้อบอุ่นละมุนตา การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Hakodate Line ลงสถานี Otaru Station จากนั้นเดินตรงจากหน้าสถานีลงเนินมุ่งสู่ชายฝั่งทะเลประมาณ 8-10 นาที (ระยะทางประมาณ 800 เมตร) จะพบคลองโอตารุตั้งอยู่ติดถนนริมอ่าว เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ริมทางเดินเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (เรือล่องคลอง Otaru Canal Cruise เปิดบริการช่วง 11:00 - 20:00 น. ขึ้นกับสภาพอากาศ) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมวิวริมคลองและถ่ายรูปทั่วไป (หากต้องการล่องเรือชมวิว Otaru Canal Cruise จะมีค่าบริการประมาณ 1,500 - 2,000 เยนต่อคน)

ปราสาทคุมาโมโตะ 🏛️ ที่เที่ยว
📍 ฟุกุโอกะ

ปราสาทคุมาโมโตะ

ปราสาทคุมาโมโตะ (Kumamoto Castle) เป็นหนึ่งในสามปราสาทที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองคุมาโมโตะ เกาะคิวชู สร้างขึ้นเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1607 โดยไดเมียว คาโตะ คิโยมาสะ (Kato Kiyomasa) ขุนศึกผู้มีชื่อเสียงด้านวิศวกรรมสถาปัตยกรรมทหาร ปราสาทนี้ขึ้นชื่อในเรื่องระบบป้องกันทางทหารที่เป็นเลิศ โดยเฉพาะแนวกำแพงหินทรงลาดเอียงที่สูงชันและลื่นไหลซึ่งรู้จักกันในชื่อ "มูชาะกาเอชิ" (Musha-gaeshi) ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูรวมถึงนินจาสามารถปีนขึ้นมาสู่ตัวปราสาทได้ ตัวปราสาทหลักได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในจังหวัดคุมาโมโตะเมื่อปี ค.ศ. 2016 ส่งผลให้กำแพงหินถล่มลงมาและกระเบื้องหลังคาแตกกระจาย รัฐบาลญี่ปุ่นและประชาชนได้ร่วมมือกันบูรณะอาคารหอคอยหลัก (Tenshukaku) ครั้งใหญ่ด้วยเทคโนโลยีลดแรงสั่นสะเทือนสมัยใหม่จนเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้เข้าชมภายในอีกครั้งในปี ค.ศ. 2021 ภายในจัดแสดงนิทรรศการประวัติศาสตร์เชิงโต้ตอบอันทันสมัย และจุดชมวิวชั้นบนสุดสามารถมองเห็นวิวเมืองคุมาโมโตะได้แบบ 360 องศา ตลอดบริเวณปราสาทปลูกต้นซากุระกว่า 800 ต้น ซึ่งเมื่อบานสะพรั่งสีชมพูตัดกับกำแพงหินสีดำเทาจะสวยงามน่าเกรงขามอย่างยิ่ง การเดินทาง: นั่งรถไฟชินคันเซ็น (Kyushu Shinkansen) ลงที่สถานี Kumamoto Station จากนั้นต่อรถรางไฟฟ้า Kumamoto City Tram ลงที่สถานี Kumamotojo-mae แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 10-15 นาทีเพื่อเข้าสู่ลานปราสาท เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16:30 น. ปิดให้บริการช่วงเทศกาลปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 - 31 ธันวาคม) ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมตัวอาคารปราสาทหลักสำหรับผู้ใหญ่ราคา 800 เยน สำหรับเด็กนักเรียนประถมและมัธยมต้นราคา 300 เยน และเด็กเล็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์เข้าชมฟรี

สวนนารา 🏛️ ที่เที่ยว
📍 นารา

สวนนารา

สวนนารา (Nara Park) เป็นพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนารา อดีตเมืองหลวงแห่งแรกของญี่ปุ่นในยุค Nara Period (ค.ศ. 710-794) สวนแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 660 เฮกตาร์ และเป็นที่ตั้งของกลุ่มอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO จุดที่ทำให้สวนนาราโดดเด่นที่สุดคือฝูงกวางป่าซิกะ (Sika Deer) จำนวนกว่า 1,200 ตัวที่อาศัยอยู่อย่างเสรีในพื้นที่สวน กวางเหล่านี้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในฐานะ "สมบัติของชาติทางธรรมชาติ" (Natural Treasure) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 ตามตำนานความเชื่อของศาสนาชินโต เทพเจ้า Takemikazuchi-no-Mikoto ได้เสด็จมายังนาราโดยทรงกวางสีขาว ทำให้กวางกลายเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้า Kasuga Taisha กวางในสวนนาราคุ้นเคยกับมนุษย์เป็นอย่างมาก เนื่องจากได้รับอาหารจากนักท่องเที่ยวมาเป็นเวลานาน ร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจะจำหน่ายขนม Shika Senbei ซึ่งเป็นข้าวเกรียบไม่ปรุงรสที่ทำขึ้นเฉพาะสำหรับกวาง พฤติกรรมที่น่าสนใจคือกวางบางตัวจะโค้งคำนับก่อนรับขนม ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เรียนรู้จากการตอบสนองของนักท่องเที่ยว ภายในสวนนาราเป็นที่ตั้งของวัดโทไดจิ (Todai-ji) ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 752 ตามพระราชโองการของจักรพรรดิ Shomu เพื่อเป็นศูนย์กลางของวัดในเครือข่ายทั่วประเทศ อาคาร Daibutsuden หรือ "หอพระใหญ่" เป็นอาคารไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปไดบุตสึ ซึ่งเป็นรูปปั้นพระพุทธรูปไวโรจนะทองสัมฤทธิ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น อีกสถานที่สำคัญคือศาลเจ้า Kasuga Taisha ซึ่งก่อตั้งในปี ค.ศ. 768 มีเส้นทางเดินที่ประดับด้วยตะเกียงหินกว่า 2,000 ดวงและตะเกียงทองสัมฤทธิ์กว่า 1,000 ดวง บางส่วนมีอายุย้อนไปถึงยุค Heian ตะเกียงเหล่านี้จะถูกจุดในเทศกาล Mantoro ที่จัดขึ้นปีละสองครั้งในเดือนกุมภาพันธ์และสิงหาคม สวนนารายังเป็นจุดชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีที่สำคัญ ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนซากุระจะบานทั่วสวน ส่วนช่วงเดือนพฤศจิกายนต้นเมเปิ้ลและแปะก๊วยจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและทอง สร้างความสวยงามที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล การเดินทางมาสวนนาราสะดวกมากจากเกียวโตหรือโอซาก้า โดยนั่งรถไฟสาย JR Nara Line หรือ Kintetsu Nara Line ลงสถานี JR Nara หรือ Kintetsu Nara แล้วเดินต่ออีก 5-15 นาที สวนเปิดให้เข้าชมตลอดเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนการเข้าชมพระพุทธรูปไดบุตสึมีค่าเข้าชม 600 เยน เปิด 7.30-17.30 น. ในฤดูร้อนและ 8.00-17.00 น. ในฤดูหนาว