ค้นพบสถานที่น่าสนใจทั่วญี่ปุ่น
🏛️ ที่เที่ยว
ซาไกมินาโตะเป็นบ้านเกิดของนักวาดการ์ตูนชิเงรุ มิซูกิ ผู้สร้าง GeGeGe no Kitaro มีถนนมิซูกิ ชิเงรุที่เต็มไปด้วยรูปปั้นสัตว์ประหลาด เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม
🏛️ ที่เที่ยว
ปอนโตโจเป็นซอยแคบริมแม่น้ำคาโมะที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและบาร์แบบดั้งเดิม เป็นหนึ่งในย่านความบันเทิงที่เก่าแก่ที่สุดของเกียวโต บรรยากาศยามค่ำคืนโรแมนติกมาก
🏛️ ที่เที่ยว
เส้นทางนักปราชญ์เป็นทางเดินริมคลองยาว 2 กิโลเมตรที่ปลูกต้นซากุระตลอดแนว ในฤดูใบไม้ผลิดอกซากุระสร้างอุโมงค์สีชมพูที่งดงามอย่างยิ่ง ตั้งชื่อตามนักปราชญ์ นิชิดะ คิทาโร่
🏛️ ที่เที่ยว
สวนฮามาริคิว (Hamarikyu Gardens) เป็นสวนสาธารณะและสวนภูมิทัศน์แบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ริมอ่าวโตเกียว ใจกลางย่านธุรกิจชิโอโดเมะ สวนนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่ต้นยุคเอโดะ ค.ศ. 1654 โดยเริ่มต้นจากการเป็นที่ประทับพักผ่อนและลานล่าเป็ดส่วนพระองค์ของโชกุนตระกูลโทคุงาวะ ความโดดเด่นอย่างมากทางภูมิสถาปัตย์ของสวนนี้คือเป็นสวนสาธารณะเพียงแห่งเดียวในโตเกียวที่มีสระน้ำน้ำเค็ม "ชินจิโนะอิเกะ" (Shioiri-no-ike) ซึ่งมีการขุดช่องระบายน้ำต่อเชื่อมกับอ่าวโตเกียวโดยตรง เพื่อใช้ประโยชน์จากกลไกน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติในการเปลี่ยนระดับน้ำและปรับเปลี่ยนทัศนียภาพของผิวน้ำในสระ ตรงใจกลางสระน้ำเป็นที่ตั้งของ "อาคารน้ำชา Nakajima" (Nakajima no Ochaya) บ้านไม้น้ำชาสไตล์ญี่ปุ่นโบราณที่เชื่อมโยงด้วยสะพานไม้ซีดาร์ยาว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปนั่งพักผ่อน จิบชาเขียวมัทฉะรสเข้มข้นคู่กับขนมหวานญี่ปุ่นดั้งเดิม (Wagashi) พลางชมภาพสะท้อนอันน่าทึ่งระหว่างสวนป่าสีเขียวขจีโบราณกับตึกระฟ้ากระจกเงาสูงตระหง่านล้ำยุคของย่านชิโอโดเมะที่โอบล้อมรอบตัวสวน นอกจากนี้ภายในสวนยังมีต้นสนดำอายุกว่า 300 ปีที่ได้รับการตัดแต่งอย่างประณีต และสวนดอกคอสมอสที่จะบานเต็มท้องทุ่งเหลืองอร่ามในฤดูใบไม้ร่วง การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Oedo Line ลงสถานี Shiodome Station หรือสถานี Tsukijishijo Station แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 5-7 นาที หรือสามารถนั่งเรือโดยสารทางน้ำ Tokyo Water Bus จากอาซากุซะมาลงเทียบท่าที่ท่าเรือภายในสวนได้โดยตรง เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 - 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16:30 น. และปิดให้บริการช่วงปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม ถึง 1 มกราคมของทุกปี) ค่าเข้าชม: ค่าตั๋วเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่และบุคคลทั่วไปราคา 300 เยน และสำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปราคา 150 เยน (เด็กนักเรียนประถมและเด็กที่อาศัยอยู่ในโตเกียวเข้าชมฟรี)
🏛️ ที่เที่ยว
อามาโนะฮาชิดาเตะหรือ 'สะพานสวรรค์' เป็นสันดอนทรายยาว 3.6 กิโลเมตรที่ขวางอ่าว มีต้นสนปลูกตลอดแนว เป็นหนึ่งในสามวิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น
🏛️ ที่เที่ยว
บ้านมาชิยะเป็นบ้านไม้แบบดั้งเดิมของเกียวโตที่แคบยาว มีหน้าบ้านเพียง 5-6 เมตรแต่ลึกเข้าไปมาก ปัจจุบันหลายหลังถูกปรับเป็นที่พัก ร้านอาหาร และร้านกาแฟ
🏛️ ที่เที่ยว
อาราชิยามะเป็นย่านธรรมชาติทางตะวันตกของเกียวโต มีป่าไผ่ที่โด่งดัง สะพานโทเกตสึเคียว และวัดดาไรจิ สามารถนั่งเรือชมทิวทัศน์แม่น้ำโฮซุ
🏛️ ที่เที่ยว
ถนนทาเคชิตะ (Takeshita Street) เป็นถนนคนเดินขนาดเล็กระยะทางประมาณ 350 เมตร ตั้งอยู่ในย่านฮาราจูกุ กรุงโตเกียว ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในฐานะศูนย์กลางของ "คาวาอี้คัลเจอร์" (Kawaii Culture) และเป็นแหล่งกำเนิดแฟชั่นวัยรุ่นญี่ปุ่นที่หลุดโลกและล้ำสมัย ถนนสายนี้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 โดยกลายเป็นจุดนัดพบของกลุ่มเยาวชนผู้รักในความอิสระและต้องการแสดงออกผ่านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่แปลกใหม่ เช่น แฟชั่นโลลิต้า (Lolita), พังก์กอธิก (Gothic Punk), และสตรีทสไตล์จัดจ้าน ตลอดสองข้างทางอันแน่นเอี้ยดไปด้วยร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่นราคาประหยัด ร้านจำหน่ายเครื่องประดับสุดน่ารัก ร้านสินค้าไอดอล คอสเพลย์ และร้านกิ๊ฟช็อปแฮนด์เมด เมนูยอดนิยมระดับตำนานที่ทุกคนที่มาเยือนต้องลิ้มลองคือ "เครปญี่ปุ่น" (Harajuku Crepe) แผ่นแป้งบางม้วนห่อวิปครีมหนานุ่ม ไอศกรีม และผลไม้สด ซึ่งมีร้านคู่แข่งตั้งอยู่ตรงข้ามกันอย่าง Marion Crepes และ Angels Heart คอยดึงดูดใจ นอกจากนี้ยังมีร้านขนมสายรุ้ง คาเฟ่สัตว์เลี้ยงสุดแปลก (เช่น คาเฟ่นกฮูก คาเฟ่หมูแคระ) และร้านค้าไดโซะ (Daiso) ขนาดยักษ์ที่เป็นสวรรค์ของการช้อปปิ้งของวัยรุ่น การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Harajuku Station แล้วเดินออกทางออก Takeshita Exit จะพบทางเข้าถนนและป้ายไฟต้อนรับ LED ขนาดใหญ่อยู่ฝั่งตรงข้ามทางออกสถานีทันที เวลาเปิด-ปิด: ถนนเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดบริการช่วงเวลา 10:00 - 20:00 น. ช่วงบ่ายวันเสาร์-อาทิตย์จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนและวัยรุ่นเดินทางมาหนาแน่นที่สุด) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมถนนคนเดินทั่วไป
🏛️ ที่เที่ยว
ป่าไผ่อาราชิยามะเป็นทางเดินผ่านป่าไผ่สูงใหญ่ที่เสียงลมพัดผ่านไผ่สร้างเสียงดนตรีธรรมชาติ เป็นหนึ่งในภาพที่ถ่ายมากที่สุดของญี่ปุ่น
🏛️ ที่เที่ยว
พระราชวังคาตสึระเป็นอัญมณีของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่สร้างในศตวรรษที่ 17 สวนและอาคารออกแบบอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามหลักสุนทรียะแบบญี่ปุ่น เปิดให้เข้าชมโดยต้องจองล่วงหน้า
🏛️ ที่เที่ยว
อุจิเป็นเมืองชาเขียวที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น มีร้านชาเก่าแก่หลายร้อยปี วัดเบียวโดอินที่พิมพ์บนเหรียญ 10 เยน และสะพานอุจิที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น
🏛️ ที่เที่ยว
สวนชินจูกุ เกียวเอน (Shinjuku Gyoen National Garden) เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะขนาดใหญ่และสวยงามที่สุดของกรุงโตเกียว ตั้งอยู่บริเวณเขตชินจูกุและชิบูย่า มีพื้นที่รวมกว่า 58.3 เฮกตาร์ เดิมเป็นที่ดินของตระกูลซามูไรในยุคเอโดะ ต่อมาถูกดัดแปลงเป็นสวนของราชวงศ์ในยุคเมจิ ก่อนจะเปิดเป็นสวนสาธารณะแห่งชาติให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1949 จุดเด่นที่ทำให้สวนชินจูกุ เกียวเอนแตกต่างจากสวนญี่ปุ่นทั่วไปคือ การผสมผสานสวนสามรูปแบบไว้ในพื้นที่เดียวกัน ได้แก่ สวนภูมิทัศน์แบบฝรั่งเศส (French Formal Garden) ที่มีการจัดแปลงดอกไม้เป็นรูปทรงเรขาคณิตอย่างเป็นระเบียบ สวนภูมิทัศน์แบบอังกฤษ (English Landscape Garden) ที่มีสนามหญ้าโล่งกว้างและต้นไม้ใหญ่ และสวนญี่ปุ่นดั้งเดิม (Japanese Traditional Garden) ที่มีบ่อน้ำ สะพานไม้ และศาลาชมวิวตามแบบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณ ในด้านพันธุ์ไม้ สวนนี้ขึ้นชื่อเรื่องต้นซากุระที่มีความหลากหลายมากกว่า 1,000 ต้น จากกว่า 65 สายพันธุ์ ทำให้ฤดูชมซากุระที่นี่ยาวนานกว่าที่อื่น เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมไปจนถึงปลายเดือนเมษายน โดยพันธุ์ Somei Yoshino สีขาวอมชมพูจะบานก่อน ตามด้วยพันธุ์ Yaezakura ดอกซ้อนสีชมพูเข้มที่บานทีหลังและบานได้นานกว่า นอกจากซากุระแล้ว สวนยังมีความสวยงามในทุกฤดูกาล ฤดูร้อนมีสนามหญ้าเขียวขจีให้นั่งพักผ่อน ฤดูใบไม้ร่วงมีต้นเมเปิ้ลและแปะก๊วยที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและสีทอง และฤดูหนาวมีต้นสนเขียวตัดกับฟ้าใส ภายในสวนยังมีเรือนกระจก (Greenhouse) ขนาดใหญ่ที่ปลูกพืชเขตร้อนและกล้วยไม้หลากสายพันธุ์ เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ข้อกำหนดที่สำคัญของสวนนี้คือ ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และห้ามเล่นกีฬาภายในสวน ทำให้บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบและเหมาะสำหรับการพักผ่อนมากกว่าสวนสาธารณะทั่วไปอย่าง Ueno Park ที่อนุญาตให้จัดปาร์ตี้ฮานามิแบบดื่มสุราได้ ค่าเข้าชมสวนอยู่ที่ 500 เยนสำหรับผู้ใหญ่ เปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00-16.00 น. (ปิดประตูเข้า 16.00 น. แต่อนุญาตให้อยู่ในสวนได้ถึง 16.30 น.) และปิดให้บริการในวันจันทร์ ยกเว้นช่วงฤดูซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีที่อาจเปิดทุกวัน การเดินทางสามารถเข้าทางประตู Shinjuku Gate ซึ่งใกล้กับสถานี Shinjuku Gyoenmae บนรถไฟใต้ดินสาย Marunouchi Line เพียงเดินไม่กี่นาที หรือเข้าทางประตู Okido Gate ใกล้สถานี Shinjuku San-chome สวนชินจูกุ เกียวเอนจึงเป็นสถานที่พักผ่อนใจกลางเมืองที่เหมาะสำหรับทุกฤดูกาล ทั้งสำหรับการปิกนิก เดินเล่น หรือถ่ายภาพธรรมชาติ