🌸 เว็บรีวิวท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยคนไทย สำหรับคนไทย
โตเกียว

โตเกียว Tokyo

東京 · มหานครที่ไม่เคยหลับใหล ผสมผสานความทันสมัยกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมได้อย่างลงตัว

📍 Kanto 🏛️ 74 สถานที่
โรงแรม The Prince Park Tower Tokyo 🏨 ที่พัก

โรงแรม The Prince Park Tower Tokyo

The Prince Park Tower Tokyo

โรงแรม 5 ดาวในย่าน Shiba Park วิวหอคอยโตเกียว Tower สวยงาม ห้องอาหารชั้นเลิศ สระว่ายน้ำ Spa สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ใกล้สถานี Hamamatsucho

ย่านอากิฮาบาระ 🛍️ ช้อปปิ้ง ⭐ แนะนำ

ย่านอากิฮาบาระ

Akihabara Electric Town

ย่านอากิฮาบาระ (Akihabara Electric Town) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกสั้นๆ ว่า "อากิบะ" (Akiba) เป็นย่านที่มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ย้อนกลับไปหลังสงครามโลกครั้งที่สอง อากิฮาบาระเริ่มต้นจากการเป็นตลาดมืดขายชิ้นส่วนวิทยุและสายไฟ ก่อนจะพัฒนาเป็นแหล่งรวมร้านค้าปลีกและส่งสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกประเภท จนกระทั่งช่วงทศวรรษที่ 1990 ย่านนี้ได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ครั้งใหญ่จนกลายเป็นเมกกะหรือสวรรค์ของกลุ่มคนรักวัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่น ทั้งอนิเมะ มังงะ เกม ฟิกเกอร์โมเดล และคอสเพลย์ ภายในย่านรายล้อมไปด้วยตึกร้านค้าขนาดยักษ์ เช่น Yodobashi Camera, Mandarake, Animate และตึกวิทยุอาคิฮาบาระ (Akihabara Radio Kaikan) ที่จำหน่ายสินค้าหายากและอุปกรณ์ไอทีชั้นนำ นอกจากนี้ย่านนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของ "เมดคาเฟ่" (Maid Cafe) คาเฟ่บริการโดยบริกรสาวในชุดเมดที่คอยมอบความบันเทิงและรอยยิ้ม และร้านเกมเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่วัยรุ่นนิยมมาประลองฝีมือ การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line, JR Chuo-Sobu Line หรือรถไฟใต้ดินสาย Hibiya Line ลงสถานี Akihabara Station แล้วเดินออกทางประตู Electric Town Exit ก็จะถึงใจกลางย่านทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดทั้งวัน ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดบริการช่วง 10:00 - 20:00 น. (ในวันอาทิตย์จะมีการปิดถนนสายหลัก Chuo-dori ให้เป็นถนนคนเดินช่วงบ่าย) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมบรรยากาศในย่านทั่วไป

ย่านอากิฮาบาระ 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ

ย่านอากิฮาบาระ

Akihabara Electric Town

ย่านอากิฮาบาระ (Akihabara Electric Town) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกสั้นๆ ว่า "อากิบะ" (Akiba) เป็นย่านที่มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ย้อนกลับไปหลังสงครามโลกครั้งที่สอง อากิฮาบาระเริ่มต้นจากการเป็นตลาดมืดขายชิ้นส่วนวิทยุและสายไฟ ก่อนจะพัฒนาเป็นแหล่งรวมร้านค้าปลีกและส่งสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกประเภท จนกระทั่งช่วงทศวรรษที่ 1990 ย่านนี้ได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ครั้งใหญ่จนกลายเป็นเมกกะหรือสวรรค์ของกลุ่มคนรักวัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่น ทั้งอนิเมะ มังงะ เกม ฟิกเกอร์โมเดล และคอสเพลย์ ภายในย่านรายล้อมไปด้วยตึกร้านค้าขนาดยักษ์ เช่น Yodobashi Camera, Mandarake, Animate และตึกวิทยุอาคิฮาบาระ (Akihabara Radio Kaikan) ที่จำหน่ายสินค้าหายากและอุปกรณ์ไอทีชั้นนำ นอกจากนี้ย่านนี้ยังเป็นแหล่งกำเนิดของ "เมดคาเฟ่" (Maid Cafe) คาเฟ่บริการโดยบริกรสาวในชุดเมดที่คอยมอบความบันเทิงและรอยยิ้ม และร้านเกมเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่วัยรุ่นนิยมมาประลองฝีมือ การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line, JR Chuo-Sobu Line หรือรถไฟใต้ดินสาย Hibiya Line ลงสถานี Akihabara Station แล้วเดินออกทางประตู Electric Town Exit ก็จะถึงใจกลางย่านทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอดทั้งวัน ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดบริการช่วง 10:00 - 20:00 น. (ในวันอาทิตย์จะมีการปิดถนนสายหลัก Chuo-dori ให้เป็นถนนคนเดินช่วงบ่าย) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมบรรยากาศในย่านทั่วไป

ราเมน อิชิรัง 🍜 ร้านอาหาร ⭐ แนะนำ

ราเมน อิชิรัง

Ichiran Ramen Shibuya

ราเมนอิชิรัง (Ichiran Ramen) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "ราเมนข้อสอบ" เป็นร้านราเมนสไตล์ฮากาตะ (Hakata Ramen) ที่ก่อตั้งขึ้นในจังหวัดฟุกุโอกะเมื่อปี ค.ศ. 1960 และได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายจนขยายสาขาไปทั่วญี่ปุ่นและต่างประเทศ จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์คือระบบการสั่งอาหารและการนั่งทานแบบส่วนตัว (Solo Dining Booth) ที่กั้นช่องซ้ายขวาให้ผู้ทานมีสมาธิและลิ้มรสชาติของราเมนตรงหน้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลสายตาใคร และลูกค้าต้องทำแบบสอบถามหรือ "ทำข้อสอบ" เพื่อเลือกระดับความนุ่มของเส้น ความเข้มข้นของน้ำซุป ระดับความเผ็ด และปริมาณกระเทียมหรือต้นหอมตามชอบ เมนูหลักของร้านคือ ทงคตสึราเมน (Tonkotsu Ramen) น้ำซุปกระดูกหมูสีขาวขุ่นที่เคี่ยวจนหอมหวานเข้มข้น ปรุงรสด้วยซอสแดงสูตรลับเฉพาะของอิชิรังที่ทำจากพริกและเครื่องเทศกว่า 30 ชนิด เสิร์ฟพร้อมเส้นบะหมี่สดสไตล์ฮากาตะที่มีความบางเหนียวนุ่ม และหมูชาชูติดมันที่ละลายในปาก การเดินทาง: สาขาชิบูย่าตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Shibuya Station เดินเท้าประมาณ 3-5 นาทีจากทางออก Hachiko Exit ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของตึกติดถนนสายหลักย่าน Jinnan เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงในหลายสาขาหลัก (รวมถึงสาขา Shibuya Jinnan) ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าเข้าชม ราคาราเมนเริ่มต้นประมาณ 980 - 1,100 เยนต่อชาม (สามารถกดสั่งซื้อคูปองเมนูและท็อปปิ้งเพิ่มเติมได้ที่ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติหน้าทางเข้า)

ตลาดอะเมะ-โยโก 🛍️ ช้อปปิ้ง ⭐ แนะนำ

ตลาดอะเมะ-โยโก

Ameyoko Market

ตลาดอะเมะโยโกะ (Ameyoko Market) หรือชื่อเต็มว่า "อะเมะยารสึโบะ" (Ameya Yokocho) เป็นตลาดนัดกลางแจ้งสไตล์สตรีทฟู้ดและแหล่งค้าปลีก-ส่งที่คึกคักที่สุดในโตเกียว ทอดยาวขนานไปตามใต้สะพานทางรถไฟยกระดับระหว่างสถานี JR Ueno และสถานี JR Okachimachi ย้อนประวัติศาสตร์ไปในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตลาดแห่งนี้เริ่มต้นจากการเป็น "ตลาดมืด" (Black Market) ที่ขายสินค้านำเข้าจากอเมริกา โดยเฉพาะขนมหวานและลูกอม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "Ameya Yokocho" (ตรอกร้านขายลูกอม) และต่อมาได้ขยายตัวเป็นแหล่งขายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาย่อมเยาในปัจจุบัน ปัจจุบัน ตลาดอะเมะโยโกะเปรียบเสมือนศูนย์รวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมและรสชาติ สองข้างทางอัดแน่นไปด้วยร้านค้าแผงลอยมากกว่า 400 ร้าน จำหน่ายสินค้าทุกประเภทตั้งแต่ของสด อาหารทะเล (เช่น ไข่ปลาแซลมอน ปูยักษ์ ปลาทูน่า) ผลไม้เสียบไม้หวานฉ่ำ เสื้อผ้าแฟชั่นแนวสตรีท รองเท้าแบรนด์เนมลดราคา ของเล่นโมเดล เครื่องสำอาง ไปจนถึงร้านขายยาและอาหารเสริมยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ตลอดแนวตลาดจะมีพ่อค้าแม่ค้าคอยส่งเสียงตะโกนเรียกลูกค้าด้วยภาษาญี่ปุ่นสำเนียงท้องถิ่นที่กระฉับกระเฉงดุดันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารอิซากายะแบบเปิดโล่งและร้านสตรีทฟู้ดนานาชาติให้นั่งดื่มเบียร์จิบคู่กับของกินเล่นยามค่ำคืนในบรรยากาศกึ่งย้อนยุค การเดินทาง: สะดวกที่สุดโดยนั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Ueno Station (ออกทางออก Central Exit) หรือสถานี Okachimachi Station แล้วเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ซอยขนานใต้รางรถไฟได้ทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 20:00 น. (เวลาทำการจะขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า บางร้านอาหารสดอาจเปิดเช้ากว่านั้น และร้านอิซากายะส่วนใหญ่จะเปิดบริการถึงค่ำเวลา 22:00 - 23:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมและสัมผัสบรรยากาศตลาด

ย่านโอไดบะ 🏛️ ที่เที่ยว

ย่านโอไดบะ

Odaiba

เกาะเทียมในอ่าวโตเกียว วิวสะพาน Rainbow Bridge และโตเกียวทาวเวอร์ยามค่ำคืน พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และห้างสรรพสินค้า การเดินทาง: นั่งรถไฟ Yurikamome Line จากสถานี Shimbashi Station ลงสถานี Odaiba Kaihin Koen Station ใช้เวลาประมาณ 20 นาที หรือนั่งรถไฟ Rinkai Line ลงสถานี Tokyo Teleport Station

ตลาดปลาโตเกียว ทีมิสุ 🛍️ ช้อปปิ้ง ⭐ แนะนำ

ตลาดปลาโตเกียว ทีมิสุ

Toyosu Market

ตลาดปลาทูน่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก มาชมการประมูลทูน่าตอนเช้าตรู่ กินซูชิสดๆ จากตลาด การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Yurikamome Line ลงสถานี Shijo-mae Station แล้วเดินเท้าประมาณ 3 นาที หรือสาย Rinkai Line ลงสถานี Tatsumi Station แล้วต่อรถบัสไปยังตลาด

หอคอยโตเกียว สกายทรี 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ

หอคอยโตเกียว สกายทรี

Tokyo Skytree

หอคอยโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) เป็นหอคอยส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์ที่สูงที่สุดในโลก และเป็นโครงสร้างที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นด้วยความสูง 634 เมตร สร้างเสร็จและเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2012 เพื่อทำหน้าที่ส่งสัญญาณระบบดิจิทัลแทนโตเกียวทาวเวอร์ สถาปัตยกรรมได้รับการออกแบบอย่างประณีตโดยผสมผสานระหว่างสไตล์ล้ำยุค (Neo-Futuristic) และความงามแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น โดยโครงสร้างหลักจำลองมาจากเจดีย์ห้าชั้นโบราณที่มีระบบแกนกลางลดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้อย่างยอดเยี่ยม จุดชมวิวแบ่งออกเป็น 2 ระดับหลัก คือ Tembo Deck ที่ความสูง 350 เมตร มีกระจกใสรอบทิศทาง 360 องศาให้ชมเมืองโตเกียวอย่างกว้างไกล และ Tembo Galleria ที่ความสูง 450 เมตร ซึ่งเป็นทางเดินกระจกทรงลาดเอียงที่ให้ความรู้สึกเสมือนกำลังเดินเล่นอยู่บนท้องฟ้า ยามค่ำคืนหอคอยจะเปิดไฟประดับด้วยธีมสีที่แตกต่างกันตามเทศกาล บริเวณฐานของหอคอยยังเป็นที่ตั้งของ Tokyo Solamachi แหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารกว่า 300 ร้าน รวมถึง Sumida Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในร่มยอดนิยม การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tobu Skytree Line ลงที่สถานี Tokyo Skytree หรือสาย Hanzomon Line / Asakusa Line ลงที่สถานี Oshiage Station แล้วเดินเชื่อมเข้าสู่ตัวอาคารได้ทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 21:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 20:00 น.) ค่าเข้าชม: ตั๋วเข้าชม Tembo Deck (350m) สำหรับผู้ใหญ่ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,100 เยน และตั๋วแบบคอมโบชมทั้ง 2 ชั้น (350m + 450m) ราคาประมาณ 3,100 เยน (ราคาอาจปรับขึ้นในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แนะนำให้จองตั๋วล่วงหน้าออนไลน์)

ตลาดอะเมะ-โยโกะ 🛍️ ช้อปปิ้ง

ตลาดอะเมะ-โยโกะ

Ameyoko Shopping Street

ตลาดอะเมะโยโกะ (Ameyoko Market) หรือชื่อเต็มว่า "อะเมะยารสึโบะ" (Ameya Yokocho) เป็นตลาดนัดกลางแจ้งสไตล์สตรีทฟู้ดและแหล่งค้าปลีก-ส่งที่คึกคักที่สุดในโตเกียว ทอดยาวขนานไปตามใต้สะพานทางรถไฟยกระดับระหว่างสถานี JR Ueno และสถานี JR Okachimachi ย้อนประวัติศาสตร์ไปในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตลาดแห่งนี้เริ่มต้นจากการเป็น "ตลาดมืด" (Black Market) ที่ขายสินค้านำเข้าจากอเมริกา โดยเฉพาะขนมหวานและลูกอม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "Ameya Yokocho" (ตรอกร้านขายลูกอม) และต่อมาได้ขยายตัวเป็นแหล่งขายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาย่อมเยาในปัจจุบัน ปัจจุบัน ตลาดอะเมะโยโกะเปรียบเสมือนศูนย์รวมความหลากหลายทางวัฒนธรรมและรสชาติ สองข้างทางอัดแน่นไปด้วยร้านค้าแผงลอยมากกว่า 400 ร้าน จำหน่ายสินค้าทุกประเภทตั้งแต่ของสด อาหารทะเล (เช่น ไข่ปลาแซลมอน ปูยักษ์ ปลาทูน่า) ผลไม้เสียบไม้หวานฉ่ำ เสื้อผ้าแฟชั่นแนวสตรีท รองเท้าแบรนด์เนมลดราคา ของเล่นโมเดล เครื่องสำอาง ไปจนถึงร้านขายยาและอาหารเสริมยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ตลอดแนวตลาดจะมีพ่อค้าแม่ค้าคอยส่งเสียงตะโกนเรียกลูกค้าด้วยภาษาญี่ปุ่นสำเนียงท้องถิ่นที่กระฉับกระเฉงดุดันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารอิซากายะแบบเปิดโล่งและร้านสตรีทฟู้ดนานาชาติให้นั่งดื่มเบียร์จิบคู่กับของกินเล่นยามค่ำคืนในบรรยากาศกึ่งย้อนยุค การเดินทาง: สะดวกที่สุดโดยนั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Ueno Station (ออกทางออก Central Exit) หรือสถานี Okachimachi Station แล้วเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ซอยขนานใต้รางรถไฟได้ทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 20:00 น. (เวลาทำการจะขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า บางร้านอาหารสดอาจเปิดเช้ากว่านั้น และร้านอิซากายะส่วนใหญ่จะเปิดบริการถึงค่ำเวลา 22:00 - 23:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมและสัมผัสบรรยากาศตลาด