東京 · มหานครที่ไม่เคยหลับใหล ผสมผสานความทันสมัยกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมได้อย่างลงตัว
ดาดฟ้าชมวิว 360 องศาบนตึก Scramble Square ชั้น 46 วิวชิบูย่าครอสสิ้งและตึกระฟ้าโตเกียว การเดินทาง: นั่งรถไฟทุกสายที่ผ่านสถานี Shibuya Station แล้วเดินไปยัง Scramble Square ซึ่งอยู่ติดสถานีฝั่ง Tokyu ทางออก B6
ชิบูย่าครอสสิ้ง (Shibuya Crossing) หรือห้าแยกชิบูย่า เป็นทางข้ามถนนสายสำคัญหน้าสถานีรถไฟชิบูย่าที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแยกที่มีผู้คนสัญจรไปมาคึกคักที่สุดในโลก ในช่วงเวลาเร่งด่วนเมื่อสัญญาณไฟคนข้ามเปลี่ยนเป็นสีเขียว จะมีคนข้ามถนนพร้อมกันจากทุกทิศทางมากกว่า 3,000 คนต่อครั้ง แยกนี้เติบโตขึ้นพร้อมๆ กับการขยายตัวของสถานีรถไฟชิบูย่าและกลายเป็นสัญลักษณ์ของโตเกียวยุคใหม่ที่สะท้อนถึงพลังงานและความมีชีวิตชีวาของเมืองหลวงญี่ปุ่น รอบๆ แยกรายล้อมไปด้วยตึกสูงใหญ่ที่ติดตั้งป้ายไฟโฆษณาและจอ LED ขนาดยักษ์คอยฉายภาพแสงสีตระการตาตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวนิยมหาจุดถ่ายภาพมุมสูงจากร้านกาแฟและตึกรอบๆ เช่น ตึก Shibuya Excel Hotel Tokyu, ตึก Magnet by Shibuya109 และจุดชมวิว Shibuya Sky นอกจากนี้บริเวณข้างๆ แยกยังมีรูปปั้นสุนัขยอดกตัญญู ฮาจิโกะ (Hachiko Statue) ซึ่งเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ การเดินทาง: สะดวกที่สุดโดยนั่งรถไฟทุกสายที่ผ่านสถานี Shibuya Station (เช่น JR Yamanote Line, Tokyo Metro Ginza/Hanzomon/Fukutoshin Line) แล้วออกทางประตู Hachiko Exit จะพบห้าแยกอยู่ตรงหน้าทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ช่วงเวลาที่แสงไฟและจอโฆษณาคึกคักที่สุดคือช่วงค่ำ 18:00 - 23:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับพื้นที่เดินถนนทั่วไปด้านล่าง (ยกเว้นกรณีขึ้นชมวิวบนจุดชมวิว Shibuya Sky บนตึก Scramble Square ที่ต้องซื้อบัตรเข้าชมต่างหาก)
ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในกรุงโตเกียว สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1920 เพื่ออุทิศถวายแด่ดวงวิญญาณของจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) และจักรพรรดินีโชเก็ง (Empress Shoken) ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปและนำพาประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมและอารยธรรมสมัยใหม่ พื้นที่อันเงียบสงบแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่คึกคัก แต่กลับได้รับการโอบล้อมด้วยป่าทึบอุดมสมบูรณ์ที่ปลูกขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ โดยมีต้นไม้มากกว่า 100,000 ต้น จากการบริจาคของประชาชนทั่วประเทศญี่ปุ่นในเวลานั้น เมื่อเดินผ่านเสาประตูโทริอิไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทำจากไม้สนซีดาร์อายุกว่า 1,500 ปีเข้ามา บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบและร่มรื่นทันที ทางเดินหินกรวดกรุบกรับพาเราตรงเข้าสู่เขตชั้นในของศาลเจ้า อาคารหลักสร้างด้วยไม้ไซเปรสญี่ปุ่นโบราณตามสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล การเรียน การงาน และความรัก และมักจะได้พบเห็นการจัดพิธีแต่งงานแบบชินโตดั้งเดิม (Shinto Wedding) ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวและครอบครัวสวมชุดกิโมโนโบราณเดินแห่ขบวนอย่างงดงาม การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Harajuku Station แล้วใช้ทางออก Omotesando Exit จะพบทางเข้าศาลเจ้าอยู่ติดกับสถานี หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line / Fukutoshin Line ลงที่สถานี Meiji-jingumae Station เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน (เวลาปรับเปลี่ยนทุกเดือนตามฤดูกาล ปกติอยู่ระหว่าง 05:00 - 18:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับบริเวณศาลเจ้าทั่วไป (สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมสวนชั้นใน Meiji Jingu Inner Garden เพื่อชมดอกไอริสบานสะพรั่งในช่วงเดือนมิถุนายน จะมีค่าบำรุงรักษาสวน 500 เยน)
สวนสาธารณะอุเอะโนะ (Ueno Park) หรือชื่อทางการว่า "อุเอะโนะ ออนชิ โคเอน" เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโตเกียวที่เปิดให้บริการแก่สาธารณชนเป็นแห่งแรกของญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1873 โดยจักรพรรดิเมจิ พื้นที่แห่งนี้เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของวัดคันเอจิ (Kaneiji Temple) ซึ่งเป็นวัดประจำตระกูลโชกุนโทคุงาวะที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ก่อนจะถูกปรับปรุงให้เป็นพื้นที่สีเขียวพักผ่อนหย่อนใจหลังยุคปฏิรูปเมจิ สวนอุเอะโนะไม่เพียงแต่เป็นปอดขนาดใหญ่ของเมือง แต่ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะ วัฒนธรรม และการศึกษาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว ภายในพื้นที่สวนอันกว้างขวางเป็นที่ตั้งของสถาบันสำคัญระดับประเทศมากมาย เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว (Tokyo National Museum) พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ (ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO) รวมถึงสวนสัตว์อุเอะโนะ (Ueno Zoo) สวนสัตว์แห่งแรกของประเทศที่มีหมีแพนด้ายักษ์เป็นดาราเด่น นอกจากนี้ยังมี บึงชิโนบาซุ (Shinobazu Pond) บึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีนกน้ำนานาชนิดและทุ่งดอกบัวหลวงหนาแน่นในฤดูร้อน สวนอุเอะโนะยังมีชื่อเสียงในฐานะจุดชมดอกซากุระ (Hanami) ที่คึกคักและโด่งดังที่สุดในโตเกียว โดยมีต้นซากุระมากกว่า 1,000 ต้นเรียงรายตลอดแนวทางเดินหลัก ซึ่งจะบานสะพรั่งพร้อมกันในปลายเดือนมีนาคม การเดินทาง: เดินทางสะดวกอย่างยิ่งด้วยรถไฟทุกสายลงที่สถานี Ueno Station (เช่น JR Yamanote Line, Shinkansen หรือ Tokyo Metro Ginza/Hibiya Line) แล้วออกทางออก Park Exit จะพบทางเข้าสวนตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีทันที เวลาเปิด-ปิด: สวนสาธารณะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05:00 - 23:00 น. (สำหรับเวลาทำการของพิพิธภัณฑ์และสวนสัตว์ด้านในส่วนใหญ่คือ 09:00 - 17:00 น. และมักจะปิดทำการในวันจันทร์) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเข้าใช้บริการพื้นที่สวนสาธารณะทั่วไป (สำหรับสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ จะมีค่าเข้าชมแยกส่วนตามสถานที่ โดยปกติราคาบัตรผู้ใหญ่เริ่มต้นประมาณ 600 - 1,000 เยน)
จุดพักชั้นที่ 5 ของภูเขาไฟฟูจิ สูง 2,305 เมตร เดินทางสะดวกจากโตเกียวโดยรถบัสจากสถานีชินจูกุ ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง ออกทุก 90 นาที ค่าตั๋ว 1,700¥ มีร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และจุดชมวิวสวยงาม
ชิบูย่าครอสสิ้ง (Shibuya Crossing) หรือห้าแยกชิบูย่า เป็นทางข้ามถนนสายสำคัญหน้าสถานีรถไฟชิบูย่าที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแยกที่มีผู้คนสัญจรไปมาคึกคักที่สุดในโลก ในช่วงเวลาเร่งด่วนเมื่อสัญญาณไฟคนข้ามเปลี่ยนเป็นสีเขียว จะมีคนข้ามถนนพร้อมกันจากทุกทิศทางมากกว่า 3,000 คนต่อครั้ง แยกนี้เติบโตขึ้นพร้อมๆ กับการขยายตัวของสถานีรถไฟชิบูย่าและกลายเป็นสัญลักษณ์ของโตเกียวยุคใหม่ที่สะท้อนถึงพลังงานและความมีชีวิตชีวาของเมืองหลวงญี่ปุ่น รอบๆ แยกรายล้อมไปด้วยตึกสูงใหญ่ที่ติดตั้งป้ายไฟโฆษณาและจอ LED ขนาดยักษ์คอยฉายภาพแสงสีตระการตาตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวนิยมหาจุดถ่ายภาพมุมสูงจากร้านกาแฟและตึกรอบๆ เช่น ตึก Shibuya Excel Hotel Tokyu, ตึก Magnet by Shibuya109 และจุดชมวิว Shibuya Sky นอกจากนี้บริเวณข้างๆ แยกยังมีรูปปั้นสุนัขยอดกตัญญู ฮาจิโกะ (Hachiko Statue) ซึ่งเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ การเดินทาง: สะดวกที่สุดโดยนั่งรถไฟทุกสายที่ผ่านสถานี Shibuya Station (เช่น JR Yamanote Line, Tokyo Metro Ginza/Hanzomon/Fukutoshin Line) แล้วออกทางประตู Hachiko Exit จะพบห้าแยกอยู่ตรงหน้าทันที เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ช่วงเวลาที่แสงไฟและจอโฆษณาคึกคักที่สุดคือช่วงค่ำ 18:00 - 23:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับพื้นที่เดินถนนทั่วไปด้านล่าง (ยกเว้นกรณีขึ้นชมวิวบนจุดชมวิว Shibuya Sky บนตึก Scramble Square ที่ต้องซื้อบัตรเข้าชมต่างหาก)
ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) เป็นศาลเจ้าชินโตที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในกรุงโตเกียว สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1920 เพื่ออุทิศถวายแด่ดวงวิญญาณของจักรพรรดิเมจิ (Emperor Meiji) และจักรพรรดินีโชเก็ง (Empress Shoken) ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปและนำพาประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมและอารยธรรมสมัยใหม่ พื้นที่อันเงียบสงบแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงที่คึกคัก แต่กลับได้รับการโอบล้อมด้วยป่าทึบอุดมสมบูรณ์ที่ปลูกขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ โดยมีต้นไม้มากกว่า 100,000 ต้น จากการบริจาคของประชาชนทั่วประเทศญี่ปุ่นในเวลานั้น เมื่อเดินผ่านเสาประตูโทริอิไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ที่ทำจากไม้สนซีดาร์อายุกว่า 1,500 ปีเข้ามา บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบและร่มรื่นทันที ทางเดินหินกรวดกรุบกรับพาเราตรงเข้าสู่เขตชั้นในของศาลเจ้า อาคารหลักสร้างด้วยไม้ไซเปรสญี่ปุ่นโบราณตามสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล การเรียน การงาน และความรัก และมักจะได้พบเห็นการจัดพิธีแต่งงานแบบชินโตดั้งเดิม (Shinto Wedding) ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวและครอบครัวสวมชุดกิโมโนโบราณเดินแห่ขบวนอย่างงดงาม การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ลงที่สถานี Harajuku Station แล้วใช้ทางออก Omotesando Exit จะพบทางเข้าศาลเจ้าอยู่ติดกับสถานี หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line / Fukutoshin Line ลงที่สถานี Meiji-jingumae Station เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกดิน (เวลาปรับเปลี่ยนทุกเดือนตามฤดูกาล ปกติอยู่ระหว่าง 05:00 - 18:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับบริเวณศาลเจ้าทั่วไป (สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมสวนชั้นใน Meiji Jingu Inner Garden เพื่อชมดอกไอริสบานสะพรั่งในช่วงเดือนมิถุนายน จะมีค่าบำรุงรักษาสวน 500 เยน)
ตลาดปลาทูน่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก สืบทอดมาจากตลาดสึกิจิ ชมการประมูลทูน่าตอนเช้า 05:30 ต้องจองผ่านเว็บล่วงหน้า 2 เดือน กินซูชิสดจากตลาด
🏨 ที่พัก
โรงแรมบูติกสุดสร้างสรรค์ ห้องพักตกแต่งโดยศิลปินญี่ปุ่นแต่ละคน วิว Tsukiji และอ่าวโตเกียว