大阪 · เมืองแห่งการกินดื่ม ชาวโอซาก้าขึ้นชื่อเรื่องความสนุกและอาหารอร่อยที่สุดในญี่ปุ่น
เกาะกลางแม่น้ำโอกาวะ สวนดอกกุหลาบงดงาม พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และบรรยากาศผ่อนคลายกลางเมือง การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Midosuji/Yotsubashi Line ลงสถานี Yodoyabashi Station หรือรถไฟ Keihan ลงสถานี Nakanoshima Station แล้วเดินเท้าประมาณ 5 นาที
อากิฮาบาร่าของโอซาก้า ร้านอิเล็กทรอนิกส์ อนิเมะ มังงะ และ Retro game ราคาถูกกว่าโตเกียว
🏛️ ที่เที่ยว
ภูเขาโคยะ (Mount Koya หรือ Koyasan) เป็นศูนย์กลางความเชื่อของพุทธศาสนานิกายชินกอน (Shingon Esoteric Buddhism) อันเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่น ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางป่าทึบและเทือกเขาหินสูงในจังหวัดวาคายามะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ภายใต้เส้นทางแสวงบุญศักดิ์สิทธิ์คิอิซันจิ (Kii Mountain Range) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 816 โดยพระภิกษุโคโบ ไดชิ (Kobo Daishi หรือคูไค) ผู้เดินทางไปศึกษาศาสนาที่ประเทศจีนและนำคำสอนมาเผยแผ่ ปัจจุบันบนยอดเขามีที่ราบสูงซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดโบราณมากกว่า 117 วัด จุดไฮไลต์สำคัญคือ สุสานโอคุโนอิน (Okunoin Cemetery) สุสานที่ใหญ่และขรึมขลังที่สุดในญี่ปุ่น รายล้อมด้วยสุสานหินและอนุสรณ์สถานโบราณกว่า 200,000 แห่งใต้ป่าสนซีดาร์อายุกว่า 500 ปี ท้ายสุสานเป็นที่ตั้งของวิหารโคมไฟ (Torodo Hall) และอาคารสุสานของพระโคโบ ไดชิ ซึ่งตามความเชื่อเชื่อว่าท่านยังไม่ได้มรณภาพแต่ยังคงเข้าฌานสมาธิอธิษฐานจิตแผ่เมตตาอยู่ด้านใน นอกจากนี้สิ่งดึงดูดยอดนิยมคือกิจกรรมพักค้างคืนที่วัดพุทธ (Shukubo) โดยนักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสชีวิตสมถะ ทานอาหารมังสวิรัติพุทธดั้งเดิม (Shojin Ryori) และตื่นมาร่วมทำวัตรเช้าและพิธีกรรมจุดไฟบูชาของพระสงฆ์ยามรุ่งสาง การเดินทาง: นั่งรถไฟ Nankai Koya Line จากสถานี Namba Station ในโอซาก้า ไปลงที่สถานี Gokurakubashi Station จากนั้นต่อรถกระเช้าไฟฟ้าลอยฟ้า (Koyasan Cable Car) ขึ้นเนินเขาสูงชันใช้เวลา 5 นาที แล้วต่อรถบัสประจำทางท้องถิ่นเข้าสู่ใจกลางย่านวัด เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่กลางแจ้งรวมถึงสุสาน Okunoin เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (วัดหลัก Kongobuji และจุดจัดนิทรรศการเปิด 08:30 - 17:00 น.) ค่าเข้าชม: การเดินเที่ยวชมป่าและสุสาน Okunoin ฟรีสำหรับสาธารณะ (วัดแต่ละแห่ง เช่น Kongobuji หรือ Danjo Garan จะมีค่าเข้าประมาณ 500 - 1,000 เยน แนะนำให้ซื้อตั๋วรวม Koyasan Combination Ticket ราคาประมาณ 2,500 เยนเพื่อความคุ้มค่า)
🏛️ ที่เที่ยว
เกาะนาโอชิมะเป็นเกาะศิลปะที่มีพิพิธภัณฑ์และงานศิลปะติดตั้งกลางแจ้งชั้นนำระดับโลก มีพิพิธภัณฑ์เบเนสเซ่และพิพิธภัณฑ์ชิจชูที่สร้างในดิน
🏛️ ที่เที่ยว
ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) เป็นย่านบันเทิง แหล่งช้อปปิ้ง และสตรีทฟู้ดที่มีชื่อเสียงและมีชีวิตชีวามากที่สุดของเมืองโอซาก้า ทอดยาวขนานไปกับคลองโดทงโบริโบราณที่ขุดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1612 ย่านนี้เริ่มต้นเติบโตจากการเป็นย่านโรงละครคาบูกิและโรงละครหุ่นเชิดโบราณในยุคเอโดะ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านเป็นศูนย์กลางความบันเทิงสมัยใหม่ที่ดึงดูดผู้คนนับแสนในแต่ละค่ำคืนด้วยแสงสีจากป้ายไฟนีออนโฆษณาขนาดยักษ์ ไฮไลต์สำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้าและห้ามพลาดเด็ดขาดคือ ป้ายกูลิโกะรันนิ่งแมน (Glico Running Man Sign) นักวิ่งชายบนลู่วิ่งสีน้ำเงินที่ตั้งอยู่ริมสะพานเอบิสึ (Ebisu Bridge) ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมายืนต่อคิวถ่ายรูปทำท่าเลียนแบบนักวิ่ง นอกจากนี้ สองข้างทางริมถนนยังมีป้ายหน้าร้านค้าสามมิติขนาดยักษ์ที่เคลื่อนไหวได้ เช่น ปูยักษ์ขยับขาได้ของร้าน Kani Doraku, มังกรเขียวพ่นไฟ และเกี๊ยวซ่ายักษ์ ย่านนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนชอบกินตามสุภาษิตญี่ปุ่นที่ว่า "คุอิดาโอเระ" (Kuidaore) หรือกินจนกว่าจะล้มละลาย ของขึ้นชื่อคือ ทาโกะยากิร้อนๆ แป้งนุ่ม, โอโคโนมิยากิกระทะร้อน และคุชิคัตสึ (ของเสียบไม้ชุบแป้งทอด) การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Midosuji Line, Sennichimae Line หรือ Yotsubashi Line ลงที่สถานี Namba Station แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือประมาณ 5 นาทีเพื่อเข้าสู่ริมคลองโดทงโบริ เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ริมคลองและสะพานเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าและร้านอาหารส่วนใหญ่เปิดบริการช่วง 11:00 - 23:00 น. ป้ายไฟนีออนส่วนใหญ่จะเปิดส่องสว่างตั้งแต่พลบค่ำถึงเวลา 24:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินเที่ยวชมและถ่ายรูปบรรยากาศทั่วไป (หากต้องการล่องเรือ Tombori River Cruise ชมวิวสองฝั่งคลอง จะมีค่าบริการประมาณ 1,000 เยน)
🏛️ ที่เที่ยว
อิวามิกินซัน เป็นเหมืองเงินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียในสมัยศตวรรษที่ 16-17 เป็นมรดกโลก UNESCO มีอุโมงค์เก่าให้เดิน หมู่บ้านเก่าแก่ และโรงงานถลุงแร่
🏛️ ที่เที่ยว
มาตสึเอะมีชื่อเล่นว่า 'เมืองน้ำ' เนื่องจากมีคลองและทะเลสาบ ชินจิโกะล้อมรอบ มีปราสาทมาตสึเอะที่เป็นหนึ่งในไม่กี่ปราสาทดั้งเดิมที่เหลืออยู่ และวัฒนธรรมชาดอที่เข้มแข็ง
🏛️ ที่เที่ยว
ซาไกมินาโตะเป็นบ้านเกิดของนักวาดการ์ตูนชิเงรุ มิซูกิ ผู้สร้าง GeGeGe no Kitaro มีถนนมิซูกิ ชิเงรุที่เต็มไปด้วยรูปปั้นสัตว์ประหลาด เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม
🏛️ ที่เที่ยว
เนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes หรือ Tottori Sakyu) เป็นเนินทรายธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นในเมืองทตโตริ ครอบคลุมความยาวประมาณ 16 กิโลเมตร และกว้างกว่า 2 กิโลเมตร มีจุดที่สูงที่สุดสูงถึง 90 เมตรจากระดับน้ำทะเล เนินทรายแห่งนี้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานกว่า 100,000 ปี จากการสะสมตัวของทรายและตะกอนหินที่ถูกน้ำพัดพามาจากแม่น้ำเซนได (Sendai River) ลงสู่ทะเล และลมทะเลที่พัดรุนแรงได้พัดพาเม็ดทรายละเอียดกลับขึ้นมาทับถมบนชายฝั่งเรื่อยๆ จนเกิดเป็นริ้วคลื่นลายทรายอันวิจิตรตระการตาที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างอยู่ตลอดเวลา นักท่องเที่ยวนิยมท้าทายความสามารถด้วยการเดินปีนขึ้นยอดเนินทรายที่เรียกว่า "หลังม้า" (Umanose) เพื่อชมวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาที่ผืนทรายสีทองตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าครามของทะเลญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมยอดฮิต เช่น การขี่อูฐถ่ายภาพสวยๆ สไตล์อาหรับ การเล่นบอร์ดลื่นทราย (Sandboarding) และพาราไกลดิ้งร่อนลมชมวิว ใกล้ๆ เนินทรายยังเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย (The Sand Museum) ซึ่งจัดแสดงผลงานการปั้นทรายขนาดยักษ์โดยศิลปินระดับโลกที่สลับสับเปลี่ยนธีมจัดแสดงไปในแต่ละปีอย่างยิ่งใหญ่อลังการ การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ JR Tottori Station นั่งรถบัสประจำทางสาย Nihonkai Bus ลงป้าย Tottori Sakyu (เนินทรายทตโตริ) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที หรือนั่งรถบัสสายวนรอบพิเศษ Loop Kirinjishi Bus ในวันหยุด เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่เนินทรายเปิดตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด (พิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายเปิดบริการ 09:00 - 18:00 น.) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับพื้นที่เดินชมเนินทรายสาธารณะทั้งหมด (สำหรับค่าบริการขี่อูฐถ่ายรูปเริ่มต้นที่ประมาณ 1,500 - 2,500 เยน และตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายสำหรับผู้ใหญ่ราคา 800 เยน)