京都 · อดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่น เต็มไปด้วยวัด ศาลเจ้า และความงามของฤดูกาล
ตรอกแคบๆ ยาว 500 เมตรในเกียวโต เต็มไปด้วยร้านอาหารระดับดีในบ้านไม้เก่าริมแม่น้ำ Kamo การเดินทาง: นั่งรถไฟ Keihan Main Line ลงสถานี Sanjo Station หรือ Gion-Shijo Station แล้วเดินเท้าข้ามสะพาน Sanjo-ohashi ประมาณ 5 นาที
วิหารยาว 120 เมตร บรรจุรูปปั้นพระกวนอิมทองคำ 1,001 องค์ ประทับใจที่สุดแห่งหนึ่งในเกียวโต การเดินทาง: นั่งรถบัส Kyoto City Bus สาย 100, 206, 208 จากสถานีเกียวโต ลงป้าย Sanjusangendo-mae แล้วเดินต่อเพียง 1 นาที หรือนั่งแท็กซี่จากสถานีเกียวโตใช้เวลาประมาณ 10 นาที
ตลาดแคบยาว 400 เมตรถูกเรียกว่า "ครัวของเกียวโต" มีร้านค้ากว่า 130 ร้าน ของสด ผักดอง ขนมญี่ปุ่น ปลาย่าง ทาโกะยากิ และของฝากแบบดั้งเดิม
ร้านขนม Yatsuhashi เก่าแก่ที่สุดในเกียวโต ขนมข้าวเหนียวรูปสะพาน ทั้งดิบและอบ รสชาเขียว การเดินทาง: นั่งรถบัส Kyoto City Bus สาย 5 หรือ 46 จากสถานีเกียวโต ลงป้าย Chion-in-mae แล้วเดินต่อ 10 นาที หรือนั่งรถไฟใต้ดิน Tozai Line ลงสถานี Higashiyama Station
ร้านอาหารโทฟุสไตล์เกียวโตดั้งเดิม สุกี้เต้าหู้หม้อร้อน บรรยากาศบ้านไม้เก่าแก่กลางสวน
🏛️ ที่เที่ยว
ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ ไทฉะ (Fushimi Inari Taisha) เป็นศาลเจ้าประธานของเทพอินาริ (Inari) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งข้าว การเกษตร และความอุดมสมบูรณ์ในศาสนาชินโต ศาลเจ้านี้เป็นต้นแบบของศาลเจ้าอินาริทั่วประเทศญี่ปุ่นกว่า 30,000 แห่ง ทำให้มีความสำคัญทางศาสนาในระดับสูงสุด ตั้งอยู่ที่เชิงเขาอินาริยามะ ทางตอนใต้ของเกียวโต ประวัติของศาลเจ้าย้อนไปถึงปี ค.ศ. 711 ในสมัยจักรพรรดิ Wado โดยตระกูล Hata ซึ่งเป็นตระกูลที่มีอำนาจในยุคนั้น ตลอดประวัติศาสตร์ ศาลเจ้าได้รับการอุปถัมภ์จากทั้งราชวงศ์และพ่อค้าที่ต้องการขอพรให้กิจการเจริญรุ่งเรือง ทำให้มีการบริจาคประตูโทริอิอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของศาลเจ้าคือ เซ็มบงโทริอิ (Senbon Torii) หรือ "โทริอิพันบาน" ซึ่งเป็นเส้นทางประตูโทริอิสีแดงส้มที่เรียงต่อกันเป็นอุโมงค์ทอดยาวขึ้นไปตามภูเขาอินาริ สีแดงส้มของโทริอิเรียกว่าสี Shuiro ซึ่งในความเชื่อชินโตถือเป็นสีที่ป้องกันสิ่งชั่วร้ายและเป็นสัญลักษณ์ของพลังชีวิต แต่ละประตูโทริอิจะมีการสลักชื่อผู้บริจาคและวันที่บริจาคไว้ที่เสาด้านหลัง การบริจาคโทริอิยังคงเป็นธรรมเนียมที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน โดยราคาบริจาคขึ้นอยู่กับขนาดของประตู เริ่มตั้งแต่ประมาณ 400,000 เยนสำหรับขนาดเล็กไปจนถึงกว่า 1 ล้านเยนสำหรับขนาดใหญ่ ตามเส้นทางขึ้นเขาจะพบศาลเจ้าย่อยนับร้อยแห่งที่เรียกว่า Otsuka ซึ่งเป็นศาลเจ้าส่วนบุคคลที่ผู้คนสร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพอินาริในแบบของตนเอง แต่ละแห่งมักมีรูปปั้นจิ้งจอกคู่หนึ่งคาบกุญแจ ลูกแก้ว หรือข้าวอยู่ในปาก ซึ่งสื่อถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ของความอุดมสมบูรณ์ ยอดเขาอินาริมีความสูง 233 เมตร การเดินขึ้นจากเชิงเขาถึงยอดใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ตลอดเส้นทางมีจุดพักหลายแห่งที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองเกียวโตจากมุมสูง ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ ไม่มีค่าเข้าชมและเปิดให้เข้าชมตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ทำให้สามารถมาเยือนได้ทุกช่วงเวลา การเดินทางสะดวกมากโดยนั่งรถไฟสาย JR Nara Line จากสถานีเกียวโต ลงที่สถานี Inari ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 นาที และสถานีตั้งอยู่ตรงข้ามกับทางเข้าศาลเจ้าโดยตรง ทำให้ฟุชิมิ อินาริเป็นหนึ่งในจุดหมายที่เข้าถึงง่ายที่สุดในเกียวโต นอกจากความสำคัญทางศาสนาแล้ว ฟุชิมิ อินาริยังเป็นสถานที่ที่ปรากฏในภาพยนตร์และซีรีส์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายเรื่อง ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วงเวลาที่แนะนำสำหรับการมาเยือนคือเช้าตรู่ก่อน 8 โมงเช้า เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดของนักท่องเที่ยวและได้สัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบของอุโมงค์โทริอิอย่างเต็มที่ บริเวณรอบทางเข้ายังมีร้านอาหารท้องถิ่นที่จำหน่าย Inari Sushi ซึ่งเป็นอาหารที่มีความเกี่ยวข้องกับตำนานของเทพอินาริและจิ้งจอกโดยตรง
🏛️ ที่เที่ยว
คินคาคุจิ (Kinkaku-ji) วัดทองคำ เป็นชื่อเรียกทั่วไปของวัด Rokuon-ji ซึ่งเป็นวัดในนิกายเซน Rinzai ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1994 ในฐานะส่วนหนึ่งของอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งเกียวโตโบราณ ร่วมกับวัดและศาลเจ้าสำคัญอีกหลายแห่ง จุดเริ่มต้นของวัดนี้มาจากการที่โชกุน Ashikaga Yoshimitsu สร้างคฤหาสน์พักผ่อนขึ้นในปี ค.ศ. 1397 หลังจากท่านเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1408 ตามความประสงค์ของท่าน คฤหาสน์ถูกดัดแปลงเป็นวัดพุทธ อาคารหลักซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "วัดทองคำ" คือศาลาสามชั้นที่ชั้นบนสองชั้นถูกปิดด้วยทองคำเปลวทั้งหมด สถาปัตยกรรมของอาคารแสดงถึงการผสมผสานสามยุคในอาคารเดียว ชั้นแรกซึ่งไม่ปิดทอง สร้างในสไตล์ Shinden-zukuri แบบที่อยู่อาศัยของขุนนางในยุคเฮอัน ใช้เป็นห้องรับรอง ชั้นสองสร้างในสไตล์ Buke หรือสไตล์ที่อยู่อาศัยของซามูไร เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นพระโพธิสัตว์ และชั้นสามสร้างในสไตล์สถาปัตยกรรมวัดเซนแบบจีน เป็นห้องสำหรับพิธีกรรมทางศาสนา อาคารปัจจุบันเป็นโครงสร้างที่สร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1955 หลังจากอาคารดั้งเดิมถูกวางเพลิงในปี ค.ศ. 1950 โดยพระหนุ่มที่มีปัญหาทางจิตเวช ในปี ค.ศ. 1987 มีการบุทองคำเปลวใหม่ทั้งหมดโดยใช้เทคนิคที่ทำให้ทองคำมีความหนาเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าจากเดิม ทำให้ความเงางามของทองคำที่เห็นในปัจจุบันมีความคงทนมากขึ้น บนยอดหลังคามีรูปปั้นนกฟีนิกซ์ทองคำ หรือ Hou-ou ซึ่งเป็นนกในตำนานจีนที่ปรากฏเฉพาะในยุคสันติสุขและความเจริญรุ่งเรือง สื่อถึงความปรารถนาของผู้สร้างที่ต้องการให้ยุคของตนเป็นยุคทอง บ่อน้ำ Kyoko-chi หรือ "บึงกระจกทอง" ที่อยู่ด้านหน้าวัด เป็นองค์ประกอบสำคัญของการออกแบบ เมื่อผิวน้ำสงบจะสะท้อนภาพวัดทองคำลงมาอย่างสมบูรณ์แบบ ภายในบึงมีโขดหินและเกาะเล็กๆ ที่จัดวางตามคติความเชื่อเรื่องเขาพระสุเมรุและสวรรค์ในพุทธศาสนา สวนรอบวัดเป็นสวนภูมิทัศน์แบบ Muromachi ซึ่งเป็นรูปแบบสวนที่ได้รับความนิยมในศตวรรษที่ 14-16 เน้นการจัดวางต้นไม้และหินให้ดูเป็นธรรมชาติ มีต้นสน Rikushu-no-Matsu อายุกว่า 600 ปีที่ถูกตัดแต่งเป็นรูปทรงเรือ ซึ่งสื่อถึงเรือสมบัติในตำนาน ค่าเข้าชม 500 เยน เปิด 9.00-17.00 น. ทุกวัน เดินทางโดยรถบัสจากสถานีเกียวโตสาย 101 หรือ 205 ลงป้าย Kinkakuji-michi คินคาคุจิจึงเป็นสถานที่ที่สะท้อนความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมของยุค Muromachi ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
🏛️ ที่เที่ยว
ย่านกิออง (Gion District) เป็นย่านประวัติศาสตร์โบราณที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) ทางทิศตะวันออกของเมืองเกียวโต ได้รับการยอมรับว่าเป็น "ย่านเกอิชา" (Geisha District) ที่มีชื่อเสียงและสมบูรณ์ที่สุดของญี่ปุ่น ย้อนกลับไปในยุคกลาง ย่านนี้เริ่มต้นจากการเป็นจุดพักแรมและร้านน้ำชาเพื่อต้อนรับผู้แสวงบุญที่เดินทางมาสักการะศาลเจ้า ก่อนจะพัฒนาสู่ย่านศิลปวัฒนธรรมที่มีความหรูหราประณีตในเวลาต่อมา เมื่อเดินเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลัก ฮานามิโคจิ (Hanamikoji Street) คุณจะได้พบกับภาพทัศนียภาพของบ้านไม้โบราณที่เรียกว่า "มาจิยะ" (Machiya) ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างวิจิตรบรรจงสองข้างทาง ปัจจุบันบ้านไม้เหล่านี้ได้ดัดแปลงเป็นร้านอาหารระดับพรีเมียมและร้านน้ำชาโบราณ (Ochaya) ในช่วงยามเย็นเวลากลางวันและค่ำคืน นักท่องเที่ยวอาจมีโอกาสได้พบเห็น เกอิโกะ (Geiko - เกอิชาของเกียวโต) และ ไมโกะ (Maiko - เกอิชาฝึกหัด) ในชุดกิโมโนเต็มยศและทาหน้าสีขาว สวมเกี๊ยะไม้เดินรีบเร่งไปทำงานตามร้านน้ำชา อย่างไรก็ตาม ย่านนี้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อความเป็นส่วนตัวของเกอิชา ห้ามนักท่องเที่ยววิ่งไล่ตามหรือแตะต้องตัวพวกเธอ และมีป้ายห้ามถ่ายรูปในตรอกส่วนบุคคลบางจุด การเดินทาง: นั่งรถไฟด่วนสาย Keihan Main Line ลงที่สถานี Gion-Shijo Station แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 3-5 นาที หรือนั่งรถบัสประจำทางสาย 100, 206 จากสถานี Kyoto Station ลงที่ป้าย Gion เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านอาหารและร้านน้ำชาส่วนใหญ่จะเปิดบริการช่วง 17:00 - 22:00 น. บรรยากาศยามเย็นที่มีแสงโคมไฟประดับจะสวยงามโรแมนติกที่สุด) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมบรรยากาศถนนโบราณทั่วไป
🏛️ ที่เที่ยว
วัดเรียวอันจิ (Ryoan-ji Temple) เป็นวัดพุทธนิกายเซนสาขารินไซที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี ค.ศ. 1994 เดิมทีสถานที่นี้เคยเป็นคฤหาสน์หรูของตระกูลขุนนางโฮโซกาวะ ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นวัดพุทธในปี ค.ศ. 1450 จุดเด่นระดับโลกที่ดึงดูดผู้แสวงหาความสงบและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกคือ "สวนหินคาสุย" (Karesansui) หรือสวนหินแห้งเซนที่มีชื่อเสียงและลึกลับที่สุดในโลก สวนหินนี้จัดวางอยู่บนลานกรวดสีขาวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 248 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงดินโบราณสีน้ำตาลเข้ม ภายในลานกรวดมีการจัดวางหินขนาดใหญ่และเล็กจำนวน 15 ก้อน จัดกลุ่มรวมกันเป็น 5 กลุ่มเหนือกองมอสสีเขียว เคล็ดลับอันน่าทึ่งของการจัดวางตามหลักเซนโบราณคือ ไม่ว่าคุณจะนั่งพิจารณาสวนนี้จากมุมใดบนระเบียงไม้ของวิหาร คุณจะสามารถมองเห็นหินได้เพียง 14 ก้อนพร้อมกันเสมอ จะมีหินอีกหนึ่งก้อนถูกบดบังอยู่หลังหินก้อนอื่นในมุมสายตา เชื่อกันว่าสื่อนัยถึงปรัชญาเซนที่ว่า "มนุษย์ไม่มีวันมองเห็นความจริงและสัจธรรมทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยตาเนื้อจนกว่าดวงตาแห่งปัญญาจะเปิดออก" นอกเหนือจากสวนหินแล้ว บริเวณรอบวัดยังมีสวนป่าธรรมชาติและบ่อน้ำโบราณขนาดใหญ่ที่มีสะพานหินพาดผ่านที่ร่มรื่นสวยงามมาก การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Kyoto Station นั่งรถบัสประจำทาง Kyoto City Bus สาย 50 ลงที่ป้าย Ryoanji-mae จะพบทางเข้าวัดตั้งอยู่หน้าป้ายรถบัสทันที หรือนั่งรถไฟสาย Keifuku Electric Railroad (Randen) ลงสถานี Ryoanji Station แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 7 นาที เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน ช่วงเดือนมีนาคม - พฤศจิกายน เปิดเวลา 08:00 - 17:00 น. และช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ เปิดเวลา 08:30 - 16:30 น. ค่าเข้าชม: ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่และนักเรียนมัธยมปลายราคา 600 เยน สำหรับนักเรียนมัธยมต้นและประถมราคา 300 เยน และเด็กเล็กต่ำกว่าวัยเรียนเข้าชมฟรี