🌸 เว็บรีวิวท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยคนไทย สำหรับคนไทย
ฮอกไกโด

ฮอกไกโด Hokkaido

北海道 · เกาะทางเหนือสุด ดินแดนแห่งธรรมชาติ หิมะ และอาหารทะเลชั้นยอด

📍 Hokkaido 🏛️ 22 สถานที่
ทุ่งลาเวนเดอร์ ฟาร์มโทมิตะ 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ

ทุ่งลาเวนเดอร์ ฟาร์มโทมิตะ

Farm Tomita Lavender Fields

ทุ่งลาเวนเดอร์ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita Lavender Fields) เป็นส่วนหนึ่งของฟาร์มโทมิตะ ตั้งอยู่ในเมืองนากะฟุราโนะ จังหวัดฮอกไกโด ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกลาเวนเดอร์เพื่อการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ฟาร์มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1958 และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของฤดูร้อนในฮอกไกโด พื้นที่ปลูกลาเวนเดอร์หลักของฟาร์มโทมิตะมีชื่อว่า Saika no Oka ซึ่งหมายถึง "เนินดอกไม้สี่ฤดู" เป็นเนินเขาที่ปลูกดอกไม้หลากสีเรียงเป็นแถบขนานกันอย่างมีระเบียบ ได้แก่แถบลาเวนเดอร์สีม่วง แถบป๊อปปี้สีแดงและสีส้ม แถบดอกคาโมมายล์สีขาว และแถบดอกไม้สีเหลืองอย่างมาริโกลด์ การจัดเรียงสีดอกไม้เป็นแถบขนานบนพื้นเนินลาดเอียงทำให้เกิดภาพที่มีมิติคล้ายผ้าทอลายสีรุ้ง ฤดูที่ลาเวนเดอร์บานสะพรั่งที่สุดอยู่ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงพีคของฤดูร้อนในฮอกไกโด ในช่วงนี้อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการเดินเล่นกลางแจ้ง กลิ่นหอมของลาเวนเดอร์จะอบอวลไปทั่วทั้งพื้นที่ฟาร์ม นอกจาก Saika no Oka แล้ว ฟาร์มโทมิตะยังมีโซนอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น Traditional Lavender East ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกลาเวนเดอร์พันธุ์ดั้งเดิมที่ปลูกมาตั้งแต่ยุคก่อตั้งฟาร์ม และ Flower Field ซึ่งปลูกดอกไม้หมุนเวียนตามฤดูกาล ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนจะมีทุ่งทิวลิปและไอริส และในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนจะมีดอกซัลเวียสีแดงสดและดอกทานตะวัน ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของฟาร์มโทมิตะคือ Lavender Soft Cream หรือไอศกรีมซอฟต์ครีมรสลาเวนเดอร์สีม่วงอ่อน ซึ่งทำจากน้ำมันลาเวนเดอร์ที่สกัดจากฟาร์มเอง มีรสชาติหอมละมุนไม่หวานจัด นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ เช่น น้ำหอมลาเวนเดอร์ สบู่ ถุงหอม และน้ำมันหอมระเหยที่ผลิตจากโรงกลั่นในฟาร์มเอง การเดินทางมาทุ่งลาเวนเดอร์ฟาร์มโทมิตะสะดวกที่สุดในช่วงฤดูร้อน โดยรถไฟสาย JR Furano Line จะเปิดสถานีพิเศษชื่อ Lavender Farm Station ซึ่งเปิดให้บริการเฉพาะช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนตุลาคมเท่านั้น จากสถานีนี้เดินไปยังฟาร์มเพียง 7 นาที ในช่วงนอกฤดูสามารถลงที่สถานี Naka-Furano แล้วเดินต่ออีกประมาณ 25 นาที หรือใช้แท็กซี่ ฟาร์มโทมิตะเปิดให้เข้าชมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เวลาเปิดให้บริการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ช่วงฤดูร้อนเปิดประมาณ 8.30-18.00 น. ทุ่งลาเวนเดอร์ฟาร์มโทมิตะจึงเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่เดินทางมาฮอกไกโดในช่วงเดือนกรกฎาคม

บึงน้ำสีฟ้า ชิโรกาเนะ 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ

บึงน้ำสีฟ้า ชิโรกาเนะ

Shirogane Blue Pond

บึงสีฟ้าชิโรกาเนะ (Shirogane Blue Pond) เป็นบึงน้ำขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในเมืองบิเอะ จังหวัดฮอกไกโด ห่างจากตัวเมืองบิเอะประมาณ 20 นาทีโดยรถยนต์ บึงน้ำแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติแต่เกิดจากผลพวงของโครงการป้องกันภัยจากภูเขาไฟ Tokachidake ในปี ค.ศ. 1988 หลังจากภูเขาไฟ Tokachidake ปะทุในปี ค.ศ. 1988 รัฐบาลท้องถิ่นได้สร้างเขื่อนกั้นน้ำเพื่อป้องกันโคลนภูเขาไฟ (Lahar) ไม่ให้ไหลลงไปทำลายเมืองบิเอะ การกั้นน้ำนี้ทำให้น้ำจากแม่น้ำ Biei สะสมตัวในพื้นที่ลุ่มจนเกิดเป็นบึงน้ำขนาดเล็กขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และต้นไม้ในป่าที่อยู่ในบริเวณนั้นก็จมอยู่ในน้ำ สีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของบึงน้ำเกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาได้ยาก น้ำจากแม่น้ำ Biei มีแร่อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ (Aluminum Hydroxide) ที่ละลายมาจากน้ำพุร้อนตามธรรมชาติในพื้นที่ภูเขาไฟ เมื่อแร่นี้สัมผัสกับน้ำเย็นจะเกิดการตกตะกอนเป็นอนุภาคขนาดเล็กที่กระจายตัวอยู่ในน้ำ อนุภาคเหล่านี้จะสะท้อนแสงสีน้ำเงินและทำให้แสงสีอื่นถูกดูดกลืน คล้ายกับปรากฏการณ์ที่ทำให้ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า สีของน้ำในบึงไม่คงที่ และเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ ปริมาณแร่ธาตุ และมุมของแสงอาทิตย์ ในบางวันน้ำอาจเป็นสีฟ้าอมเขียวเข้ม ในขณะที่บางวันอาจเป็นสีฟ้าอ่อนใกล้เคียงสีเทอร์ควอยซ์ ความไม่แน่นอนนี้ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนในต่างเวลากันจะได้เห็นภาพที่ไม่เหมือนกัน ต้นไม้ที่ยืนตายอยู่ในน้ำเป็นต้น Larch (เกียะ) ซึ่งเป็นไม้สนผลัดใบที่จมน้ำตายจากการสร้างเขื่อน แต่ลำต้นยังคงตั้งตระหง่านอยู่ สร้างความแตกต่างของสีระหว่างลำต้นสีเทาน้ำตาลกับน้ำสีฟ้าสด ทำให้ภาพถ่ายมีมิติและความน่าสนใจเป็นพิเศษ บึงสีฟ้าชิโรกาเนะมีชื่อเสียงไปทั่วโลกหลังจากถูกใช้เป็นภาพพื้นหลังในผลิตภัณฑ์ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในปี ค.ศ. 2012 ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศหลั่งไหลมาเยือนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ฤดูที่แนะนำในการมาเยือนคือฤดูใบไม้ร่วงช่วงเดือนตุลาคม เมื่อใบของต้นไม้รอบบึงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองตัดกับน้ำสีฟ้า และฤดูหนาวช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมที่บึงน้ำบางส่วนจะแข็งตัวและมีการเปิดไฟประดับยามค่ำคืน (Light-up) ทำให้น้ำที่ยังไม่แข็งตัวเรืองแสงสีฟ้าสวยงามเป็นพิเศษ การเดินทางมาบึงสีฟ้าชิโรกาเนะสามารถนั่งรถไฟมาลงสถานี Biei แล้วต่อแท็กซี่หรือรถเช่าประมาณ 20 นาที ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงโดยตรง บึงน้ำเปิดให้เข้าชมได้ตลอดเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ในช่วง Light-up ฤดูหนาวอาจมีการจำกัดเวลาเข้าชมในช่วงค่ำ

สวนดอกไม้ ฟาร์ม โทมิตะ 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ

สวนดอกไม้ ฟาร์ม โทมิตะ

Farm Tomita

ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) เป็นฟาร์มลาเวนเดอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองนากะฟุราโนะ (Nakafurano) จังหวัดฮอกไกโด ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1958 โดยตระกูลโทมิตะ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการปลูกลาเวนเดอร์เพื่อการค้าในประเทศญี่ปุ่น และเป็นฟาร์มที่ยังคงดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบันโดยทายาทรุ่นที่สาม ฟาร์มโทมิตะมีพื้นที่ปลูกดอกไม้รวมกว่า 15 เฮกตาร์ แบ่งออกเป็นหลายโซน โซนที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Saika no Oka ซึ่งเป็นแปลงดอกไม้สีรุ้งที่ปลูกดอกไม้หลากสีเรียงเป็นแถบขนานกัน ได้แก่ ลาเวนเดอร์สีม่วง ป๊อปปี้สีแดงและส้ม คอสมอสสีชมพู และดอกคาโมมายล์สีขาว สร้างภาพแถบสีสันสดใสที่ทอดตัวไปบนเนินเขาคล้ายผ้าทอ ฤดูที่ลาเวนเดอร์บานสะพรั่งที่สุดคือช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี ในช่วงนี้ทุ่งลาเวนเดอร์จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มทั่วทั้งเนินเขา ส่งกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์อบอวลไปทั่วบริเวณ เป็นภาพที่ได้รับความนิยมในการถ่ายภาพมากที่สุดของฮอกไกโดในช่วงฤดูร้อน นอกจากลาเวนเดอร์แล้ว ฟาร์มโทมิตะยังปลูกดอกไม้ตามฤดูกาลอื่นๆ อีกมากมาย ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนจะมีทุ่งดอกทิวลิปและไอริส ส่วนช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนจะมีดอกซัลเวียสีแดงและดอกทานตะวันบาน ทำให้ฟาร์มแห่งนี้มีความสวยงามที่แตกต่างกันไปตลอดช่วงฤดูร้อนของฮอกไกโด ภายในฟาร์มมีร้านค้าและร้านอาหารหลายแห่ง โดยร้านที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Lavender Ice Cream Shop ที่จำหน่ายไอศกรีมรสลาเวนเดอร์สีม่วงซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลาเวนเดอร์ เช่น น้ำหอม สบู่ น้ำมันหอมระเหย และถุงหอมลาเวนเดอร์แห้ง ซึ่งเป็นของฝากที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว การเดินทางมาฟาร์มโทมิตะสามารถนั่งรถไฟสาย JR Furano Line จากสถานีฟุราโนะ (Furano Station) ลงที่สถานี Lavender Farm Station ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่เปิดให้บริการเฉพาะช่วงฤดูร้อน (ประมาณกลางเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนตุลาคม) จากสถานีเดินไปยังฟาร์มเพียง 7 นาที หรือสามารถนั่งรถไฟลงที่สถานี Naka-Furano แล้วเดินต่ออีกประมาณ 25 นาที ฟาร์มโทมิตะเปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เวลาเปิดให้บริการแตกต่างกันตามฤดูกาล โดยทั่วไปเปิดตั้งแต่ 8.30-17.00 น. ในช่วงฤดูร้อนอาจเปิดยาวถึง 18.00 น. ฟาร์มโทมิตะจึงเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่เดินทางมาฮอกไกโดในช่วงฤดูร้อน นอกจากฟาร์มโทมิตะแล้ว ตัวเมืองฟุราโนะยังเป็นที่ตั้งของไร่ไวน์ Furano Winery ที่ผลิตไวน์จากองุ่นที่ปลูกในพื้นที่ และยังเป็นจุดหมายปลายทางด้านสกีรีสอร์ตที่มีชื่อเสียงในช่วงฤดูหนาว ทำให้พื้นที่นี้มีความน่าสนใจตลอดทั้งปี ไม่ใช่เพียงช่วงฤดูดอกไม้บานเท่านั้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัด แนะนำให้จัดสรรเวลาอย่างน้อยครึ่งวันเพื่อเดินชมทุ่งดอกไม้ ชิมไอศกรีมและอาหารท้องถิ่น รวมถึงเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลาเวนเดอร์เป็นของฝาก การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Furano Line ลงสถานี Lavender Field Station (เฉพาะช่วงฤดูร้อน ก.ค. - ส.ค.) หรือสถานี Nakafurano Station แล้วนั่งแท็กซี่ต่อประมาณ 10 นาที

โนโบริเบ็ตสึ ออนเซ็น 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ

โนโบริเบ็ตสึ ออนเซ็น

Noboribetsu Onsen

ออนเซ็นชื่อดังที่สุดในฮอกไกโด น้ำพุร้อนหลายสี หุบเขา Jigokudani "นรก" สุดน่าทึ่ง การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Muroran Main Line ลงสถานี Noboribetsu Station แล้วต่อรถบัสท้องถิ่นไปยัง Noboribetsu Onsen ประมาณ 15 นาที

บ่อน้ำพุร้อน โนโบริเบ็ตสึ 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ

บ่อน้ำพุร้อน โนโบริเบ็ตสึ

Noboribetsu Onsen Jigokudani

หุบเขาภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น ไอน้ำพุ่งขึ้นจากรอยแตกทุกทิศ แหล่งน้ำแร่ชั้นเลิศสำหรับออนเซ็น บ่อน้ำ Oyunuma ใหญ่และสวยงาม น้ำพุร้อนไหลตลอดปี

อุทยานแห่งชาติชิโกซัง 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ

อุทยานแห่งชาติชิโกซัง

Shirogane Blue Pond

บึงน้ำสีฟ้าคราม ธรรมชาติมหัศจรรย์ที่เกิดจากแร่ธาตุในดิน ยามหิมะตกยิ่งงามราวภาพวาด การเดินทาง: นั่งรถบัสจาก Biei Station (สาย Doho Bus) ลงป้าย Shirogane Onsen แล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที หรือเช่ารถขับจาก Biei ประมาณ 20 นาที

อุทยานแห่งชาติ ดาอิเซ็ตสึซัง 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ

อุทยานแห่งชาติ ดาอิเซ็ตสึซัง

Daisetsuzan National Park

อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ยอดเขา Asahidake ดอกไม้ทุ่งหญ้าฤดูร้อน ใบไม้แดงเร็วที่สุด การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี Asahikawa Station (JR Hakodate Main Line) ไปยัง Asahidake Onsen ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง

คลองโอตารุ 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ

คลองโอตารุ

Otaru Canal

คลองโอตารุ (Otaru Canal) เป็นคลองประวัติศาสตร์อันแสนโรแมนติกและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโอตารุ เกาะฮอกไกโด คลองนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1923 เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าจากเรือใหญ่ในอ่าวเข้าสู่โกดังริมน้ำ ในอดีตเป็นศูนย์กลางการค้าชายฝั่งที่คึกคักอย่างมาก จนกระทั่งเทคโนโลยีการขนส่งทันสมัยขึ้น คลองแห่งนี้จึงได้ปรับปรุงรูปแบบมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงปี ค.ศ. 1980 โดยมีการถมคลองครึ่งหนึ่งเพื่อทำถนนคนเดินและตกแต่งด้วยโคมไฟแก๊สโบราณริมน้ำ บรรยากาศริมคลองสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ในฤดูหนาวคลองจะปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนตัดกับผิวน้ำ และจะมีการจัดเทศกาล "Otaru Snow Light Path" ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยชาวเมืองจะลอยเทียนแก้วเหนือน้ำและปั้นหิมะติดไฟสลักเสลาตามริมทางเดิน ยามค่ำคืนไฟแก๊สริมคลองจะส่องสว่างสะท้อนภาพโกดังอิฐแดงเก่าแก่ที่ปัจจุบันถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และแกลเลอรี่ทำให้อบอุ่นละมุนตา การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Hakodate Line ลงสถานี Otaru Station จากนั้นเดินตรงจากหน้าสถานีลงเนินมุ่งสู่ชายฝั่งทะเลประมาณ 8-10 นาที (ระยะทางประมาณ 800 เมตร) จะพบคลองโอตารุตั้งอยู่ติดถนนริมอ่าว เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ริมทางเดินเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (เรือล่องคลอง Otaru Canal Cruise เปิดบริการช่วง 11:00 - 20:00 น. ขึ้นกับสภาพอากาศ) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมวิวริมคลองและถ่ายรูปทั่วไป (หากต้องการล่องเรือชมวิว Otaru Canal Cruise จะมีค่าบริการประมาณ 1,500 - 2,000 เยนต่อคน)

หมู่บ้านหิมะโอตารุ 🏛️ ที่เที่ยว ⭐ แนะนำ

หมู่บ้านหิมะโอตารุ

Otaru Snow Canal

คลองโอตารุ (Otaru Canal) เป็นคลองประวัติศาสตร์อันแสนโรแมนติกและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโอตารุ เกาะฮอกไกโด คลองนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1923 เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าจากเรือใหญ่ในอ่าวเข้าสู่โกดังริมน้ำ ในอดีตเป็นศูนย์กลางการค้าชายฝั่งที่คึกคักอย่างมาก จนกระทั่งเทคโนโลยีการขนส่งทันสมัยขึ้น คลองแห่งนี้จึงได้ปรับปรุงรูปแบบมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงปี ค.ศ. 1980 โดยมีการถมคลองครึ่งหนึ่งเพื่อทำถนนคนเดินและตกแต่งด้วยโคมไฟแก๊สโบราณริมน้ำ บรรยากาศริมคลองสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ในฤดูหนาวคลองจะปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนตัดกับผิวน้ำ และจะมีการจัดเทศกาล "Otaru Snow Light Path" ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยชาวเมืองจะลอยเทียนแก้วเหนือน้ำและปั้นหิมะติดไฟสลักเสลาตามริมทางเดิน ยามค่ำคืนไฟแก๊สริมคลองจะส่องสว่างสะท้อนภาพโกดังอิฐแดงเก่าแก่ที่ปัจจุบันถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และแกลเลอรี่ทำให้อบอุ่นละมุนตา การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Hakodate Line ลงสถานี Otaru Station จากนั้นเดินตรงจากหน้าสถานีลงเนินมุ่งสู่ชายฝั่งทะเลประมาณ 8-10 นาที (ระยะทางประมาณ 800 เมตร) จะพบคลองโอตารุตั้งอยู่ติดถนนริมอ่าว เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ริมทางเดินเปิดตลอด 24 ชั่วโมง (เรือล่องคลอง Otaru Canal Cruise เปิดบริการช่วง 11:00 - 20:00 น. ขึ้นกับสภาพอากาศ) ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมวิวริมคลองและถ่ายรูปทั่วไป (หากต้องการล่องเรือชมวิว Otaru Canal Cruise จะมีค่าบริการประมาณ 1,500 - 2,000 เยนต่อคน)